EFM104.5
Today Inspire
 
ในช่วงชีวิตของการทำงาน คงจะมีเวลาที่แรงบันดาลใจลดต่ำลง ไฟในการทำงานเริ่มจาง สภาวะที่ทุกคนคงเคยพบเจอ
 

“…การออกไปเที่ยวสำหรับบางคนอาจเป็นแค่การเที่ยวพักผ่อนธรรมดาๆ แต่สำหรับคนที่กำลังประสบภาวะเช่นนี้ การได้ออกไปเจอโลกใหม่ คือ การตามหาความหมายของชีวิต เยียวยาตัวเองด้วยแรงบันดาลใจใหม่ๆ โลกใหม่ๆ ผู้คนใหม่ๆ”

          ผมไม่รู้สึกลังเลเลยที่จะเล่าเรื่องราวการเดินทางครั้งนี้อย่างตรงไปตรงมา เพียงหวังว่าหากใครที่ผ่านมาอ่าน จะสัมผัสได้ถึงแรงบันดาลใจของผมและตัดสินใจออกเดินทางเพื่อเยียวยาตัวเองบ้างเช่นกัน

          การเดินทางของผมครั้งนี้พิเศษกว่าทุกครั้ง ได้รับการสนับสนุกจากกรมประชาสัมพันธ์ของประเทศไทย เชิญให้เข้าร่วมแชร์ประสบการณ์ด้านสื่อกับประเทศเพื่อนบ้านในลุ่มแม่น้ำโขง ที่เมืองคุนหมิงและหางโจว ประเทศจีน ฟังแล้วดูทางการนิดๆ แต่อย่างเพิ่งตกใจนะครับ เรื่องทางการมีแค่นี้แหละครับ สิ่งที่ผมจะเล่าต่อจากนี้นอกเหนือความเป็นทางการทั้งสิ้น
 
 
 
          
ช่วงปลายตุลา ต้นพฤศจิกาที่คุนหมิง อากาศกำลังหนาว ตอนกลางคืนประมาณ 7 องศา ตอนกลางวัน 13 องศา เราใช้เวลาบินจากประเทศไทยมาคุนหมิงใช้เวลาประมาณ 3 ชม. อากาศต่างกับประเทศไทยลิบลับ เวลาที่นี่เร็วกว่าไทย 1 ชม. เรื่องการสื่อสารสำหรับชาวต่างชาติที่มาเที่ยวที่นี่ การซื้อซิมสำหรับใช้ที่ประเทศจีนใช้งานได้ดีมาก สามารถเลือกเครือข่ายที่คุณต้องการได้เลยครับ ใช้งานผ่านซิม ไม่บล๊อคเฟสบุ๊ค ไลน์ ไอจี และแอพอื่นๆ แต่ถ้าใช้ Wifi ที่นี่บล๊อคหมดครับ ต้องโหลด VPN จากเมืองไทยติดเครื่องมาด้วยถึงจะใช้แอพดังกล่าวได้ครับ
 
 
 
         
 ที่คุนหมิง ผู้คนส่วนใหญ่พูดภาษาอังกฤษได้น้อยมาก หรือ แทบจะไม่ได้เลย มันทำให้การสื่อสารของเราต้องตั้งใจมาก และหาหนทางทางสื่อสารใหม่ๆ ทั้งภาษามือและการใช้ Google Translateร่วมด้วย ทำให้รู้เลยว่า
 
 
    “ จริงๆแล้วแค่เราตั้งใจสื่อสารกัน ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม เราก็จะสื่อสารกันจนได้ ”
 
 
 
          
          ย้อนกลับไปคิดเรื่องของตัวเอง มีหลายครั้งที่เกิดปัญหาในชีวิตเพราะการสื่อสารที่ผิดพลาดทั้งๆที่เราพูดภาษาเดียวกันด้วยซ้ำ ตอนนี้ผมมาอยู่ในประเทศที่ Lost In Translation อย่างแท้จริง แอบเอาชื่อหนังโปรดของ หว่องกาไว มาใช้สักหน่อย ชื่อหนังเรื่องนี้ผุดขึ้นมาในหัวผมหลายครั้ง  ตลกตัวเองที่ช่วงแรกผมหลงโกรธเขาที่สื่อสารกับผมไม่ได้ โกรธตัวเองที่ไม่รู้ภาษาจีน แต่สุดท้ายคิดไปคิดมา ก็นี่แหละสิ่งที่หาไม่ได้ตอนอยู่ประเทศไทย
 
“ ก็เขาเป็นเขา เราเป็นเรา ไม่มีประโยชน์ที่จะโกรธกันเลย โกรธไปก็ไม่รู้เรื่องอยู่ดี ดีด้วยซ้ำถ้าเราจะแค่มองตาและเข้าใจกันด้วยการกระทำอะไรสักอย่างมากกว่าคำพูด ”  

        คุนหมิง เมืองเอกของมณฑลยูนาน ถูกขนานนามให้เป็น Spring City นครแห่งฤดูใบไม้ผลิ ด้วยอากาศและสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยต้นไม้ร่มรื่น มีดอกไม้บานสะพรั่งเต็มเมือง เจ้าหน้าที่สื่อชาวจีนเล่าให้ฟังว่า ที่คุนหมิงปลูกดอกกุหลาบเพื่อส่งออกด้วย กุหลาบที่นี่สวยและถูกมาก ผมไม่พลาดที่ไปลองเดินเล่นตลาดสด เพื่อซื้อดอกกุหลาบสีขาวสักช่อ แล้วก็เซอร์ไพรส์สุดๆ เพราะกุหลาบสีขาว ราคาเพียงช่อละ 10 หยวน หรือประมาณ 60 บาทเท่านั้น ผมเอาไปใส่แจกันเพิ่มบรรยากาศที่โรงแรม การอยู่ที่จีน 10 กว่าวัน ผมว่าต้องทำที่นี่ให้เหมือนอยู่บ้าน สร้างบรรยากาศดีๆ และกุหลาบช่อนี้ทำหน้าที่ได้ดีมากครับ

          สิ่งสำคัญที่ทำให้คุนหมิงมีเสน่ห์น่าหลงไหล คือ คนคุนหมิงครับ ชาวจีนที่นี่น่ารักและจริงใจมาก มีบุคลิกใจเย็น ใช้ชีวิตแบบช้าๆ ช้ากว่าที่ผมจินตนาการไว้มาก ไม่โวกแวกโวยวายเหมือนภาพจำที่หลายคนมี ยิ่งเราเป็นชาวต่างที่เข้ามาท่องเที่ยว เขาพร้อมจะช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะบอกทางไปห้องน้ำ บอกราคาสินค้าต่างๆอย่างซื่อตรง  หยุดรถเพื่อให้คนข้ามถนนบนทางม้าลาย เขาชะลอและหยุดให้ข้ามจริงๆ เรื่องของห้องน้ำ ลืมภาพเก่าๆไปได้เลยครับ ทุกพื้นที่ของคุนหมิง มีห้องน้ำสาธารณะที่สะอาดกระจายอยู่ในรัศมีห่างกันไม่เกิน 500 เมตร มีน้ำชำระด้วยระบบเซนเซอร์
 
 
 
 
          ผมรู้สึกผิดมากๆ ที่ก่อนมายังติดภาพเดิมๆของจีน จีนเปลี่ยนไปแล้ว มีนโยบายพัฒนาประเทศ แก้ไขจุดด้อย ส่งเสริมจุดเด่นของตัวเอง คุณภาพชีวิตของคนที่คุนหมิง ดีในระดับที่อยู่ได้อย่างมีความสุข เราสามารถเดินบนทางเท้าที่กว้างขวางได้อย่างสบายใจ มีรถเมล์ที่ทันสมัย มีรถไฟใต้ดินที่กระจายทั่วทั้งเมือง มีรถไฟความเร็วสูง  มีจักรยานให้เช่าขี่เพื่อเดินทางไปที่ต่างๆ ผ่านระบบการจ่ายเงินค่าเช่าผ่านมือถือ  บ้านเมืองสะอาดมาก มีถังขยะเพียงพอในทุกครั้งที่อยากจะทิ้งขยะ จีนเปลี่ยนไปมากแล้วจริงๆ ผมเดินเล่นที่นี่ได้อย่างปลอดภัย เพราะกฏหมายการปล้นจี้ที่นี่ร้ายแรงมาก มีกล้องวงจรปิดที่ใช้งานได้ดีในทุกมุม  การเดินอยู่ที่นี่ทำให้ได้เห็นตึกใหม่ของจีนที่ขึ้นกันอย่างหนาตา ขึ้นสลับกับอาคารเก่าแก่ที่สะท้อนความเป็นจีนได้อย่างชัดเจน ได้เห็นการใช้ชีวิตในอาพาร์ทเม้นที่ดูแออัดแต่ก็อบอุ่นในเวลาเดียวกัน ภาพพ่อป้อนข้าวลูก  คุณตาจูงหลานเดินเล่น  ควันจากกระทะทำกับข้าวที่ลอยออกมาจากหน้าต่างเล็กๆของตึก คือ ชีวิตของชาวจีนที่มีเสน่ห์ มันเติมเต็มความรู้สึกในใจผม ผมรับรู้ได้ถึงความอบอุ่นของครอบครัวคนจีน ทำให้ผมคิดถึงกับข้าวของแม่ที่บ้าน
 
“ ภาพของชีวิตคนจีน ทำให้ผมฉุกคิดว่า สุดท้ายต่อให้เราจะพัฒนาบ้านเมือง ก้าวไกลไปขนาดไหน แต่สถาบันครอบครัวก็ยังคงต้องแข็งแรงด้วย ไม่งั้นก็จะเหลือแค่ตึกแข็งๆไร้ชีวิต โดดเด่นอยู่ใจกลางเมือง มันไม่น่าอบอุ่นเลย ”
 
 
 
 
          ในยุคที่เรากำลังเปลี่ยนสู่ยุคออนไลน์ ทุกอย่างอยู่บนมือถือ จีนพัฒนาไปไกลเกินกว่าไทยน่าจะประมาณ 10 ปีได้ จีนกลายเป็นสังคม Cashless จริงๆ คุณสามารถซื้อผลไม้ในตลาดและสแกนจ่ายเงินได้ทันที แม้กระทั่งอาหารสตรีทฟู๊ดริมทาง ก็ใช้ระบบการจ่ายเงินแบบนี้เช่นกัน
 
          ผมได้ที่โอกาสพูดคุยกับอาจารย์สอนภาษาไทยในมหาลัยที่จีน เธอน่ารัก สดใส และเป็นไกด์พาทัวร์ร้านนั่งชิลได้ดีมากๆ  อาจารย์ เค้ก นนทิกา ครองสินทรัพย์

อาจารย์เค้ก : “ เทคโนโลยีในการจ่ายเงินของจีน และการชอปปิงออนไลน์สุดยอดมาก แบบว่าสั่งของในเน็ตของส่งจากเซี่ยงไฮมาถึงที่นี่ใช้เวลาแค่ 3 วัน ทั้งๆที่เซี่ยงไฮ้ไกลจากที่นี่มาก บินที 4-5 ชั่วโมง อ่ออีกอย่างแค่มีมือถือก็เช่าจักรยานได้ เจอที่ไหนก็แสกนจ่ายค่าเช่าได้เลย ขี่ไปถึงตรงไหน ก็จอดไว้ตรงนั้นได้เลยด้วย บางทีเค้กออกจากบ้านก็พกแต่มือถือกับกุญแจบ้าน ซื้อของร้านรถเข็นเนี่ยก็ใช้มือถือแสกนจ่าย  เป็นแบบนี้เกือบทั้งประเทศแล้ว ” 
  
              ในทางกลับกันก็น่าคิดว่าถ้าทั้งชีวิตของเราจะต้องขึ้นอยู่กับมือถืออย่างสมบูรณ์แบบแล้วจริงๆ ไม่รู้ว่าใครจะต้องได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงนี้บ้าง

              ชีวิตที่คุนหมิง อาจไม่ใช่ชีวิตท่องเที่ยวที่หวือหวา แต่เป็นชีวิตการท่องเที่ยวที่ได้สัมผัสกับอารยธรรมจีนได้อย่างแนบชิด รากความเป็นจีนยังฝั่งแน่นอยู่ในวิถีชีวิต อาหารการกิน และ คนคุนหมิง ไม่แปลกใจเลยที่พี่คนไทยที่นี่บอกกับผมว่า ถ้ากลับไทยแล้วจะต้องคิดถึงคุนหมิง.....มันเป็นแบบนั้นจริงๆครับ
 
 
 
 
          ผมรู้สึกว่าข้างในตัวเองโตขึ้น เหมือนได้ไปเห็นอีกโลกที่เป็นอีก 10 ปีข้างหน้าของไทย ได้อยู่กับตัวเอง ได้เข้าใจความรู้สึกตัวเองมากขึ้น มีแรงจะกลับมาสร้างสรรค์งานใหม่ๆ อย่างน้อยก็งานเขียนชิ้นนี้ ที่ไม่ใช่การรีวิวท่องเที่ยวแบบเดิมๆ แต่มันเป็นบันทึกประสบการณ์ชีวิตที่คุณอ่านจบแล้ว น่าจะอยากลองไปเที่ยวคุนหมิงดูสักครั้ง
 


เรื่องโดย
พิชิตชัย โพธิ์ศิริ (เบลล์)
Author, Co-Producer
ผู้หลงใหลในการไปเดินเจเจทั้งๆที่ไม่ได้ไปซื้ออะไร
 

RELATED Today Inspire
GREENWAVE1065