GREENWAVE
ARTIST INTERVIEW
 
ถ้าพูดถึงมาเรียม คุณคงนึกถึงนักร้องนำ ผู้หญิงคนเดียวในวง B5 ที่เสียงดีสุด ๆ  ดูเป็นอาร์ตติสท์ที่มีสไตล์
 
เป็นของตัวเอง รักในการร้องเพลงอย่างจริงจัง...   ใช่ จริง ๆ นางก็เป็นอย่างนั้นล่ะ  แต่ด้วยความที่กรีนเวฟ
 
ชวนมาเรียมมาร้องเพลงด้วยบ่อย ๆ ชวนไปเที่ยวด้วยกันหลายครั้ง อยากจะบอกว่านอกจากความเป็น
 
ศิลปินเสียงดี นางยังเป็นผู้หญิงที่มีความโก๊ะกัง น่ารัก น่าชัง อารมณ์ดีมีมุขและถ้าเราชวนนางคุยเรื่องโน้น
 
เรื่องนี้ นางก็มีมุมมองน่าสนใจไม่ใช่น้อย วันนี้เราเลยจะมาชวนมาเรียมคุยเรื่องเพลงกันสักหน่อย
 
 
 
 
 
มาเรียมชอบเพลงแนวไหนมากที่สุด? 
 
ตอบยากกก....  ว่ามาเรียมชอบเพลงแนวไหน เพราะแต่ละแนวมันก็จะมีเพลงที่เราชอบอยู่ เพลงที่ Pop 
 
มากๆ Mass มากๆ มันก็มีเพลงที่เรารู้สึกว่าเอ๊ะชอบนะ อะไรอย่างนี้ แต่ว่าถ้าให้อยู่ดีๆมาหยิบฟังก็มักจะเป็น
 
เพลง Soul หรือเพลง Indie สมัยใหม่แบบของ Lany หรือแบบของวง DVSN แนว Experiment นิดนึง 
 
เสียงร้องลอยๆ ฟุ้งๆอะไรอย่างนี้มาเรียมก็จะชอบ ชอบหลายอย่าง
 
 

R&Bล่ะ?

R&B ก็ชอบ  R&B เหมือนรองเท้าคู่แรกที่เราใส่ เราโตมากับมัน เพราะฉะนั้นเราทิ้งมันไปไม่ได้ แต่จริงๆ มา
 
เรียมก็จะเลือกฟัง อย่าง Stevie Wonder  เป็น R&B ที่ค่อนข้างออก Soul จะไม่ R&B จ๋า    R&B ยุค 90 ก็
 
ชอบนะ  อย่างวง Queen ในวง B5 เราก็จะชอบวง Queen กันหลายคน ชอบ Freddie Mercury เขาเป็น 
 
Performer ที่สุดยอด ตอนเด็กๆ มาเรียมฟังหลายอย่างมาก จะมีช่วงของชีวิตที่เปลี่ยนไป มีช่วงที่ไปฟัง 
 
Iron Maiden ไปฟัง Ozzy Osbourne อะไรอย่างนี้ มีช่วงหนึ่งฟัง Hip-Hop เป็นช่วงที่แม่ดูแลเรายากมาก 
 
เป็นช่วงที่แม่ปวดหัวกับเราที่สุด ตอนนั้นน่าจะอายุ 15 เหมือนเราฟังเพลงปุ๊บ เราก็จะมี Attitude ไปตาม
 
เพลงที่เราฟังปั๊บ เราก็แบบ... โย่วมัม อะไรอย่างนี้ ฮ่า ฮ่า ๆ แม่จะไม่ชอบช่วงนั้นมาก แล้วก็พยายามหา
 
อย่างอื่นให้ฟัง มองกลับไปแล้วก็ อืมๆ ฮ่า ๆ สงสารแม่เรามาก ๆ 




ชอบฟังเพลงไทยไหม?

 
ฟัง ตอนเด็กๆ ก็ฟัง ฟังเยอะด้วย   เมื่อก่อนมาเรียมเป็นคนฟังเพลงเก่ายุค 80-90 ชอบเพลงเก่าๆ ไม่เชิงว่า
 
ไม่เปิดรับเพลงใหม่ แต่ว่าเราไม่มีโอกาสได้ฟังมากกว่า เราก็เลยเหมือนลืมๆไป จนวันหนึ่งมาเรียมไป New 
 
York ไปเล่นโชว์ แล้วมีคนบอกว่าเล่นเพลงเก่ามันก็ดีนะ แต่คุณต้องรู้จักเพลงใหม่ด้วย เพราะถ้าคุณไม่รู้
 
จักเพลงใหม่คุณจะอยู่ได้ไม่นาน คุณจะอยู่ได้แค่ตรงนี้ แล้วมันจะไปต่อไม่ได้ถ้าคุณไม่ตามมัน เราก็
 
อืม...มันก็เป็นเรื่องจริง ฟังเพลงเก่าแล้วชอบได้ แต่เพลงใหม่เราก็ต้องทำความรู้จักกับมัน
 


5 เพลงที่มาเรียมชอบที่สุด?

 
“วันนี้เมื่อปีก่อน” มาเรียมชอบมากกก เพราะด้วยเนื้อเพลง มาเรียมรู้สึกว่า ModernDog เป็นวงที่สุดยอด
 
มาก จะว่าอวยพี่ๆก็ไม่ใช่นะ แต่ว่าเป็นวงหนึ่งที่เราโตไปพร้อมเพลงของเขา ช่วงที่เราประถมเขาก็ประมาณ
 
มหาวิทยาลัยใช่ไหม แต่ว่าเพลงเขาก็จะมีความเด็กอะ เขายังเด็กเราก็ยังเด็ก เราก็จะรู้สึกว่าเราสนุกกับ
 
การกระโดดกับเพลงบุษบาอะไรอย่างนี้ แต่จนมาถึงเพลง “วันนี้เมื่อปีก่อน” ตอนนั้นมาเรียมฟังครั้งแรก 
 
ตอนไป Burning Man กับพี่โป้ง พี่โป้งกำลังตัด MVอยู่ ใส่หูไม่ให้เราได้ยิน มาเรียมก็ไปงอแงขอฟังหน่อย 
 
พี่โป้งก็เลยถอดหูฟังมาให้ฟัง มาเรียมจำได้ว่าอยู่กลางทะเลทรายแล้วก็นั่งฟัง “เรื่องราวเหล่านั้นที่แล้ว
 
มา...” แล้วน้ำตาไหลเลยอ่ะ เพราะว่า อืม...อะไรที่ผ่านเข้ามาสุดท้ายก็ไปอะไรอย่างนี้ แล้วเราก็เฮ้ยเพลงนี้
 
มันเป็นเพลงที่เราเข้าใจ แต่ไม่รู้คนอื่นที่ฟังจะเข้าใจหรือเปล่า แค่พูดยังขนลุก นั่นคือหนึ่งเพลงที่ชอบมาก


 
 
เพลงที่สอง  ....มาเรียมชอบเพลง “สุริยุปราคา”ของวง Flure" มันทำให้มาเรียมมองเพื่อนแปลกไป เพราะ
 
คิว ที่มาเรียมรู้จัก คือคนที่นั่งด่ากันทุกวัน แต่ฟังเพลงสุริยุปราคาแล้วเนี่ย รู้สึกว่าคิวมันโรแมนติกนะ เพลง
 
สุริยุปราคาเป็นเพลงที่พูดถึงว่า จันทร์กับพระอาทิตย์ที่โคจรมาอยู่ใกล้ชิดกัน เปรียบเทียบคนสองคนที่ไม่
 
สามารถอยู่ด้วยกันได้ แต่ต้องมีครั้งหนึ่งในรอบนานๆที่จะได้มาอยู่ด้วยกัน เพราะฉะนั้นตอนที่อยู่ด้วยกันให้
 
กอดฉันไว้อย่ากลัวอะไร รู้สึกแบบ...เฮ้ย คิววง Flure ฮ่าๆ 
 
 


 
 
เพลงที่สาม  ต้องใช้เวลาคิดนิดนึงเพราะเพลงมันเยอะมาก กลัวเพลงอื่นน้อยใจ ... น่าจะเป็นเพลง 
 
“ข่าวของเธอ” ของพี่บอย โกสิยพงษ์   ในยุคนั้นมันจะไม่มีเพลงไหนที่ Dark และ Deep แบบนี้แล้ว เสียง
 
ร้องของพี่ป๊อดด้วย ความเจ็บปวดในท่อน Hook ที่ร้อง “รู้ฉันรู้ฉันรู้และเข้าใจ เรื่องราวของเราที่จบ...” ไม่
 
ได้เศร้าลึกฟูมฟาย แต่เราจะรู้สึกถึงความเจ็บปวดของคนที่กำลังพยายามกั๊กความรู้สึกอะไรแบบนี้ มันอิน
 
อะ ทุกอย่างมันมีความว้าว  
 
 


 
เพลงที่สี่  น่าจะเป็นเพลง “ทุกสิ่ง”ของวงพรู เป็นเพลงที่ลงตัว มาเรียมไม่รู้จะบอกยังไงว่าชอบเพราะอะไร 
 
แต่ฟังแล้วชอบท่อนที่บอกว่า “เวลาที่ฉันไม่เหลือใครก็ยังมีเธอปลอบโยนหัวใจ...” ตอนนั้นไม่มีแฟนนะ แต่
 
ฟังแล้วอบอุ่นอะ รู้สึกว่าฟังแล้วเหมือนถูกกอด ฮ่าๆ ก็เลยชอบเพลงนั้น
 
 


 
สุดท้ายเพลงที่ห้านี่ต้องคิดนานหน่อย เพราะว่าเพลงสุดท้ายแล้วที่จะได้เลือกในหมู่มวลเพลงที่เราชอบ น่า
 
จะเป็นเพลง “วันสุดท้าย” ของ ModernDog เหตุผลคือมันเศร้าดี มันตรงข้ามกับเพลงทุกสิ่ง เพลงทุกสิ่ง
 
คือ “เวลาที่ฉันไม่เหลือใครก็ยังมีเธอปลอบโยนหัวใจ...” แต่เพลงวันสุดท้ายคือ “ต่อจากนี้ไปจะยังคงเหลือ
 
คร...” โดยเฉพาะมาเรียมได้ฟังตอนพี่ป๊อด ร้องในคอนเสิร์ต มันแบบ...มันเหงา มันทุกอย่าง มาเรียมรู้สึก
 
ว่าพี่ป๊อดเป็นนักร้องที่สื่อสารเพลงได้ชัดเจน ความรู้สึกทุกอย่าง ด้วยเพลงที่เขาแต่ง และเพลงที่เขาร้อง 
 
เขาตีความไปในแบบให้กำลังใจเราก็ฟังแล้วรู้สึกมีกำลังใจจัง เพลงที่มีความสุขเราก็ฟังแล้วสนุกจัง เพลง
 
เศร้าเราก็รู้สึกอืม...เศร้า  นั่นคือ Top5 เพลงที่ชอบของมาเรียมค่ะ
 
 
 
 

 
ในชีวิตของชีวิตมาเรียม  “เพลง”  เปรียบเหมือนอะไร?

มาเรียม:  เพลงก็เหมือนเป็นเพื่อน เวลาที่เรานั่งอยู่คนเดียว เขิน ฟังเพลงดีกว่า  เพลงเป็นเครื่องมือในการ
 
บำบัดด้วย มาเรียมจะเลือกเพลงในการฟัง เมื่อก่อนทุกเช้าเวลาตื่นก็จะฟังเพลง “Here comes the Sun” 
 
ของ The Beatles รู้สึกว่าเวลาที่เราตื่นมาด้วยอารมณ์อะไรบวกๆ แล้วมันจะมีอะไรดีๆ  อย่างเพลง “Here 
 
comes the Sun”   มาเรียมใส่ซีดีเพลงนั้นไว้พร้อมอยู่แล้ว ตื่นมาปุ๊บกลิ้งลงมาจากเตียงแล้วกดเครื่องเล่น
 
ซีดีปั๊บ ทำนองขึ้น  มันก็จะ ตึ้ง ดึง ดึ้ง ดึง รู้สึกดีขึ้นมาทันที มาเรียมจะทำให้วันของมาเรียมเริ่มต้นด้วยอะไร
 
แบบนี้เสมอเมื่อก่อนตอนอยู่ Australia ทำอะไรก็จะเปิดเพลงคลอ แต่เดี๋ยวนี้เหมือน ทุกอย่างอยู่ในมือถือ 
 
เปิดมือถือปุ๊บเราก็จะรู้สึกเหมือนเราต้องยุกยิก ต้องทำอะไรกับมันอะไร เหมือนเราไม่ค่อยได้เสพเพลง เมื่อ
 
ก่อนเปิดเพลงไว้แล้วก็เขียนหนังสือ ทำงาน   แต่เดี๋ยวนี้โทรศัพท์คือทุกอย่างเลยทำให้ต่างไป   เมื่อก่อนเรา
 
เคยเปิดเพลง ตอนนี้คือเปิดมือถือเปิด Facebook แล้วก็แทนที่เราจะเริ่มต้นด้วยอะไรที่แบบสดชื่น บางที
 
เราก็จะเจอ Status นอยๆ อะไรที่น่ารักๆก็มีนะ แต่ถ้าวันที่เจออะไรนอยๆมันก็ทำให้วันของเราเปลี่ยนไป
 
บ้าง 
 


 
 
คำถามสุดท้าย ถ้าโลกนี้ไม่มี เพลง มาเรียมคิดว่ายังไง?

มาเรียม : มาเรียมเคยคุยเรื่องนี้กับเพื่อน แต่ว่าตอนนั้นมาเรียมอ่านหนังสือ Murakami แต่ว่ามันไม่ได้พูด
 
ถึงเพลงหรอก มันพูดถึงเสียง มีการทดลองแบบที่ทำให้เสียงหายไป ในหนังสือของ Murakami เล่มนึง 
 
แล้วมาเรียมก็มาคุยกับเพื่อนว่าถ้าเสียงหายไป โลกนี้ไม่มีเสียง ก็คือไม่มีเพลง เราก็จะไม่ได้ฟังเพลง จะ
 
สื่อสารกันด้วยอะไร มาเรียมรู้สึกว่าถ้ามันไม่มีแต่แรกมันก็โอเค เพราะเราไม่ได้รู้จักมัน แต่ว่าถ้ามีแล้วมัน
 
หายไป มาเรียมว่ามันไม่ได้อะ ไม่โอเค ไม่ได้   ไม่เอา ไม่เอาคำถามนี้ โกรธ ฮ่าๆ

 
แล้วคุณล่ะ  คิดว่าถ้าโลกนี้ไม่มีเสียงเพลง  โลกของคุณจะเปลี่ยนไปไหม  ความรู้สึกต่าง ๆ จะยังอยู่ครบหรือเปล่า
 
 
 
 
ขอบคุณ : MARIAM GREY 
  
RELATED ARTIST INTERVIEW
GREENWAVE