ขึ้นภู ดูแลใจ และความหมายที่ลึกซึ้ง ของการดริปกาแฟ กับ หมอเอิ้น พิยะดา

 
WEEKEND PROJECT
 
เรียนรู้ใจแบบใหม่ กับการพบจิตแพทย์แบบไม่ต้องทำบัตร  !!!!
 
ขึ้นภู  ดูแลใจ  และ ความหมายที่ลึกซึ้ง ของการดริปกาแฟ กับ หมอเอิ้น พิยะดา
 
ดริปกาแฟ มีความหมายที่ลึกซึ้งถึงจิตใจได้อย่างไร  

หาคำตอบไปพร้อมกัน
 
 
 
 
Q  : โครงการ “ ดริปกาแฟ ดูแลใจ  “ เริ่มมาจากอะไร
 
หมอเอิ้น  :  เริ่มจากการบ้าคลั่งของเราเองมั้ง คือหลังๆมา เราชอบกาแฟ และก็เรื่องของการดริปกาแฟ  และพอมีโอกาสได้ศึกษากับมันพอสมควร สุดท้ายไม่ว่าจะไปเรียนที่ไหน เราพบว่า ไม่มีที่ไหนสอนเหมือนกันเลยนะ แล้วอาจารย์แต่ละคน เพื่อนแต่ละคนที่มาแลกเปลี่ยนเรื่องของกาแฟก็ล้วนแล้วแต่มีลักษณะของตัวเอง จนเราเองได้กลับมาดริปกาแฟทุกเช้าจนเรารู้สึกว่า อ่อ แล้วตัวเราเองชอบดริปกาแฟแบบไหน  เพราะฉะนั้นการดริปกาแฟในทุกเช้าของเรา  มันเลยกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการใช้ชีวิตในแต่ละวัน

          ในเรื่องของร่างกายแน่นอนทุกคนก็รู้อยู่แล้วว่ากาแฟมันมีคาเฟอีน มันจะทำให้ร่างกายตื่น  แต่คาเฟอีนอาจไม่มีผลอะไรกับร่างกายเราเท่าไหร่   แต่ว่าในแง่ของสัญลักษณ์เนี่ย รารู้สึกว่าการดื่มกาแฟในตอนเช้ามันเป็นสัญลักษณ์ในการตื่น    ส่วนในด้านของจิตใจเราก็มองว่าจังหวะช่วงที่เราดริปกาแฟ เรารู้สึกได้ถึงความสงบ และหลังๆ มานี้ เราเองก็ใช้เทคนิค MIO หรือที่เรียกว่า Mindfulness in Organizations คือการสอนองค์กรต่างๆให้เขาเรียนรู้ในเรื่องของ Mindfulness  คือ เริ่มต้นจากตัวเองแล้วส่งต่อไปยังทีมจนถึงองค์กร  แต่พอเราได้ลองดริปกาแฟในทุกเช้า เราก็พบว่าเทคนิคนี้ ไม่ต้องใช้ถึงระดับองค์กรหรอก เราสามารถใช้กับตัวเองเพื่อเป็นสัญลักษณ์ของการตื่นทั้งร่างกายและจิตใจได้ในแต่ละวัน  พอเราทำไปได้ในระยะหนึ่งเราก็เริ่มรู้สึกอยากจะแบ่งปัน มันเลยเป็นเรื่องของการประยุกต์ค่ะ คือการที่เราจะหันกลับมามองตัวเอง เห็นธรรมชาติของใจตัวเอง และการเห็นธรรมชาติของใจตัวเองก็จะทำให้เรารู้ว่าเราจะดูแลใจตัวเองยังไง  แต่บางทีถ้าเราเอามาพูดหรือเอามา workshop กับเรื่องนี้โดยตรงมันอาจจะดูซีเรียสเกินไป ในแง่มุมของคนที่ชอบเรื่องกาแฟอยู่แล้ว ต้องทำมันอยู่แล้วทุกวัน หรือคนที่ไม่มีประสบการณ์ด้านนี้ แต่เริ่มรู้สึกว่าอยากจะเรียนรู้ เพื่อที่จะได้นำเทคนิคในเรื่องของการดริปกาแฟไปประยุกต์ใช้กับตัวเองได้
 
 
Q  : แล้วการดริปกาแฟมันสัมพันธ์ หรือ มีความหมายลึกซึ้งถึงจิตใจ ได้อย่างไรในด้านที่เราจะบอกกับคนที่เขามาเรียน ?
 
หมอเอิ้น  :  เอิ้นมองว่าใจเรามันก็เหมือนเมล็ดพันธุ์ คือ ถ้าเราจะเปรียบเรื่องของการดริปกาแฟกับเรื่องของใจ   ก็ขอเปรียบเป็นเมล็ดกาแฟที่เราจะใช้ดริปนี่แหละ เราคงจะดึงประสิทธิภาพของเมล็ดพันธุ์ออกมาได้ไม่ดีเท่าไหร่ หรือดูแลได้ไม่ดีเท่าไหร่ ถ้าเราไม่เข้าใจธรรมชาติของเมล็ดพันธุ์ในตัวเราก่อน  เหมือนกับการที่เราก็ต้องรู้จักกาแฟของเราเช่นกัน ฉะนั้นเทคนิคต่างๆที่เราเอามาเนี่ย คือ อะไรก็ตามที่ทำให้เมล็ดพันธุ์ของเรามันเปลี่ยนไป ทำให้เมล็ดพันธุ์ในใจเรามันแปดเปื้อน  อะไรที่ทำให้คุณค่าและความหมายของเมล็ดพันธุ์อันบริสุทธิ์ของเรามันเปลี่ยนไป ก็เหมือนกับเมล็ดกาแฟเมล็ดหนึ่งที่กว่าเขาจะมาถึงเราเนี่ย เขาต้องผ่านกระบวนการอะไรมาบ้าง แล้วการดริปก็เหมือนเป็นเทคนิคหนึ่งในการดึงศักยภาพของเมล็ดกาแฟเม็ดนั้นออกมา ซึ่งเทคนิคที่เรากำลังจะเรียนรู้ในคลาสเองก็เหมือนกันค่ะ
 
 
 
 
Q  : คนที่มา workshop  ครั้งนี้  สิ่งที่จะได้กลับไปคืออะไรบ้าง ?
 
หมอเอิ้น  :  แน่นอนเลยคือเราต้องได้รู้จักกาแฟดริปมากขึ้นแหละ  และก็อาจจะหลงเสน่ห์มัน  แล้วเอิ้นก็คิดว่าสิ่งสำคัญก็คือการที่เราได้เรียนรู้ธรรมชาติของใจเรานี่แหละค่ะ รวมถึงเทคนิคง่ายๆที่เราจะเอาไปดูแลตัวเองได้เบื้องต้น เราต้องใช้คำว่าเบื้องต้นนะคะ เพราะว่าคนเราจะไปไกลได้แค่ไหนมันอยู่ที่ตัวเรา มันอยู่ที่ต้นทุนของเรา มันขึ้นอยู่กับการที่เราจะกลับเอามันไปฝึกฝนต่อหรือไม่แค่นั้นเอง ฉะนั้นคลาสนี้อาจจะเป็นแค่จุดเริ่มต้นเล็กๆที่ทำให้เราอาจจะเข้าใจธรรมชาติของใจเรามากขึ้นค่ะ
 
 
 
 
Q  : เชิญชวนคนที่อยากมาเรียนหน่อย เห็นบอกว่า ไม่ใช่แค่มา Workshop แต่จะพาไปเที่ยวด้วย  ?
 
หมอเอิ้น  :  ทริปนี้เอิ้นอยากให้มันเป็นการท่องเที่ยววิถีสุขสบาย ให้กำไรชีวิตนะคะ กำไรชีวิต คือ อะไร ? เอิ้นคิดว่ามันคือการที่เราได้มาเที่ยว ได้เรียนรู้ ได้อยู่ในที่ที่สงบ ทริปนี้ก็จะทำให้เราได้เข้าใจจิตใจตัวเองมากขึ้น แล้วก็ได้เรียนรู้โลกของกาแฟด้วยค่ะ  รวมถึงได้ใช้เทคนิคในเรื่องการดริปกาแฟและก็ในเรื่องของการดูแลจิตใจตัวเอง ลองดูสิว่าศาสตร์และศิลป์สองอย่างนี้มันจะมาอยู่ด้วยกันได้ยังไง ที่สำคัญนะคะ คนที่จะเข้าคลาสนี้ ถ้าคิดว่าจะทำเพื่อไปแข่งขัน หรือมาแล้วจะเก่งในเรื่องของการดริปกาแฟเลย ก็อาจจะไม่ใช่ค่ะ  คลาสนี้อาจจะเหมาะกับคนที่รู้สึกว่าอยากให้การดริปกาแฟเป็นสิ่งที่สร้างความสุขและมิตรภาพค่ะ
 
 
 
 
ใครสนใจลองเข้าไปดูรายละเอียดกันได้เลยนะคะ  เพราะเป็นคอร์สที่เต็มเร็วจนน่าตกใจค่ะ  ตอนนี้เราเปิดรุ่นที่ 2 แล้ว รอบนี้เราเลยรับเพิ่มเป็น 10 คน  5-6 สิงหาคม ที่ร้านเพลินคอฟฟี่ โรงแรมเลยพาวิลเลี่ยน จ.เลย   มาลองเรียนรู้ไปด้วยกันนะคะ  นอกจากการทำ workshop แล้ว ก็ได้ไปเที่ยวด้วยนะคะ   เป็นทริป 2 วัน 1 คืน ที่จะพาสัมผัสอากาศดีๆ ที่ภูเรือ  ไปดูพระอาทิตย์ขึ้นเห็นวิวสวยๆ ที่ภูบ่อบิด   และ เดินเที่ยวที่เชียงคาน  รับรองรับความสุขไปเต็มๆ เลยค่ะ  ที่สำคัญความพิเศษของคลาสนี้ อาจอยู่ที่  คุณได้พบจิตแพทย์โดยที่ไม่ต้องทำบัตรค่ะ 
 
สนใจดูรายละเอียดและสมัครคลาส ดริปกาแฟ ดูแลใจ  ได้ตามนี้ค่ะ
https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSdqXARYAW8VsKjtZXaGG2jPYpTagxd8na5kFpmZs1NTGOFeRA/viewform

หมายเหตุ :  ชาวกรีนเวฟท่านใดที่สมัครคอร์สนี้  สามารถแจ้งมาในใบสมัครได้เลยว่าได้รับข่าวสารจาก
กรีนเวฟ พิเศษ  มีห้องพักเพิ่มให้ ฟรี อีก  1 คืน  ด้วยนะคะ  **** 

ขอบคุณ  : หมอเอิ้น  พิยะดา
FB FANPAGE :  หมอเอิ้น พิยะดา ( @earnpiyada )

บราวเซอร์ของคุณไม่รองรับ

กรุณาอัพเกรดหรือดาว์นโหลด

 
SAFARI

DOWNLOAD

 
CHROME

DOWNLOAD

 
FIREFOX

DOWNLOAD

INERNET
EXPLORER

DOWNLOAD