EFM104.5
CLUB FRIDAY WEBBOARD

หน่วง: จะสุขก็ไม่สุข จะทุกข์ก็ไม่ทุกข์

เป็นคนเล่าเรื่องไม่ค่อยเก่ง แต่อยากจะถ่ายทอดความรู้สึกที่มีอยู่ตอนนี้ (ชื่อเราสมมติขึ้น มีเนื้อเพลงประกอบบ้างแทนความรู้สึก ณ ตอนนั้น)
พ.ศ. 2555
สวัสดีเราชื่อฟางนะ ผู้หญิงหน้าตาธรรมดาที่ไม่มีอะไรน่าสนใจ เราเป็นเด็กต่างจังหวัดตอนนั้นปิดเทอม ม.5 เราเลยมาอยู่กับพ่อแม่และพี่ชายที่ชลบุรี ที่นี่พ่อแม่เราทำธุรกิจเกี่ยวกับพลาสติกรีไซเคิล ส่วนเรามาอยู่ที่นี่มีหน้าที่หลักคือแม่ครัว(จำเป็น)เพราะตอนนี้ไม่มีแม่บ้านพอดี มาอยู่ที่นี่ได้ไม่กี่วันแม่ก็บอกว่า “เดี๋ยวเปาจะมาที่นี่นะ” (เปา คือลูกติดของพ่อ) และแล้ววันนั้นก็มาถึง... วันที่เป็นจุดเริ่มต้นของความรู้สึกทั้งหมดนี้...
เปาผู้ชายร่างท้วมมาพร้อมกับเด็กผู้หญิงผมสั้น (ดูจากทรงผมน่าจะอยู่ม.ต้นอยู่เลย) และเพื่อนผู้ชายอีก 3 คน คนแรกดูเข้มๆ (เพราะผิวเข้ม 55) คนที่สองน่าตาดี ดูๆไปก็น่ารักนะ (^_^) และคนสุดท้ายตัวสูงๆ ท่าทางลูกคุณหนู แถมขี้เก๊กด้วย ชิๆ (อคติล้วนๆ 55) ...แล้วใครกันนะ ที่มาทำให้เราหวั่นไหวได้?

วันหนึ่ง...
ตอนนั้นเรากำลังทำกับข้าวอยู่ในครัวกับน้องมายด์แฟนของเปา (เด็กผู้หญิงผมสั้นวันนั้นไง) สักพักก็มีเสียงกีต้าร์ดังมาให้ได้ยินแว่วๆจากทางบ้านพักที่เพื่อนๆของเปาพักอยู่
เรา : “ ใครเล่นกีต้าร์? ”
น้องมายด์ : “ น่าจะเป็นพี่ซัน ”
เรา : “ ซันไหน? ”
น้องมายด์ : “ พี่คนขาวๆไง ”
เรา : “ อ่อ ” ยิ้มๆ (ที่ยิ้มไม่ใช่อะไรหรอก ชอบคนเล่นกีต้าร์)
หลังจากวันนั้นเราก็ได้รู้จักเพื่อนๆของเปาจากน้องมายด์คนนี้แหละ 55 พี่อาม ผู้ชายผิวเข้ม บอส ผู้ชายน่ารัก และซัน ผู้ชายขี้เก๊กคนนั้น...
(น้องมายด์มาช่วยเราทำกับข้าว ส่วนพี่อาม บอส และซันมาทำงานกับพ่อเรา)


น้องมายด์ : “ พี่ฟาง พี่ซันถามมายด์ว่าว่างๆพี่ฟางทำอะไร คุยโทรศัพท์ไหม ”
เรา : “ แล้วมายด์ตอบไปว่าไงอ่ะ ”
น้องมายด์ : “ มายด์ก็บอกว่าพี่ฟางไม่คุยโทรศัพท์ ชอบอ่านหนังสือ ”
เรา : “ แล้วไงต่อ ”
น้องมายด์ : “ พี่ซันก็ถามว่า อ่านหนังสืออะไร ”
เรา : “ แล้วมายด์ตอบว่า ”
น้องมายด์ : “ พี่ฟางชอบอ่านหนังสือนิยาย 55 ”
เรา : “ ทำดี 55 ” ภาพพจน์เด็กเรียนของฉันไม่เหลือแล้ว... (แต่ก็ดีใจนะที่มีคนสนใจเรื่องส่วนตัวของเราด้วย ^^)

และการสนทนาวันนั้น ก็ทำให้มีวันนี้...
เรากับน้องมายด์กำลังจะเอาอาหารไปให้ปลาดุกที่เลี้ยงไว้ตรงบ่อข้างบ้านพักของสามหนุ่มเพื่อนของเปา เป็นตอนเย็นซึ่งทุกคนเลิกงานหมดแล้ว เปาและเพื่อนๆ รวมทั้งพี่ชายของเรากำลังตีแบตกันอย่างสนุกสนาน เรากับน้องมายด์ก็ให้อาหารปลาไปเรื่อยๆ...
อยู่ๆก็รู้สึกเหมือนมีคนยืนอยู่ข้างๆ เราเลยหันไปมอง “อ่าว ซัน”เราก็ทำหน้าประมาณว่ามีอะไรหรือเปล่า? จากนั้นซันที่ยืนท่าทางประหม่าหน่อยๆก็ยื่นหนังสือที่ถืออยู่ในมือให้เรา พร้อมกับพูดว่า “เราอยากให้ฟางอ่าน มันเป็นหนังสือที่ดีนะ ซันอ่านแล้วมันให้อะไรหลายๆอย่างกับซัน” เรารับหนังสือมา “ขอบคุณนะ” แล้วก็มีเสียงแซ่วจากเพื่อนๆที่ตีแบตกันอยู่ บอกเลยตอนนั้นเราโคตรเขินเลยว่ะ... (หนังสือเล่มนั้นคือ เดอะท็อปซีเคร็ต II ความลับสู่ความสำเร็จ)

จากวันนั้นมันก็ทำให้เราสนิทกันมากขึ้น ทุกวันหลังทานข้าวเย็นพวกเราจะมาร่วมตัวกัน โดยส่วนใหญ่จะมีเราสามคน คือ เรา น้องมายด์ และซัน จากการได้คุยกัน การเล่าเรื่องราวของตัวเอง มันทำให้เรารู้จักกันและกันมากขึ้น จนกลายเป็นความผูกพัน(ที่เราไม่ทันรู้ตัว) การนั่งคุยกันท่ามกลางสวนมะพร้าว ท้องฟ้า ดวงดาว และสายลมในยามค่ำคืน ก็เป็นอะไรที่น่าจดจำไม่น้อย...
เราอยากบอกว่าเราโคตรชอบตอนนั้น ตอนที่เรานั่งคุยกัน ตอนที่ซันเล่นกีต้าร์ ตอนที่ซันร้องเพลง ภาพเหล่านั้นมันยังอยู่ในความทรงจำเราเสมอ เราโคตรมีความสุข...

แต่ก็เหมือนกับประโยคที่หลายคนชอบพูดกันว่า “ความสุขมักจะอยู่กับเราได้ไม่นาน” มันจะจริงซะแล้ว เพราะซันกำลังจะกลับบ้าน ตอนเรารู้ทำไมมันรู้สึกเหงาๆในใจชอบกน ในใจไม่อยากให้ซันกลับเลย...
วันที่ซันจะกลับซันให้หนังสือธรรมะกับเรา มันทำให้เรามีความหวังว่าซันจะกลับมาเอา...(กลับมานะซัน กลับมา...)
“ก็ไม่รู้ว่าลมอะไรพัดเรามาพบกัน
และไม่รู้ว่าลมอะไรพัดเธอไปจากฉัน
อยู่ดีๆก็ทำให้ฉันรักเธอ ทำให้มีความฝัน
แต่ไม่นานก็ทำลายฉันจนแทบไม่เหลือใจ
และบางครั้งในยามค่ำคืนแม้กายจะล้มไป
อยากให้รู้เรื่องราวของเธอไม่เคยจะหลับไหล
หลับตาลงแต่ใจยังคิดถึงเธอ อยากจะเจอเพียงไหน
ก็ไม่มีทางทำอะไรได้เลย...”
ลม-So Cool

แล้วซันก็กลับมาจริงๆ (เย้...) ซันบอกว่า “ที่ซันกลับมาเพราะฟางกับมายด์เลยนะ” เราดีใจนะที่ซันกลับมาเพราะเรา
ความรู้สึกดีๆไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นตอนไหน แต่ตอนนี้เรารู้สึกไปแล้ว

25.03.2555 วันหยุด...กับรูปถ่ายหนึ่งรูป
วันนี้พ่อพาพวกเราไปทะเล และที่นั่นก็ทำให้เรามีโอกาสได้ถ่ายรูปด้วยกัน ถึงมันจะไม่ใช่รูปคู่ก็เถอะ รูปถ่ายเพียงรูปเดียว ที่เราหวงมากรูปหนึ่งและยังเก็บมันไว้จนถึงทุกวันนี้...


กลางเดือนพฤษภาคม จะเปิดเทอมแล้ว พรุ่งนี้ซันจะกลับบ้าน
เรามาร่วมตัวกันเหมือนทุกๆวัน แต่คืนนี้คงเป็นคืนสุดท้ายที่เราจะได้มานั่งคุยกันแบบนี้ ไม่รู้ว่าเราจะมีโอกาสได้เจอกันอีกไหม ทุกคำพูดที่ซันพูดในคืนนั้นเรายังจำได้นะ
“ฟาง”
“ซันให้” ดอกรักดอกเล็กๆดอกหนึ่งถูกยื่นมาตรงหน้า
“มันเป็นความรู้สึกจริงๆ จากเพื่อนคนหนึ่ง” ประโยคที่ทำให้หัวใจเราพองโต
วันนั้นซันให้ดอกรักเรา เราให้รูปเรากับซัน ไม่รู้ว่าซันยังจำได้หรือเปล่า จะยังเก็บรูปเราไว้ไหม แต่สำหรับเราทุกๆอย่างที่เกี่ยวกับซัน เราไม่เคยลืม...

ตอนเรามีโอกาสได้นั่งคุยกันสองคนซันเคยถามเราว่า
“ฟางอยากมีแฟนไหม”
“ไม่อ่ะ เรากลัวผิดหวัง”
“แต่ถ้าเป็นซันเราพร้อมจะยอมรับความผิดหวังนะ” ประโยคนี้เราพูดได้แค่ในใจ

“อย่าลืมเรานะซัน” TT

ม.6 คิดถึง...จึงตามหา
เราก็ใช้ชีวิตของเราตามปกติ ตั้งใจเรียน และมีอีกสิ่งหนึ่งที่เราตั้งใจไม่แพ้การเรียนเลยก็คือการหาเฟสบุ๊คของซัน เพราะมันเป็นทางเดียวที่เราจะติดต่อซันได้ แต่เราไม่มีข้อมูลอะไรเกี่ยวกับซันเลย รู้จักแค่ชื่อเล่น “ซัน” ซันเป็นประธานนักเรียนของโรงเรียนแห่งหนึ่ง
ใช่แล้ว! “โรงเรียน” หลังจากนั้นเราก็แอดเฟรนด์โรงเรียนของซันไป พยายามหาจากรายชื่อเพื่อนในเฟสบุ๊คโรงเรียนแต่ก็ไม่เจอ หาจากโพสต์กิจกรรมของโรงเรียน พยายามทุกวันๆ...จนเจอโพสต์เกี่ยวกับการแสดงความยินดีกับนักเรียนม.6 ที่สอบติดมหาวิทยาลัยแล้ว เราพยายามดูทีละรูปๆ จนเจอรูปซันใส่ชุดนักเรียนอยู่ ตอนนั้นคือเราดีใจมากๆๆ เหมือนมันใกล้ความจริงแล้ว เราพยายามซูมเพื่อที่จะดูชื่อจริงของซัน แต่พอซูมรูปมันก็แตก อ่านไม่ออก อ่านได้คร่าวๆว่า “อัครXXX XXXX” เราก็พยายาม Search หา เล่นหาทุกอัครที่พอจะเป็นชื่อคนได้ เราพยายามหาทุกวันหาเป็นปี แต่ก็ไม่เจอ...TT (นึกถึงตอนนั้นแล้วสงสารตัวเอง)
“เนิ่นนานเท่าไรไม่รู้ที่รอเธอ ฉันจำไม่ได้
ที่จำได้ดีคือฉันมีเพียงเธอ แม้นานสักแค่ไหน
เธออยู่ที่ใดยังรักกันไหม ฉันไม่รู้ แต่ที่รู้คือฉันนั้นยังไม่เปลี่ยนใจ
ยังอยู่ตรงนี้ถึงแม้จะเหงาและเดียวดาย
ไม่ผิดใช่ไหมที่ฉันจะยังรักเธอ ไม่ว่าเธอกับฉันวันนี้จะอยู่แสนไกล
ก็ยังจะรออย่างมีความหวัง ยังคงไม่เปลี่ยนไป
ไม่ว่าใครจะมองว่าฉันงมงาย ฉันก็ยังเหมือนเดิม
เมื่อเธอมีทางชีวิตไม่เหมือนฉัน ฉันห้ามไม่ได้
แต่ฉันจะมีชีวิตเพื่อรอเธอ แม้วันสุดท้าย
เกิดมาได้เจอคนที่ตามหามานานแสนนาน ทำให้รู้ว่าเธอมีค่ามากแค่ไหน
จะอยู่ตรงนี้ถึงแม้ว่าฉันจะไม่เหลือใคร
ไม่ผิดใช่ไหมที่ฉันจะยังรักเธอ ไม่ว่าเธอกับฉันวันนี้จะอยู่แสนไกล
ก็ยังจะรออย่างมีความหวัง ยังคงไม่เปลี่ยนไป
ไม่ว่าใครจะมองว่าฉันงมงาย ฉันก็ยังเหมือนเดิม
จะรอแค่เธอถึงแม้ใครหาว่างมงาย
ไม่ผิดใช่ไหมที่ฉันจะยังรักเธอ ไม่ว่าเธอกับฉันวันนี้จะอยู่แสนไกล
ก็ยังจะรออย่างมีความหวัง ยังคงไม่เปลี่ยนไป
ไม่ว่านานเท่าไรยังมีเพียงเธอ (ไม่ผิดใช่ไหมที่ฉันมีเธอคนเดียวในหัวใจ)
ไม่ว่ายังไง ฉันก็จะรักเธอ”
งมงาย-Bodyslam

พ.ศ. 2556
ผ่านมาปีกว่าแล้วนะซัน...
ตอนนี้เราขึ้นปีหนึ่งแล้ว เราเลือกเรียนในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งทางภาคตะวันออก เพราะจะได้อยู่ใกล้ๆกับครอบครัว
เรายังคงพยายามหาเฟสบุ๊คของซันต่อไปด้วยความหวังที่น้อยลงทุกวัน...

14.07.2556 ในที่สุดเราก็เจอ ตอนนั้นทั้งตื่นเต้นและดีใจ ดีใจมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ แต่พอจะแอดเฟรนด์ไปก็กล้าๆกลัวๆ ไม่รู้ว่าตอนนี้ซันยังจำเราได้มั้ย ซันยังอยากจะเป็นเพื่อน ยังอยากคุยกับเราหรือเปล่า
แต่ความคิดถึงก็สั่งให้เรากดแอดไป...
ตึ๊ง... ซันรับแอดแล้ว ทำไงดีตื่นเต้นๆ
“ขอบคุณที่รับแอดนะคะ”
“ใช่ซันป่าว”
“ใช่ค๊าบ”
“จ้า”
“ฟางหรอ” ..............................
จากนั้นเราก็คุยกันในแชทบ้าง โทรคุยบ้างในฐานะเพื่อน ทุกอย่างเหมือนจะดี แต่แล้ววันหนึ่งซันก็มีแฟน ซันจะรู้บ้างไหมว่าเราเจ็บแค่ไหนที่เห็นซันคบกับคนอื่น มันเจ็บจี๊ดๆที่หัวใจเหมือนมีเข็มนับร้อยมาทิ่มแทง ขอให้ซันรักกับเขานานๆนะให้สมกับที่เราเสียใจ...
“ถึงหน้าตาเราจะสู้ใครๆที่ซันมีไม่ได้ แต่ความจริงใจเราไม่แพ้ใครแน่นอน”

แล้วเราก็เริ่มห่างกัน นานๆ(หลายเดือน)คุยกันครั้ง แต่เราก็ดีใจนะที่ได้คุย...

คนไม่มีสิทธิ์อย่างเราเวลาคิดถึงก็ได้แต่แอบส่องเฟสเขาไปวันๆ

พ.ศ. 2559 ไม่ได้คุยกันนานแค่ไหนแล้วนะ
4 ปีแล้วนะ หลายอย่างเปลี่ยนไป แต่ทำไมความรู้สึกที่เรามีต่อซันไม่เปลี่ยนไปบ้างนะ...
ตอนนี้เราอยู่ปีสามแล้ว อยู่ในฝึกงานและจ็อบแรกของการทำงานคือโคราช มันคงไม่มีอะไรถ้าโคราชไม่ใช่จังหวัดที่ซันอยู่ และที่พักของเราอยู่ห่างจากมหาวิทยาลัยที่ซันเรียนอยู่เพียงไม่กี่เมตร เราแอบหวังเล็กๆว่าถ้าได้เจอซันก็คงจะดี แต่ก็ไม่ได้เจอ...
“คิดถึงใครบางคนที่ห่างกันแค่เส้นขนาน”

ซันเป็นคนดี คนเก่ง และมีเสน่ห์ ไม่แปลกที่จะมีสาวๆมาชอบมากมาย การได้เจอกันในเฟสบุ๊คอีกครั้งมันทำให้เราทั้งสุขและทุกข์ได้ในเวลาเดียวกัน สุขที่ได้เห็นได้ติดตามเรื่องราวของเขา แต่ก็ทุกข์ที่เห็นเขาคบกับใคร สนิทกับผู้หญิงคนไหน สุขที่ได้คุย แต่ก็ทุกข์ที่เขาไม่อ่านหรือตอบแชทเรา หลายครั้งที่เราคิดจะอันเฟรนด์เขา มันจะได้หยุดความรู้สึกหน่วง ที่จะสุขก็ไม่สุขจะทุกข์ก็ไม่ทุกข์นี้สักที แต่ก็ทำไม่ได้ ใจมันไม่แข็งพอ...

และการที่เรายังตัดใจจากเขาไม่ได้อาจเป็นเพราะเขาเป็นผู้ชายคนแรกที่เราประทับใจ มันเลยกลายเป็นการฝังใจ ยังยึดติดกับความรู้สึกดีๆในวันเก่าๆ เวลามีใครมาจีบก็ไม่ยอมเปิดรับให้ใครเข้ามา ไม่รู้สิเหมือนมันรู้สึกผิดกับเขา แต่ตอนนี้เราคิดว่าเราควรพอกับความรู้สึกนี้ดีไหม?

“ฟางดีใจนะที่ครั้งหนึ่งได้มีโอกาสรู้จักซัน ถ้าย้อนเวลากลับไปได้เราก็ยังอยากรู้จักกับซันนะ แต่เราขอหยุดความรู้สึกดีๆแค่คำว่าเพื่อนจะดีกว่า ไม่ใช่ความรู้สึกที่เป็นอยู่ในตอนนี้ เราไม่หวังจะเป็นคนนั้นของซันหรอกนะ แต่เราอยากมีความสำคัญบ้าง ว่างๆ...ช่วยตอบแชทเราหน่อยนะ....”
ฟาง เพื่อนใจน้อยและแอบน้อยใจ

“ทุกๆ ครั้งที่เธอนั้นส่งรอยยิ้มเข้ามาทักทาย
ทุกๆ ครั้งที่เธอนั้นส่งสายตาเข้ามาหากัน
ทำให้ฉันนั้นแทบจะขึ้นสวรรค์
ทั้งที่ยังยืนอยู่ตรงนั้น
(แทบจะขึ้นสวรรค์ทั้งที่ยืนอยู่)
ทุกๆ ครั้งที่เธอนั้นคอยส่งเสียง และทุกข้อความ
ทุกๆ ครั้งที่เธอนั้นคอยเฝ้าถาม และเป็นห่วงฉัน
ทำให้ฉันนั้นแทบจะดิ้น ดิ้นตายอยู่ตรงนั้น
แต่ติดที่ฉันนั้นไม่ใช่เพียงคนเดียว
(เพียงคนเดียว เพียงคนเดียว)
ที่ได้รับท่าทีที่แสนดีเหล่านั้น
มันจึงเป็นความรัก ที่ไม่ถึงกับสุข
เป็นความทุกข์ ที่ไม่ถึงกับเศร้า
เป็นความรัก ที่ทั้งซึ้งทั้งเหงาอยู่ด้วยกัน
(เป็นความซึ้งและความเงียบเหงาอยู่ด้วยกัน)
จึงเป็นความรักที่มาพร้อมความอึดอัด
และเป็นความรักที่ไม่เคยเห็นภาพชัดๆ สักวัน
มีแค่ความรู้สึกครึ่งๆ กลาง ๆ
ข้างในใจของฉัน เพียงคนเดียว”
หน่วง-Room39

GREENWAVE1065

crownflower

27 Mar 2016

Comment

GREENWAVE1065

Greenwave

31 Mar 2016
ขอบคุณสำหรับการแชร์ประสบการณ์นะคะ // ทีมงาน ;)
GREENWAVE1065