EFM104.5
CLUB FRIDAY WEBBOARD

บทสุดท้าย

เรื่อง บทสุดท้าย #แต่งขึ้นจากชีวิตจริงที่ยิ่งกว่าละครไทย


ep1 : เริ่มต้นความรัก
ครอบครัวหนึ่งอยู่กันอย่างดีมีความสุข ทุกข์บ้างอะไรบ้างตามสภาพความเป็นจริงของสังคมปัจจุบัน
แต่ทุกคนย่อมอยากมีความสุข อยากมีใครสักคนที่ดีอยู่ด้วยกัน ใช้ชีวิตแบบครอบครัวใหม่ที่มีความสุข ซึ่งหนึ่งในนั้นคือนายปัง น้องชายคนสุดท้องของบ้าน ต่อไปจะเรียกชื่อเค้าว่า “นายปัง” วันนึ่งเค้าก็มีรักใหม่ มีผู้หญิงที่เค้าคิดว่ารัก เข้ามาในชีวิต แน่นอนค่ะ ถ้าเค้ารักใครเราย่อมรักด้วย และถ้าเค้าเป็นคนดีก็อยากให้เค้าอยู่กันไปตลอด จนถึงวันแต่งงาน ซึ่งแน่นอนค่ะ เค้าไม่ใช่ผู้หญิงคนแรกที่ผ่านเข้ามาในชีวิตนายปัง บางคนผ่านเข้ามา อยู่ในบ้านใช้ชีวิตกับนายปัง แต่อยากอยู่กับนายปังในโลกนี้แค่ 2 คนไม่เอาแม่ ไม่เอาพี่น้อง และไม่อยากทำงาน ใช่ค่ะมันไม่รอด เพราะชีวิตจริง โลกแห่งความจริง ความรักอย่างเดียวอยู่กันไม่ได้ มันต้องลดความเห็นแกตัว ของตัวเองลงไปด้วย ถ้าต้องการอยู่สุขสบาย ต้องช่วยกันทำงาน ทำมาหากิน แต่นั่นยังไม่ใช่จุดเริ่มต้นของความรักครั้งนี้

ep 2 : ครบ 1 เดือน
จากการเริ่มต้นความรักครั้งใหม่ของนายปัง รู้จักกันในโลกของ social โลกที่มีทั้งคนดี คนไม่ดี คนรวยมาก และคนพอมี เธอเป็นคนน่ารัก ผมยาว ขาวมาก น้ำหนักเยอะดูอบอุ่น ผิวพรรณดี นายปัง นัดเจอและรับเธอเข้ามาชีวิตของนายปัง และครอบครัว แน่นอนค่ะ นายปังรักใคร เรารักด้วยคอยดูแลช่วยเหลืออยู่ห่างๆ อย่างห่วงๆ ด้วยความรักที่ยังหอมหวานทำให้น้องนก (นามสมมุติ) เข้ามาอยู่ที่บ้าน อย่างรวดเร็ว ทั้งครอบครัวก็ต้องถามกันหน่อยว่าหนูเป็นลูกเต้าเหล่าใครค่ะ ทราบมาจากปากน้องนกเองว่า เธอเป็นลูกเจ้าของร.พ.สัตว์ ที่มีสาขามากมายทั้งกทม.และปริมณฑล แม่ของเธอเองก็ทำบริษัททัวร์เดินทางต่างประเทศเป็นประจำ แถมยังเป็นญาติโกโหติกากับคนนามสกุลดังในวงการบันเทิงอีกต่างหาก เราเริ่มต้นรู้จักกันกับการที่ออกไปกินส้มตำร้านธรรมดา แต่ถึงเธอจะรวยมาก เราก็ไม่ใช่พวกที่เห็นว่ารวยแล้วจะให้เธอมาเลี้ยงเรา เพราะฉะนั้นการกินส้มตำครั้งแรกในการเจอกันก็เป็นแบบไทยแชร์ หารรวมมาก คูณรวมน้อย เอาเป็นว่า เราจ่าย แม่จ่าย เค้าจ่าย การกินครั้งนั้น 8 ร้อยกว่าบาท น้องนกอุทานออกมา อุ้ยถูกจังอย่างน่าประหลาดใจ แต่เราคิดว่าสำหรับส้มตำแล้วมันก็แพงเหมือนกันเนอะ แต่การเลี้ยงดูคนเราจากครอบครัวมาไม่เหมือนกัน ทำให้คิดว่าน้องนกเอย ประหยัดซะบ้างก็ดีนะอย่างน้อยถ้ามาเป็นเมียของนายปังก็ทำให้ครอบครัวที่น้องคิดจะสร้างขึ้นมามั่นคงขึ้น และมันก็ดำเนินชีวิตกันต่อไป ในหน้า face นายปังมีชีวิตชีวา มีความสุข กินกุ้งเผา ราคา 3,000 เอยอะไรเอย ถูกมาก เวลาผ่านไป 1 เดือนอุ้ยครอบรอบ 1 เดือนน้องนกซื้อเค้กก้อนโตมาเป็นของขวัญวันครบรอบ ทุกอย่างลงตัวที่สุด สดชื่นมากกกกก

ep 3 : เกิดเรื่อง
จาก 1 เดือน เป็น 2 เดือน ชีวิตที่ตอนแรกอะไรๆก็ปรับได้ ทุกอย่างไปได้ดี แต่นั้นมันไม่ใช่ตัวตนของแต่ละคน ก็เริ่มมีปัญหา ทั้งปัญหาการพูดไม่ได้ใส่กัน คนนึงบอกว่านี้ฉันพูดธรรมดานะ แต่อีกคนบอกเธอกำลังตะคอกฉันอยู่ เป็นแบบนี้เรื่อยๆ แต่แล้ว การทะเลาะกันมาเรื่อยๆก็ไม่ได้ทำให้เลิกกัน แต่กลับเกิดเรื่องทำให้เรายิ่งสงสารน้องนก เรื่องที่ทะเลาะกันเลยดูเบาไป นั้นคือ พ่อน้องนกที่เป็นเจ้าของร.พ.สัตว์นั้น ทะเลาะกับแม่ที่เป็นเจ้าของบริษัททัวร์ต่างประเทศ เค้าสองคนเลิกกัน แม่ออกไปซื้อบ้านใหม่อยู่กับชายคนใหม่ที่อายุเท่าน้องนก เป็นเทรเนอร์ที่สอนคุณแม่สาวสวยอกกำลังกาย ชีวิตน้องนกมีปัญหาแล้ว เป็นปัญหาที่หนักหนาที่เกิดกับผู้หญิงคนนึ่ง ที่พ่อกำลังเป็นบ้า กับเรื่องที่เกิดขึ้น ครอบครัวน้องปังสงสารน้องนกและพ่อมาก อยากให้กำลังใจและอยากจะเจอกับพ่อ เพื่อบอกว่าไม่ต้องห่วงเราจะช่วยกันดูแลจิตใจน้องนกเป็นอย่างดี แต่พ่อเสียใจมากเลยคิดว่าต้องทำงานอย่างหนักเพื่อให้ลืมแม่ให้ได้ จึงเดินทางไปทำงานต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง แล้วพ่อก็คิดว่าต้องฝากลูกไว้กับนายปัง ไหนไหนก็อยู่ด้วยกันแล้ว จึงตัดสินใจ line หานายปังว่านี่พ่อเองนะ พ่อเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นมากๆ ตอนนี้ย่าที่อยู่ประเทศอังกฤษ ซึ่งเป็นบ้านของน้องนกที่น้องนกอยู่และเรียนที่นั่น ยังไม่ทราบเรื่องนี้ พ่อคงต้องทำงานหนักมากขึ้น และพ่อก็อยากให้น้องนกเลือกที่จะอยู่กับพ่อมากกว่าแม่ (เกิดสึกแย่งชิงลูกขึ้นมา) นายปังช่วยพ่อคุยกับน้องนกด้วยนะให้เค้าตั้งใจทำงาน ช่วยงานพ่อ เพราะต่อไปเค้าเป็นคนเดียวที่ต้องดูแลกิจการต่อจากพ่อ แล้วก็เฉยให้นายปังรู้ว่า น้องนกเป็นเด็กหลอดแก้ว ทำให้พัฒนาการ การคิด อารมณ์ไม่เหมือนคนปกติ จะช้ากว่าเดิม แม่ก็โทรมาทุกวันว่านกจะเลือกใคร แต่ก่อนหน้านี้ แม่ได้พาน้องนกไปเปลี่ยนนามสกุล เพื่อให้ใช้นามสกุลเดียวกับแม่ เพื่อเป็นการป้องกันว่านกจะไม่เลือกพ่อหลังจากหย่ากัน
ณ จุดจุดนี้ที่บ้านสงสารน้องมาก มานั่งร้องไห้ทุกวัน
ในขณะเดียวกันพ่อก็คุยกับนายปังอย่างลับๆโดยไม่ให้น้องนกรู้ เพราะถึงเวลาแล้วที่ต้องสอนน้องนกให้รู้จักชีวิตจริง เลิกใช้ชีวิตที่ใช้เงินซื้อทุกสิ่งได้แล้ว

ep 4 : บทเรียน
พ่อน้องนกคิดว่าจะสอนลูกสาวที่โดนตามใจมานานจากแม่เค้าที่สอนลูกสาวแบบใช้แต่เงิน ไม่เคยให้รู้จักคุณค่าของเงิน พ่อที่น้องนกเค้าเรียกว่า “ป๊า” ป๊าบอกกับนายปังว่า ต่อไปนี้ป๊าจะสอนน้องนกให้รู้จักคุณค่าของเงิน รู้จักบริหารงาน เพื่อวันข้างหน้าน้องนกต้องเป็นกำลังสำคัญของร.พ.สัตว์หลายสาขานี้ เริ่มต้นด้วยจากที่น้องนกมาบอกกับนายปังว่า ตอนที่คบกับนายปังใหม่ๆ มีการทะเลาะ กับป๊าเรื่องที่น้องนกไปเปลี่ยนนามสกุลเป็นนามสกุลแม่ ทำให้ป๊าโกรธมาก ทะเลาะกันใหญ่โตจนน้องนกโมโห โอนเงินคืนป๊าไปเป็นเงินในบัญชี เป็นจำนวนเงิน ล้านกว่าบาท ทำให้ตอนนี้เงินในบัญชีไม่มีแล้ว เพื่อที่จะเริ่มต้นชีวิตใหม่กับนายปัง จึงคิดว่ามาช่วยกันสร้างใหม่ นายปังบอกไม่เป็นไร เรามาช่วยกัน หลังจากนั้นไม่นาน ป๊าของน้องนกก็ตัดเงินเดือนไม่เหลือซักบาท (เท่าที่จำได้ ก็เป็นเวลา 2 เดือน) แต่น้องนกบอกกับนายปังและที่บ้านนายปังว่า นกหยิบจากร้าน (รพ.สัตว์สาขาที่ดูแลอยู่) เหตุการณ์นี้ทำให้ครอบครัวเราไม่สบายใจมาก เพราะคิดว่านายปังทำให้น้องนกต้องเดือดร้อน อย่างเดียวที่สอนน้องนกได้คือ ให้พูดตรงๆกับป๊า แต่น้องนกชีวิตรันทดมากกว่านั้น จะคุยกับป๊าวได้ ก็ต้องผ่านเลขา หรือผจก.เท่านั้น ป๊าไม่รับโทรศัพท์ จนเวลาผ่านไปประมาณ 2 เดือน น้องนกมาบอกว่าป๊ายอมให้เงินเดือนแล้ว อยู่ที่ 13,000 บาท เราก็แปลกใจทำไมเงินเดือนหมอ (อ๋อลืมเล่าไป น้องนกเป็นสัตวแพทย์ เพิ่งจบและกำลังเรียนโทที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งแถวศาลายา) ถึงได้น้อยนัก แต่ก็ไม่เป็นไร ยังดีกว่าตอนแรกที่ไม่ได้เงินเดือนเลย. ระหว่างที่น้องนกไม่ได้เงินเดือนก็มีบ้างที่ใช้เงินด้วยกันกับนายปัง และไหนจะเงินที่ต้องลงทะเบียนเรียนป.โทอีก ทำให้นายปังต้องขายทองที่สะสมไว้ ที่เหลือทั้งหมดเพื่อนช่วยน้องนกในการลงทะเบียนเรียน น้องนกและนายปังเครียดมากกับรายรับที่น้อยกว่ารายจ่าย เราเองซึ่งเป็นคนชอบวางแผนก็ช่วยกันคิดว่าต้องแบ่งเงินใช้จ่ายอย่างไร ยังไงก็พอในเงินเดือน 13,000 บาท เราก็อยากช่วยเลยให้น้องเค้านำปูไปขายที่รพ.(ปูสดๆจากชาวประมง) ซึ่งทำให้มีรายได้เพิ่มมากขึ้น ครอบครัวเห็นใจมาก ช่วยกันทุกวิธีทางว่าจะหาเงินเพิ่มอย่างไรดี
บทเรียนครั้งนี้ ที่ป๊าสอนลูก แต่ลูกที่เคยตัวใช้เงินเยอะมาก่อนจะสอนกันได้อย่างไรเมื่อโตกันแล้ว แต่ป๊าก็จะไม่ละความพยายามนะ สู้ๆนะค่ะป๊า

ep 5 : ธรรมมะ
หลังจากที่เกิดเหตุการณ์ต่างๆ กับแฟนสาว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องพ่อแม่แยกทางกัน แม่มีแฟนใหม่ ออกจากบ้านไป กดดันน้องนกทุกวิธีทางให้น้องนกไปอยู่ด้วย แต่ด้วยความรักนายปังมากเลยคิดว่าอย่างไรเสีย ก็จะสู้ไปกับนายปัง และป๊า ต้องให้กำลังใจป๊ามากๆ ป๊าไม่มีเวลาเป็นของตัวเอง ทำงานอย่างหนักตลอดเวลา จะเพื่อใครถ้าไม่ใช่เพื่อนน้องนกเอง แม้การทำงานอย่างหนักนั้น จะทำให้ไม่ค่อยมีเวลาให้น้องนกและภรรยาจึงทำให้ภรรยา ต้องไปมีคนอื่น ประกอบกับเกิดอุบัติเหตุกับร้านกาแฟน้อยๆ ของนายปัง
คืนนึง เกิดมีรถส่งของเข้ามาส่งของใน 7-11 แห่งหนึ่ง ซึ่งอยู่ใกล้ร้านนายปัง แล้วด้วยเหตุใดไม่ทราบ คนขับรถส่งของดังกล่าวถอยรถอย่างรวดเร็วยามวิกาล ชนเข้าอย่างจังกับร้านกาแฟของนายปัง พังสิค่ะ ต้องสั่งทำร้านขึ้นมาใหม่ ทำให้นายปังคิดว่า เรื่องราวที่เข้ามาในชีวิตเค้าในขณะนี้มันหนักหนา และคิดว่า การทำบุญ ใช้ธรรมมะเข้ามาช่วยนั้นจะทำให้ทุกอย่างจากเรื่องร้ายกลายเป็นดีได้ จึงตัดสินใจบวชศึกษาธรรมมะ เป็นครั้งที่ 2 ซึ่งหวังว่าจะทำให้จิตใจสงบและมีสติแก้ปัญหากับเรื่องที่เกิดขึ้นต่อไป ด้วยการไปจำวัดอยู่ต่างจังหวัดซึ่งเป็นวัดที่บ้านเกิดของแม่ตนเอง จากการบวชครั้งนั้นเป็นการบวชที่ไม่มีพ่อร่วมงาน แต่มีการดำเนินการครบถ้วน ตั้งแต่บวช จนถึงทำการเทศน์ก่อนสึก เป็นที่ปลื้มใจของแม่มาก (บวชครั้งก่อนเกิดป่วยหนักทำให้ต้องสึกโดยไม่ได้เทศน์) น้องนกแสดงความจริงใจด้วยการอยู่เป็นเพื่อนแม่ กลับมานอนบ้าน ดูแลบ้าน โดยที่ไม่มีนายปังอยู่ ทั้งๆ ที่น้องนกนั้น มีคอนโดชั้น 29 เป็นคอนโดพื้นที่กว้างขวาง ภายในคอนโดนั้น มี 1 ห้องครัว 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ อยู่ติดรพ.ที่น้องนกนั้นทำงานอยู แต่เธอก็มีนำ้ใจมาอยุ่ดูแลบ้าน ขอบคุณมากนะน้องนก

ep 6 : ความจริง
นายปังลาสิขาฯ กลับมาทำร้านกาแฟต่อ น้องนกก็ไปทำงานตามปกติ ณ เวลา 2 ทุ่มกว่าๆ เวลาปิดร้าน นายปังก็ไปรอรับน้องนกกลับบ้านทุกวัน จนมาวันนึง ป๊าของน้องนกก็กลับมาจากเมืองนอก line มาคุยกับนายปัง และเล่าเรื่องสำคัญมากให้นายปังฟังและกำชับว่าอย่าไปเล่าให้น้องนกฟังนะ เดี๋ยวเค้าเสียใจถึงเวลาผมจะเล่าให้น้องนกฟังเองว่า ที่จริงแล้ว น้องนกไม่ใช่ลูกของป๊ากับภรรยาที่เลิกกันไปแล้ว เป็นลูกของน้องแม่นมที่เลี้ยงป๊ามา ป๊าอยากมีลูกมาก เลยขอเค้ามาเลี้ยงดู โดยมีการโอนและจ่ายเงินให้กับน้องของแม่นมไปหมดแล้ว แต่ตอนนี้ ทางน้องของแม่นม ต้องการจะแบลคเมล์ จะขอค่าปิดปากอีกเป็นล้าน ป๊าไม่สบายใจมาก กลัวลูกของแม่นมที่น้องนกเรียกว่าเป็นพี่สาวที่นับถือกันมากมาบอก นายปังได้ยินแบบนั้นทำให้สงสารน้องนกเป็นอย่างมาก เธอคงเสียใจมากเมื่อรู้ความจริง แต่นั้นก็คือความจริง คงต้องดูแลจิตใจกันไป และแล้วก็เป็นไปตามที่ป๊าคาดการณ์ไว้ พี่สาวของน้องนกที่เป็นลูกของแม่นมนั้น มาเล่าความจริงให้น้องนกฟัง แต่.... น้องนกบอกนายปังว่า เค้าเชื่อป๊า เค้าไม่เชื่อคนอื่น เพราะหลังจากที่น้องนกรู้เรื่อง ก็โทรไปหาป๊า ถามป๊าว่าจริงหรือไม่ ป๊ายังคงตอบว่าไม่จริง น้องนกเป็นลูกป๊า น้องนกต้องเชื่อป๊า พร้อมกับ line มาหานายปัง ฝากดูแลน้องนกด้วย เพราะไม่แน่ใจว่าน้องนกจะคิดมากหรือไม่ ครอบครัวเราได้ยินแบบนั้น ก็นึกสงสาร ผู้หญิงตัวเล็กๆ คนนึง ต้องมาเจออะไรพร้อมๆกันแบบนี้ ถ้าเป็นเรา คงรับไม่ได้แน่ๆ หรือคุณว่าไงค่ะ.

ep 7 : ขอโอกาส
เมื่อภาวะความเครียดต่างๆ เข้ามาในชีวิตคู่ แน่นอนที่สุด ก็คือการดูแลกันในยามยาก นายปังเลยคิดว่า ต้องทำให้ดีที่สุด แต่ผู้หญิงทุกคนที่เคยผ่านการมีแฟนสมัยวัยรุ่น ก็รู้ดีที่เราจะงี้เง่า ไม่มีเหตุผล อยากให้แฟนสนใจเรามากๆ ในทุกๆ เวลา ด้วยการโทรหาทุกๆ 5 นาที ถามโน้นนี่ แล้วก็วาง สักพักมีเรื่องที่ต้องโทรมาอีก ทำไรอยู่ อยู่ที่ไหน กินข้าวยังค่ะ วันนี้มารับกี่โมง แล้วจะโน้นนี่นี่่นั้นไหม ...... บราาาาาาา บรา เหตุผลของผู้หญิงคือ อยากได้ยินเสียง อยากรู้ทุกขณะจิตว่าเค้าทำอะไรอยู่ แต่นั้นเป็นประโยคเบสิกที่ทุกคนเคยทำ แต่น้องนกมากกว่านั้น คือการไม่ให้นอน ตื่นมาคุยกัน จะนอนได้ยังไงในเมื่อฉันยังไม่ง่วง ผลสุดท้าย คือทำให้เสียงานเสียการกันไป ที่บ้านไม่พอใจที่นายปังต้องหยุดขายกาแฟ นายปังก็เล่าให้ที่บ้านฟัง ทำให้น้องนกไม่พอใจเป็นอย่างมาก ทุกครั้งที่ทะเลาะ หรือเล่าอะไรให้นายปังฟัง มักจะจบประโยคด้วยคำว่า "อย่าเล่าให้แม่ ให้พี่ฟังนะ" แต่เมื่อนายปังไม่มีใครให้ปรึกษา ก็ปรึกษาแม่ พี่และเพื่อนๆ (ครอบครัวเราเป็นแบบนี้ตลอด) ทำให้แม่รู้เรื่องทั้งหมด จนไม่พอใจ วันนึ่ง มันก็หนักขึ้นเรื่อยๆ ทุกอย่างอาจจะมาจากสาเหตุที่ว่า เงินของทั้งคู่หมด เริ่มไม่มีใช้เหมือนแต่ก่อน เรียกว่าหาเช้า กินค่ำก็หมดไปแล้ว จนวันนึ่ง การทะเลาะกันก็ที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้น้องนกทนไม่ไหว เกิดทุบตีนายปังขึ้นมา ไล่นายปังออกจากห้อง โว้ยวายเสียงดัง ในขณะที่แม่ก็ได้ยินทุกอย่าง แม่เสียใจมาก ออกมาบอกว่าให้ใจเย็นๆ จนวันรุ่งขึ้นก็แม่ก็ไม่พอใจหนักมาก ไม่คุยกับน้องนก และนายปังเลย น้องนกรู้สึกผิดมาก มาไหว้ขอโทษแม่ ขอให้แม่ให้อภัย แม่จึงสอนไปว่า พ่อกับแม่นั้นตั้งแต่แต่งงานกันมาจนพ่อเสียชีวิตไป ไม่เคยเลยที่ทะเลาะกันใหญ่โต บ้านเราไม่เคยเป็นแบบนี้ ช่วยใจเย็นๆ กันหน่อยได้ไหม ในขณะที่เราก็อยู่เฉยไม่ได้ โทรไปถามว่าเกิดอะไรขึ้น แล้วยื่นคำขาดว่า อย่าให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีก อย่าให้แม่ต้องมารับรู้อะไรที่ทำให้ไม่สบายใจ ถือว่าขอ จะทะเลาะกันนั้นเป็นเรื่องธรรมดา แต่การทำร้ายร่างกาย ตะโกนไล่กันนั้น ไม่ใช่คนรักกันที่จะทำแบบนี้ น้องนกรับปากและขอโอกาสที่จะปรับปรุงตัว ต่อมาป๊าก็ส่ง line มาขอโทษ บอกว่ารู้เรื่องทั้งหมดที่น้องนกทำ ต้องขอโทษนายปัง และแม่ของนายปังด้วย แต่ขอโอกาสให้น้องนกอีกครั้ง นายปังที่โกรธและไม่พอใจอยู่อย่างมาก คิดว่าคงจะไปกันไม่ได้แล้ว จึงตอบ line ป๊าไปว่า ป๊าต้องมาเจอน้องนกบ่อยๆ ขึ้น เพื่อสอนเค้าบ้าง ทำแต่งานจะมีประโยชน์อะไรที่ลูกเป็นคนแบบนี้ เค้าต้องการความรักจากป๊าด้วย ลำพังนายปังคงจะไม่สามารถสอนเค้าได้ เพราะไม่ฟังกัน ส่วนการให้อภัยไหมนั้น ก็ขึ้นอยู่กับการปรับปรุงตัวของน้องนกด้วย ส่วนนายปังก็จะปรับปรุงตัวเช่นกัน
โอกาสนั้นไม่ได้มีบ่อยๆ จงรักษามันไว้ให้ดี ติดตามต่อตอนหน้าค่ะ

ep 8 : เรื่องดีๆ
โอกาสที่ได้รับไม่ใช่แค่ครั้งเดียว ป๊าก็กดดันเป็นระยะให้ช่วยดูแลลูกเค้า ให้ดีที่สุด
วันหนึ่งมีงานเลี้ยงกันในครอบครัว คนในครอบครัวมาเกือบครบทุกคน มารวมตัวกัน เรากินเลี้ยงกัน แล้วนายปังก็มาประกาศให้ทุกคนทราบกันถึงเรื่องดีๆ ที่เกิดขึ้นว่า น้องนกกำลังจะมีน้องเนื่องจากมีอาการอ้วก และเหวียนหัวอย่างมาก แม่ได้ยินเหตุการณ์ทั้งหมด ในใจก็คิดว่า เอาแล้วไง ความวัวยังไม่ทันหาย ความควายเข้ามาแทรก แต่ทำยังไงได้ถ้าเค้ามาแล้วก็ต้องดีใจ แม่ดีใจ ทุกคนดีใจ (แต่ในใจของแต่ละคนเป็นยังไงไม่มีใครรู้) ถามนายปังว่านายพร้อมแล้วเหรอ นายปังก็บอกว่า ไม่รู้จะดีใจดี หรือตกใจดี หรือยังไงดี แอบคิดมากเหมือนกัน ว่าต่อไปจะทำมาหากินอะไรเพิ่มดีเพื่อให้มีรายได้เข้ามาเพิ่ม และจะดูลูกให้ดีที่สุด ในเมื่อเค้ามาเกิดแล้ว ต้องทำเป็นดีใจที่สุด พี่สาวก็หาเบอร์หมอเพื่อนัดหมอให้น้องนกเข้าไปฝากครรภ์อย่างเร่งด่วน ส่วนพี่สาวอีกคนก็บอกว่า ต้องบอกป๊ากับแม่เค้านะ เราเป็นฝ่ายชายยังไงเราต้องแสดงให้เค้าเห็นว่าเราไม่ได้เอาเปรียบเค้า ผ่านไปอาทิตย์นึง ก็ไม่ได้ไปฝากครรภ์ ทุกคนสงสัยว่าจะรออะไร แต่ก็แล้วแต่การตัดสินใจของน้องนก น้องนกบอกนายปังว่า บอกป๊าแล้วนะ ป๊าดีใจมาก ป๊าอยากมีหลานมานานแล้ว ถ้าคลอดมาป๊าจะช่วยดูแล น้องนกบอกว่า เค้าต้องมาเติมเต็มให้ป๊าหายจากความเศร้าที่ต้องเลิกกับแม่ไป เช้าวันนึง แม่โทรมาบอกว่า เลือดน้องนกออก น้องนกตกใจเรียกแม่ของนายปังไปดู ร้องไห้อย่างหนัก ทำยังไงดี มันเกิดอะไรขึ้นค่ะแม่ ในขณะที่นายปังขายกาแฟอยู่ที่ร้าน ก็ต้องปิดร้านอย่างรวดเร็ว เพื่อพาน้องนกไปหาหมอ แต่ทั้งคู่ไม่มีเงินเลย แม่จึงให้เงินไปหาหมอ แต่หมอกลับบอกว่า “น้องนก... คุณน่าจะแค่เป็นประจำเดือนนะ ผลเลือด ผล..... ไม่ได้บงบอกว่าคุณท้องเลย แต่ถ้าคิดว่าคุณน่าจะท้องแน่ๆ อีก 3 วันคุณอาจจะปวดท้อง ก็ให้มาขูดมดลูกแล้วกัน แต่เวลาผ่านไปจนตอนนี้ น้องนกยังไม่มีอาการอะไร โชคดีไปที่น้องนกไม่เป็นอะไรมาก บนความเศร้าของน้องนก ทุกคนในครอบครัวนายปังแอบโล่งใจที่เด็กยังไม่มาเกิดคงรู้ว่าพ่อแม่เค้ากำลังลำบากอยู่แน่ๆ เมื่อป๊ารู้ น้องนกบอกว่า ป๊าร้องไห้หนักมาก ป๊าบอกมีลูกเลย อยากให้นายปังมีลูกกับน้องนกให้เร็วที่สุดจากนี้ ป๊ารับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง เอาแล้วไง ป๊าออกโรงเอง
ครอบครัวเราถือว่าที่เค้ายังไม่มาเป็นเรื่องดีๆ เพราะควรจะพร้อมกันก่อนนะ สงสารเด็กที่จะเกิดมาบนความไม่พร้อมของครอบครัว บ๊ายบายหนูน้อย....พบกันใหม่

ep 9 : ไม่มีที่ไป
หลังจากทั้งคู่ ผ่านความเสียใจอย่างหนักมา กับการต้องสูญเสียสิ่งที่เป็นที่รัก ทั้งที่ไม่มีใครตั้งใจ แต่นั้นก็ทำให้น้องนกรู้สึกเสียใจมาก และคิดโทษหลายอย่างที่เข้ามา แต่ที่ครอบครัวเรารู้สึกมันคือคำถามว่า ทำไมไม่ไปฝากครรภ์ให้เร็ว รออะไร??ทำไมเดินหรือนั่งไม่ระวัง ไปทำอะไรมา?? แต่ก็ไม่มีใครกล้าที่จะรื้อฟื้นสิ่งที่มันผ่านมาแล้ว
แต่ทั้งน้องนก และนายปัง ยังคงทะเลาะกันอย่างต่อเนื่อง น้องนกคิดว่าตัวเองทำผิดมากที่ไม่สามารถรักษาลูกไว้ได้ แต่ในใจนายปังโล่งใจที่เค้ายังไม่มาเกิด เพราะว่ายังไม่พร้อมจริงๆ ทำให้น้องนกรู้สึกเสียใจที่นายปังไม่เสียใจเลยกับเรื่องที่เกิดขึ้น ไม่ฟูมฟายเหมือนน้องนกที่รู้สึก น้องนกคิดว่านายปังไม่รักเค้าแล้ว ไม่สนใจแล้ว หรือนายปังมีคนอื่น ความคิดมากมายในหัวน้องนก ทำให้เกิดเหตุการณ์ทะเลาะกันซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนทำให้บ่อยครั้ง นายปังไม่สามารถไปขายของได้ เนื่องจากทะเลาะกันยาวนานจนรุ่งเช้า จะนอนก็นอนไม่ได้ น้องนกพยายามปลุกให้มาคุยกันตลอดเวลา ถ้าไม่ยุติการทะเลาะก็ไม่ต้องนอน ทำให้นายปังโทรม และผอมมาก จนคิดว่าคงทนต่อไปไม่ไหวแล้ว จงขอให้น้องนกกลับไปอยู่คอนโดของตนเอง ห่างกันสักพัก เผื่อว่าอะไรจะดีขึ้น
น้องนกเสียใจ ขอโอกาสให้อีกครั้ง จะไม่ทำแบบนี้อีก อย่าไล่เค้าออกไปจากบ้านหลังนี้เลย เค้ารักทุกคนในครอบครัวนี้มาก ประกอบกับคอนโดหรูที่ว่าใหญ่โตนั้น พี่สาวให้แฟนหนุ่มมาพักอยู่ อย่างไม่เกรงใจเจ้าของเลย แถมยังหลอกน้องนกว่า ค่าส่วนกลางเค้าเก็บเป็นรายเดือน ๆ ละหนึ่งหมื่นบาท น้องนกก็หลงเชื่อ พอครอบครัวเรารู้อย่างนั้น ก็เตือนไปว่า ไม่มีคอนโดหรือบ้านที่ไหนมีค่าส่วนกลางแพงขนาดนั้น เราคิดว่าน้องนกโดนพี่สาว (พี่สาวที่นับถือกัน) หรอกแล้วหล่ะ เอาแบบนี้ไหม เราจะไปถามนิติให้ว่าเป็นจริงหรือเปล่า บางทีคอนโดหรูๆ มีห้องหลายห้องอยู่ในชั้น 29 (ทั้งชั้นเป็นของเธอ) นั้นอาจจะเป็นจริงอย่างที่พี่สาวว่า น้องนกได้ห้ามไว้ไม่ให้เราไป แล้วบอกว่าจะดำเนินการฉีกหน้ากากของพี่สาวด้วยตนเอง โดยการที่ไปถามที่นิติเอง และได้ความว่า ไม่มีการเก็บค่าส่วนกลางลักษณะนั้นแต่อย่างใด จึงโทรไปคุยกับพี่สาว พี่สาวเสียใจแล้วกล่าวขอโทษกลับมา พร้อมที่จะรับผิดชอบทุกอย่าง ขออยุ่ที่คอนโดนี่ต่อ เนื่องจากแฟนหนุ่มของตนไม่มีที่ไป นายปังก็คิดว่า แล้วเจ้าของห้องที่ไม่มีที่ไปหล่ะ ใครต้องรับผิดชอบ แต่ก็ยังคงใจอ่อนเพราะคิดว่าน้องนกไม่มีที่อยุ่แล้วจริงๆ จนกว่าน้องนกจะเจรจาตกลงกับพี่สาวได้ ว่าจะทำยังไง น้องนกคิดว่าอย่างน้อยได้ค่าเช่าบ้างก็ยังดี จะได้มีเงินเพิ่มขึ้นจากเงินเดือนหมอ ที่มีแค่ 13,000 บาทเท่านั้น
โถโถโถ ไม่มีที่ไปจริงๆ คอนโดห้องใหญ่ บ้านพ่อที่เอกมัย บ้านแม่ที่เพิ่งซื้อใหม่กับแฟนหนุ่ม ไปที่ไหนก็ไม่ได้เลย งั้นก็ต้องอยู่กันต่อไป ลองปรับตัวกันดูอีกทีนะ อะไรอะไรอาจจะดีขึ้นมาก็ได้

ep 10 : ขาลง
จากวันนั้น ก็เป็นขาลงเรื่อยมาของชีวิตคู่ในระยะเวลาเพียงไม่กี่เดือนของทั้งคู่ ทะเลาะกันทุกวัน หาเรื่องมาคุยกันแล้วแปลเปลี่ยนเป็นทะเลาะได้ทุกเรื่อง ความต้องการให้นายปังกลับมาเป็นเหมือนเดิม มาเอาใจน้องนกเหมือนแต่ก่อนนั้น ก็เพิ่มมากขึ้น นายปังยอมรับว่าทุกอย่างไม่เหมือนเดิม รู้สึกท้อแท้ ว่าทำไมต้องมีแต่เรื่องทะเลาะ งอนง้อกันทุกเวลา ใช่ค่ะ เรียกว่าทุกเวลา ไม่ใช่แค่ทุกวัน เสียงโทรศัพท์ดังทุก 3 นาที (อันนี้เราอยู่ในเหตุการณ์) นายปังจะอ้าปากคุยกับใครอยู่ก็คุยยังไม่ทันจบเรื่อง ก็ต้องรับโทรศัพท์ จะคุยต่อ ก็ลืมไปแล้วว่าจะพูดอะไร หลายคนคงเคยเป็นแบบนี้ ความเหนื่อย ความรู้สึกที่มีมันลดน้อยลงทุกที ทุกที ใช่ว่าจะมีคนอื่นเข้ามา แต่มันเป็นความรู้สึกถดถอยทางอารมณ์ที่ไม่อยากคิด ไม่อยากคุย ไม่อยากดำเนินชีวิต อยู่อย่างผีดิบก็น่าจะใช่ได้ รอวันที่จะระเบิดออกมา วันที่จะจบทุกอย่าง วันที่ไม่ไหวแล้วจริงๆ
และแล้ววันนั้นก็มาถึงวันที่ทะเลาะกันน้องนกใช้เล็บจิกในนายปังจนเป็นแผล ไล่นายปังออกจากห้องให้ไปนอนข้างล่าง ทำให้นายปังทนไม่ไหวอีกต่อไป ใครจะว่านายปังไม่ใช่ลูกผู้ชายก็คงต้องยอม นายปังตัดสินใจไม่ออกจากห้องเหมือนที่เคยยอมมา นายปังบอกน้องนกว่า ไม่ใช่นายปังที่ต้องออกไป เธอนั้นแหละที่ต้องเป็นคนเดินออกไป
แม่ที่ทราบเรื่องทั้งหมด ก็ได้แต่เสียใจ รู้สึกโกรธแทนลูกชายที่โดนกระทำแบบนี้ และร้องไห้ขึ้นมาว่าทำไมต้องเจออะไรแบบนี้ ใครเจอแบบนี้ ที่แม่ต้องมาร้องไห้ กลุ้มใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น ก็คงต้องทำอะไรซักอย่างให้รู้แล้วรู้รอดไป จึงดำเนินการโทรไปคุยกับน้องนก ต่อหน้านายปัง เพื่อให้รับรู้ให้ตรงกันว่าไม่ได้รังเกลียดอะไร แต่อยากให้แม่สบายใจเท่านั้น จึงพูดขอให้น้องนกออกไปจากบ้านก่อน กลับไปอยู่คอนโด กลับไปอยู่กับป๊า ถ้าไม่อยากให้ครอบครัวพี่เกลียดน้องนก เพราะตอนนี้เรายังรู้สึกดีต่อกันอยู่ ถ้ามากกว่านี้อาจจะถึงขั้นเกลียดกันก็เป็นได้
น้องนกขอเวลา ที่จะเคลียร์กับที่บ้าน เคลียร์กับป๊า เพราะถ้าป๊ารู้คงไม่พอใจนายปังเป็นอย่างมาก แต่ถึงขึ้นนั้นนายปังก็ไม่สนแล้ว การที่ใครซักคนเข้ามาเป็นแฟน หรือมาเป็นคู่ชีวิต ไม่ได้หมายความว่า เค้าจะต้องเป็นคนอบรมเลี้ยงดูสั่งสอนให้ตลอดไป แต่นั้นยังคงต้องเป็นหน้าที่ของพ่อ และแม่อบรมสั่งสอนเค้าให้อยู่ร่วมกับผุ้อื่นต่อไปได้อีกด้วย

ep 11 : ต้องฝ่าฟัน
ความเดิมตอนที่แล้ว : จากขาลงที่เค้าทั้ง 2 ทะเลาะกันมาเรื่อยๆ จนทำให้ทางบ้านของนายปัง เรื่องไม่พอใจ ไม่อยากเจอ ไม่อยากคุยกับน้องนก แล้วน้องนกจะทำอย่างไรต่อ
น้องนกก็พยายามคุยกับแม่ พยายามให้ความสนใจแม่ว่าทำอะไรอยู่ ถามแม่ทานข้าวหรือยัง แต่แม่เองยังไม่พอใจมากกับการกระทำที่เกิดขึ้น เริ่มไม่อยากให้เค้า 2 คนคบกัน มีบ้างที่แม่พูดไม่ดีใส่น้องนก น้องนกก็ได้แต่ไปบอกนายปัง นายปังไม่รู้จะทำยังไงต่อไป ได้แต่บอกน้องนกไปว่าไม่มีอะไรหรอกทั้งๆ ที่นายปังก็รู้อยู่ว่า แม่ต้องไม่พอใจแล้ว และถ้าแม่ไม่พอใจไม่ว่าอะไรจะมาดีอีกแค่ไหน ก็เปลี่ยนใจแม่ของนายปังยากมาก มีบ้างที่นายปังพยายามบอกแม่ให้ให้อภัยน้องนก เพราะน้องนกก็สัญญาอีกว่าจะไม่เป็นแบบนี้อีกแล้ว ขอโอกาส แต่เมื่อบ้างครั้งมาถามแม่ว่าคุยไม่ดี หรือต่อว่าอะไรน้องนกหรือไม่ แม่ก็บอกว่าไม่เคยว่าเลย ถามว่ากินข้าวหรือยัง ก็ตอบแค่ว่ากินบ้าง ยังไม่หิวบ้าง หรือไม่ก็ตอบไปว่า ไม่กินก็หิวแย่ซิ แค่นั้น 555 แม่ก็ตอบธรรมดา ไม่ได้ว่าซักหน่อย แม่ก็ได้แต่ภาวนาให้เลิกกันได้ไหม ลูกชายแม่ อย่างนายปังจะได้ตั้งหน้าตั้งตาทำงาน ขายของอย่างเดียว อ้าวคร่าวนี้ เป็นเรื่องของลูกสะใภ้ และแม่สามีแล้ว มันกลายเป็นเรื่องใหม่ไปแล้วสินะ แต่ถึงแม่จะทำถึงขนาดไม่อยากให้คบกันต่อไป แต่นายปังกับน้องนกก็ไม่เลิกที่จะทะเลาะกันเหมือนเดิม ประกอบกับน้องนกก็ยังหาเรื่องเพิ่มเติมตลอดเวลา โดยการแอบติดตามนายปังทาง GPS ตลอดเวลารู้ความเคลื่อนไหวว่าขับรถอยู่แถวไหน พอเห็นว่าอยู่แถวที่รพ.ตนเอง ก็โทรหานายปัง แล้วบอกว่าเห็นรถอยู่ จะไปไหน ต้องการกุญแจบ้าน เพื่อที่จะไปเก็บเสื้อผ้าออกไปจากบ้านเสียที นายปังด้วยความที่ระอากับการกระทำต่างๆ นาๆ ที่เริ่มจะหนักข้อขึ้นทุกที จึงตัดสินใจให้กุญแจไป โดยไม่สนใจน้องนกว่าจะไปไหน จะอยู่อย่างไร แต่น้องนกก็ได้ย่อท้อต่อการหารกลอุบายมาเพิ่มเพื่อให้นายปังหันมาสนใจให้ได้ โดยการบอกนายปังว่า ลาก่อน แต่อย่าบอกใครนะไม่อยากให้คนอื่นมาเดือดร้อนด้วย ใช่ค่ะ น้องนกจะคิดจะฆ่าตัวตาย ร้อนถึงพี่สาวที่รับสายจากนายปังให้ช่วยเข้าไปดูที่บ้านให้หน่อย พี่สาวนายปังโทรเข้าไปหาน้องนก บอกว่าให้หยุดความคิดอย่างนั้นซะ มันไม่ฉลาดเลย พร้อมขอร้องให้ออกไปจากบ้านซะ ก่อนที่จะเกลียดกันมากไปกว่านี้ น้องนกรับปากว่าจะออกไป แต่คืนนี้ขอพักอยุ่ที่บ้านอีก 1 คืน

ep 12 : หมดโอกาส
ความเดิมตอนที่แล้ว : แม่นายปังไม่ชอบน้องนกอีกต่อไป เหตุจากความเครียดที่นำเข้ามาในบ้าน หยุดงานบ่อยไม่ช่วยกันเก็บ ช่วยกันทำมาหากิน ทำให้อยากจะให้น้องนกรีบออกไปจากบ้านอย่างเร็วที่สุด
น้องนกรับปากว่าจะออกจากบ้านไป แต่น้องนกรักนายปังมากเหลือเกิน มากจนไม่สามารถที่จะเลิกกับนายปังได้ นายปังจึงตัดสินใจบอกน้องนกให้ห่างกันไปก่อน มีเวลาก็มาเจอกัน กินข้าว ดูหนัง กลับไปคบกันเหมือนกับคู่อื่นๆ ที่คบกันใหม่ๆ อาจจะมีอะไรดีขึ้น จนมาถึงวันที่น้องนกยอมออกไปจากบ้านนายปัง นายปังทั้งโล่งใจ และสงสารน้องนกคิดตลอดว่าจะไปอยู่ที่ไหน จะเครียดเรื่องป๊ามา เรื่องแม่อยู่หรือเปล่า แล้วพ่อจะยอมให้เข้าไปอยุ่ในบ้านหรือไม่ เค้าสองคนยังติดต่อกันอยู่เรื่อยๆ คุยกันได้นานขึ้น จึงคิดว่าอาจจะเป็นวิธีที่ถูกต้องแล้ว แต่แล้วความรู้สึกเดิมๆก็กลับมา สาเหตุเพราะทั้งสองยังคงทะเลาะกันในเรื่องเดิมๆ มีหึงหวงกันมากขึ้น จนทำให้ทุกอย่างแย่ลงอีก และคิดว่าคงจะกลับไปเป็นเหมือนเดิมไม่ได้อีกต่อไป จนทำให้นายปังบอกเลิกน้องนกอย่างเด็ดขาด คงเหลือแต่ความเป็นเพื่อนเท่านั้น น้องนกเสียใจมาก ให้พี่สาวโทรมาถามว่าจะเลิกกันจริงหรือไม่ นายปังยังคงยืนยันตามเดิม โอกาสที่เคยมอบให้มากกว่า 3 ครั้ง ก็หมดไปอย่างน่าเสียดาย จนทำให้เลิกกันไปในที่สุด เวลาผ่านไปเกือบ 3 เดือนที่ตัดสินเลิกกัน ที่บ้านสงบสุขอย่างมาก นายปังได้ไปขายของทุกวันชีวิตกำลังจะดีขึ้น แต่ก็เกิดเรื่องขึ้นครั้งยิ่งใหญ่ ครั้งสำคัญที่เป็นจุดแตกหักอีกจนได้ ทำให้ครอบครัวนายปังคิดว่าจะไม่ทนอีกต่อไป มันเป็นเรื่องอะไร แล้วใครทำอะไร ep หน้าคือจุดสำคัญของเรื่องที่คุณคาดไม่ถึงเลยทีเดียว

ep 13 : ชีวิตจริง
ความเดิมตอนที่แล้ว : จากโอกาสครั้งสุดท้ายจบลง. น้องนกเดินออกจากบ้านไป
ห่างกันไป 2 เดือนก็พอจะรู้ข่าวว่าน้องนกได้กลับไปอยู่บ้านป๊าที่เป็นบ้านหลังใหญ่ พื้นที่ 2-3 ไร่เศษ แถวเอกมัย พวกเราก็ยินดีด้วยที่เค้ากลับไปอยู่กับป๊า น้องนกก็มีการติดต่อกับนายปังบ้างเป็นระยะ บอกนายปังว่ากำลังจะได้รับมาขับแล้วนะ ได้เงินเดือนขึ้นแล้ว และกับไปคบกับแฟนเก่าที่เลิกกันมา เพราะน้องนกจำเป็นต้องมีใครสักคน ก็เป็นเรื่องที่ดี ยินดีกับน้องนกที่มีชีวิตที่ดีขึ้น แต่เรื่องเลวร้ายก็เข้ามาอีกจนได้ เมื่อแมวของน้องนก ที่น้องนกเป็นหมอทำคลอดด้วยตนเอง และพาเข้ามาอยู่ในบ้านของนายปังด้วย ได้โดนรถของที่บ้านทับ เป็นตายเท่ากัน ทำให้นายปังผู้รักสัตว์สงสารเป็นอย่างมาก และพยายามโทรหาน้องนกเพื่อขอแมวตัวนี้มาเลี้ยงด้วยตนเอง แต่น้องนกไม่ให้ และตอนนี้แมวผู้น่าสงสารให้ออกซิเจนอยู่ ขอให้แมวน้องนกปลอดภัย เรื่องนี้ผ่านไป อีกสัปดาห์ต่อมา ก็เกิดเรื่องขึ้นกับน้องนกอีกจนได้ แม่ของน้องนกเสียชีวิต จากอุบัติเหตุทางรถยนต์ที่ประเทศเกาหลี โทรมาร้องไห้กับนายปังสอบถามว่านายปังเมื่อครั้งสูญเสียพ่อไปผ่านมาได้อย่างไร น้องนกเสียใจมาก แต่บอกนายปังว่าอย่าบอกใคร แต่นายปังซึ่งมีอะไรเราปรึกษากันอยู่แล้ว ได้บอกกับครอบครัว เราจึงคิดกันว่าคงต้องไปร่วมงานศพถ้าป๊าเค้านำศพกลับเมื่อไทยเรียบร้อย แต่น้องนกไม่ยอมให้ไปงาน ป๊าคงไม่พอใจมากที่เจอหน้านายปัง แต่และแล้วก็ไม่วายหาเรื่องทะเลาะกับนายปัง อีกจนได้ น้องนกเกิดอาการหึงหวงนายปังขึ้นมาอีก เนื่องจากเห็นโพสของนายปังที่ไปร่วมงานวิ่งการกุศลกับผู้หญิงคนนึ่ง ที่เป็นเพื่อนข้างร้านขายของด้วยกัน ซึ่งนายปังได้บอกว่าไม่ได้เป็นอะไรกัน แต่ก็ไม่อยากอธิบายอะไรมาก แต่ใครคิดอย่างไรก็ตามใจแล้วกัน เวลานั้นนายปังต้องการนอนเนื่องจากเป็นเวลาดึกมากแล้ว น้องนกคนเดิมไม่ยอมให้นอนขอให้คุยกันให้รู้เรื่องก่อน แน่นอนค่ะ เ

GREENWAVE1065

porpor

10 Jan 2018

Comment

GREENWAVE1065