EFM104.5
Today Inspire
 
ผมใช้เวลาทบทวน 2 วัน คิดกับตัวเองว่าผมไปดูหนังอะไรมา....
Burning เป็นหนังที่เหงาที่สุดที่ผมดูมาในรอบปี เป็นหนังที่ทุกคนควรเข้าไปดู 
เพราะเราไม่รู้เลยว่า วันไหนที่เราเหงาและโดดเดี่ยว

เราจะจัดการมันยังไงถ้าความเหงากะจะเล่นงานเราถึงตาย !!
 
หนังเกาหลีเรื่องนี้สร้างจากหนังสือเรื่องสั้น Burning  Barn Burning ของ ฮารูกิ มูราคามิ
นักเขียนคนดังชาวญี่ปุ่น แฟนที่ตามอ่านหนังสือของนักเขียนท่านนี้คงจะคุ้นเคยกันดีกับชั้นเชิงของการเขียนที่สะท้อนความเหงาออกมาได้อย่างงดงาม ตลอดเวลาที่ผมดูหนังเรื่องนี้ ผมคิดอยู่ตลอดเวลาว่า...
นี่ผมกำลังดูความเหงา...ผมไม่ได้ดูหนัง

มูราคามิกำลังจับมือกับอีชางดง ผู้กำกับเรื่องนี้ ร่วมกันถ่ายทอดโศกนาฏกรรมของความเหงาให้เราดูอยู่
น่าแปลกที่มันช่างลึกลับ ตื่นเต้นและโรแมนติคไปในเวลาเดียวกัน
 
 
 
 
เปิดเรื่องด้วยชีวิตของชายคนหนึ่งที่เข้ามาใช้แรงงานในเมืองหลวงของเกาหลีใต้ ได้พบกับ พริตตี้สาวสวยที่เธอบอกว่า เป็นเพื่อนสมัยเด็กของเขา ..... ทั้งคู่เริ่มความสัมพันธ์กันอีกที่ร้านโซจูริมทางสไตล์เกาหลี ต่างฝ่ายต่างปลดปล่อยความเหงาของตัวเอง
ผ่านเรื่องราวที่เล่าสู่กันฟัง พริตตี้สาวเล่นละครใบ้กินส้มล่องหนให้ชายหนุ่มดู เธอบอกว่า สิ่งสำคัญของละครใบ้ คือ การคิดว่าสิ่งที่เราอยากมี มันไม่มีอยู่ แล้วเราจะสร้างให้มันมีอยู่จริงได้ ....
ผมอึ้งไปเลยกับฉากนี้ จินตนาการกลายเป็นเพื่อนของตัวละคร เหมือนกับเราตอนเด็กที่มักเล่นกับผ้าขนหนู กล่องลัง โต๊ะเก้าอี้
เอามาสร้างเป็นบ้านเล่นกันคลายเหงา แต่สำหรับพริตตี้สาวมันไม่ใช่ จินตนาการคือสิ่งเดียวที่ทำให้เธอมีความสุขและใช้มันเป็นเพื่อนมาตลอดชีวิต
การแสดงของเธอในฉากนี้ถือว่าเป็นระดับมาสเตอร์พีซของหนังเรื่องนี้ ผมไม่สามารถเล่ารายละเอียดไปมากกว่านี้ได้ อยากให้คุณไปสัมผัสเพื่อนในจินตนาการนี้ด้วยตัวเอง ฉากนี้แค่เริ่มต้น เธอจะพาคุณล่องลอยไปกับความเหงาของเธอได้มากกว่านี้อีก
 
 
 
 
ชายหนุ่มผู้ใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยวไม่ต่างจากพริตตี้สาวเท่าไหร่ เขามีความเหงาเป็นเพื่อน แม่ของเขาทิ้งไปตั้งแต่ยังเด็ก ใช้ชีวิตอยู่กับพ่อและพี่สาวที่ทุกวันนี้แต่งงานแยกไปมีครอบครัวแล้ว ส่วนพ่อถูกจับข้อหาทำร้ายร่างกายพนักงานรัฐ การเจอกันกับพริตตี้สาวทำให้เขาค้นพบโลกใบใหม่ เหมือนแสงแรกของวันที่ส่องเข้ามาในชีวิตทุกเช้า แต่มันก็ไม่จีรังเมื่อมีชายไฮโซก้าวเข้ามาในความสัมพันธ์ของทั้งคู่ พร้อมกับมีเรื่องราวแปลกๆเข้ามา จนวันนึงที่พริตตี้สาวหายไป เหมือนโลกที่สดใสถล่มลงมา ปริศนาการเผาแหล่งเพาะชำของชายไฮโซตามหลอกหลอนเขา เขาพยายามค้นหาความหมายที่ซ่อนอยู่ แต่สุดท้ายก็............ คุณต้องไปดูด้วยตัวคุณเอง
 
 
 
 
ชายไฮโซ ตัวละครที่สะท้อนตัวตนของคนเกาหลีที่ร่ำรวย ใช้ชีวิตอย่างสุขสบายใจกลางกรุงโซล ชอบปาร์ตี้ รักการเข้าฟิตเนส ดูแลตัวเอง รักการท่องเที่ยว มีรสนิยมดี เป็นชายในฝันของผู้หญิงหลายคน แต่สิ่งที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังความสมบูรณ์แบบ คือ ความเหงาในระดับที่สามารถทำอะไรที่ไม่คาดฝันได้ ทำไมคนที่มีชีวิตดีแบบเขาถึงยังเหงา สิ่งที่เราคิดอาจไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาเป็นเลย ประโยคสุดเหงาจากปากของเขา กลายเป็น ไฮไลท์ของเรื่อง  
“เมื่อไม่มีน้ำตา ก็ไม่มีหลักฐานว่ามันคือความเศร้า”
 
 
 
 
เพราะความเหงาของทั้ง 3 ตัวละคร มีอยู่ในตัวตนของทุกคน เพียงแต่ว่า เราจะยอมรับและจัดการกับมันได้รึเปล่า ผมคงนอนหลับได้ไม่สนิท ถ้าผมไม่ได้มาบอกให้คุณเข้าไปดูหนังเรื่องนี้ ผมว่ามันเป็นการเยียวยาความเหงาชั้นดีที่คุณต้องหารอบหนังดูให้ได้

บทสรุปของหนังเรื่องนี้จะพาคุณไปเจออะไร
คุณจะต้องเข้าไปสัมผัสเอง........
 
 
 
 
 
เช็ครอบหนังได้ที่ Facebook : Documentary Club
 
ขอบคุณภาพจาก :
www.hancinema.net
www.colourlessopinions.com
 
เรื่องโดย
พิชิตชัย โพธิ์ศิริ (เบลล์)
Author, Co-Producer
ผู้หลงใหลในการไปเดินเจเจทั้งๆที่ไม่ได้ไปซื้ออะไร

RELATED Today Inspire
GREENWAVE1065