EFM104.5
Today Inspire
 
ที่กรีนเวฟตอนเช้าๆ ผมจะได้ยินเสียงของ ดีเจ.ดร อั๋น ภูวนาท คุนผลิน ซึ่งในบทสัมภาษณ์นี้ ผมขอเรียกพี่อั๋นว่าพี่อั๋นนะครับ เป็นชื่อที่ผมเรียกจนติดปากตลอดเวลา 8 ปีที่เราได้ร่วมงานกัน วันนี้เป็นอีกวันที่พี่อั๋นพูดเข้าเพลงได้อย่างลึกซึ้งเช่นเคย แต่สิ่งที่น่าแปลกใจวันนี้ คือ หลังการคุยข่าวกับผู้ประกาศข่าว สุทินาถ ทองชื่น  พี่อั๋นพูดถึงทัศนคติชีวิตของตัวเองว่า ก่อนหน้านี้ ชีวิตได้ทำอะไรที่อยากทำเต็มที่แล้ว เป็นชีวิตที่เติมเต็มและพร้อมจะจากโลกนี้ไปได้ทุกเมื่อ แต่วันนี้ความคิดเปลี่ยนไปตั้งแต่รู้ว่าจะมีอีก 1 ชีวิตกำลังจะลืมตาดูโลก  หรือนี่คือ สัญชาตญาณความเป็นพ่อที่เขาพูดถึงกัน.... คงจะปล่อยเวลาแบบนี้ไปไม่ได้ ผมเลยขอเข้าไปคุยกับพี่อั๋นสักนิด หลังจากพี่อั๋นจัดรายเสร็จ
 
 
ถึงช่วงนี้พี่อั๋น รู้สึกยังไงบ้างครับ ตื่นเต้นรึยังครับ

พี่อั๋น  : “ ณ ตอนนี้คือพี่เริ่มกังวลเท่านั้นเอง เพราะที่ผ่านมาพี่ชิวมาก จนถึงตอนนี้พี่จ๋าก็สามารถคลอดได้ทุกวันแล้ว แล้วมันก็จะมีหลายๆช่วงที่เราคิดว่า เรารู้ หลายๆช่วงที่เราคิดว่าเราเข้าใจ คิดว่าเราโต คิดว่าเราเห็นเยอะ แล้วพอเราผ่านมาเรื่อยๆ แล้วรู้สึกว่า โอโห้ มันมีพื้นที่ว่างในโลกอีกเยอะมากเลยที่เราไม่รู้  ”

อย่างเช่นเรื่องของลูกใช่มั้ยครับ

พี่อั๋น :  “ ใช่ ในหลายมุมมอง โดยเฉพาะกับเรื่องของครอบครัวกับเรื่องของลูกเนี้ย เป็นความไม่รู้ว่า เห้ย เราจะต้องเตรียมขนาดไหน ถึงจะพอ หรือนี่เกินพอแล้ว แล้วก็มีคนขู่อะไรเยอะแยะมากมายเต็มไปหมด ซึ่งเราก็ไม่รู้ว่า มันเป็นแค่คำขู่หรือว่ามันเป็นการเตือนจริงๆว่าเราควรจะต้องเตรียมตัวขนาดนั้น ”
 
 
 
 
 
คำแนะนำหรือคำขู่ ทำให้เครียดรึเปล่าครับ 

พี่อั๋น :  “ เปล่านะ เราเป็นพ่อแม่ที่ชิวมาก แทบจะไม่ได้วางแผนอะไรไว้มากเลย เมื่อวานนี้เป็นวันแรกที่มีของ แล้วเป็นของที่เราไม่ได้ซื้อด้วย เป็นของที่มีคนส่งมาให้หมดเลย พี่ก็บอกพี่จ๋าว่ายังไม่ต้องซื้อหรอกเดี๋ยวรอของฟรี พี่จ๋าก็ด่าพี่ แต่พี่ก็บอก มีคนติดต่อมาเยอะมากนะ รอก่อน จะได้ไม่ซื้อมาเยอะๆ เพราะพี่เป็นคนที่ไม่ชอบความรก พี่จ๋าก็มีไปดูรถเข็นเอาไว้นะ ใครจะไปคิดว่า รถเข็นเด็กแพงได้ถึงคันละแสน คือทุกคนต้องตกใจ พี่ยืนดูแล้วก็สงสัยว่าคันละแสนดีกว่าคันละสองหมื่นยังไง พี่ก็ไม่รู้สึกว่ามันจะขนาดนั้นอ่ะ พี่ก็บอกว่า จ๋าอยากซื้อของดี ก็ซื้อได้นะ แต่พี่จ๋าบอก ไม่เอาๆ ถ้ามีของฟรีก็ใช้ของฟรีก่อน เขาบอกว่า ฉันคิดว่ารถเข็นก็คือรถเข็น เขาคิดแบบนั้น ลูกเราไม่ได้นอนในรถเข็น มันอยู่แค่ชั่วคราวแปบเดียวเท่านั้นเอง ซึ่งพี่ก็รู้สึกว่า ก็ Make sense ดีเนอะที่เขาคิดแบบนี้ เพราะตอนแรกพี่คิดว่าจะต้องแบบ เอา! เอาของดีที่สุดให้ลูก ”

ผิดคาดมากครับ คิดว่าพี่อั๋นพี่จ๋าต้องซีเรียสมากๆเลย

พี่อั๋น : “คือพี่เพิ่งเริ่มถามกันว่า เราไม่เตรียมตัวเกินไปรึเปล่า ต่างคนต่างก็ไม่รู้จักเลยว่า แพมเพิสสำหรับเด็กแรกเกิดเป็นยังไง เราเล่นกับเด็กเป็นอย่างเดียว แต่เราไม่เคยมีประสบการณ์การเลี้ยงเด็กเลย แล้วบ้านพี่ก็ไม่เคยมีหลาน แล้วเขาก็ไม่ค่อยอ่านหนังสือแบบที่พี่เห็นว่าคนอื่นเขาเตรียมตัวคู่มือการเลี้ยงเด็ก เขาไม่มี มีคนบอกให้ฟังเพลงออเคสต้า ฟังเพลงซิมโฟนี่ เพื่อให้ลูกมีพัฒนาการของการเป็นอัจฉริยะ เราก็ไม่ทำ คือพวกพี่ไม่ทำอะไรกันเลย เราแค่ชิวมากอย่างรุนแรง เพราะเรามองว่า เราสองคนเติบโตขึ้นมาโดยไม่มีทฤษฎีเหล่านี้ ”

ช่วงนี้ของชีวิตเป็นอีกช่วงเวลาที่มีความสุขมากๆใช่มั้ยครับ

พี่อั๋น : “ ก็เสมอมานะ ตั้งแต่ก่อนมีพี่จ๋า พี่ว่าความสุขของพี่ก็คือครอบครัว แต่ตอนนี้มันก็มีความสุขเพิ่มขึ้นมาอีกหน่วยนึงคือ ครอบครัวของเราเอง เป็นความสุขที่มีความวุ่นวายนะ  กังวลว่าเดี๋ยวพี่เลี้ยงมาแล้วจะนอนยังไง ห้องยังไม่ได้เตรียม ต้องมีฟูกให้พี่เลี้ยงด้วยใช่ไหม ยังไม่ได้ซื้อ คือไม่ได้ทำอะไรเลย แม่เจ้า! แล้วไม่มีเวลาทำอะไรเลย เพราะมันวุ่นวายมาก ”

ตอนนี้น้องพร้อมจะออกมาหาพ่อกับแม่ในเร็วๆนี้แล้วใช่มั้ยครับ

พี่อั๋น :  “ พี่ว่าใน 10-20 วันเนี้ย ต้องสวัสดีกันละ”

พี่จ๋าเลือกคลอดเอง พี่อั๋นมีเป็นห่วงมั้ยครับ

พี่อั๋น : “ ไม่ พี่ว่าเขาแข็งแรง พี่ไม่ห่วงแม่ พี่ห่วงลูก คือเราตรวจละเอียดแล้วนะ แต่ก็ยังอดไม่ได้ มันไม่มีทางรู้หรอก ตอนที่หมอบอกวันนี้เราจะมานับนิ้วกัน ดู ตา จมูก ปากกัน พี่เข้าใจความรู้สึกเลยว่ามัมีความเกร็งขึ้นมาแบบบอกไม่ถูกเลย แล้วพอหมอบอกว่าครบ พี่จ๋าน้ำตาไหลเลยอ่ะ ซึ่งพี่ไม่คิดว่าเขาจะน้ำตาไหลด้วยซ้ำ เพราะเราชิวกันมาก แล้วเขาก็บอกว่าแบบมันตื่นเต้นอ่ะ ตอนนับ ตอนที่หมอบอกว่าปกติทุกอย่าง น้ำตาไหล เขาก็บอก โอ้ยๆ น้ำตาไหลเลย ดีใจๆ  อีกเหตุการณ์นึงที่วัดใจเราสองคนมาก คือ หมอบอกว่าจะตรวจดาวน์ซินโดม สองคนต้องให้คำตอบกับหมอก่อนว่า ถ้าเขาเป็น คุณจะทำยังไง  ตอบได้เลยไหมหรือว่าจะคุยกันก่อน คิดให้เสร็จก่อนแล้วถึงตรวจ ถ้ายังตัดสินใจไม่ได้อย่าเพิ่งรู้ เอาให้จบทั้งสองคนทั้งพ่อและแม่ จะได้ไม่ทะเลาะกันหลังจากรู้แล้ว คุยตรงนี้ คิดถึงเรื่องที่แย่ที่สุดก่อน ซึ่งพี่แบบ...”
 
 
 
 
 
ไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะมีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นใช่มั้ยครับ

พี่อั๋น : “ ใช่ แล้วพี่ก็ไม่กล้าพูด แต่พี่ไม่บอกละกันนะว่าตอบอะไร เดี๋ยวจะกลายเป็นแพทเทิร์นหรือชี้นำ แต่พี่ก็ให้จ๋าตอบ มารู้หลังจากนั้น ที่สุดแล้วเราก็ตอบตรงกัน ”

วันนี้พี่อั๋นเป็นคุณพ่อเต็มตัวแล้ว บทบาทใหม่นี้ให้อะไรกับพี่อั๋นบ้างครับ

พี่อั๋น : “ พี่รู้สึกมาตลอดเลยอาจจะฟังดูประหลาดสักหน่อยนะ แต่พี่รู้สึกว่าพี่พร้อมตาย แต่ไม่ได้คิดว่าอยากตาย แต่พี่รู้สึกว่าขอแค่ตายหลังพ่อแม่พี่ครบ จบละ พี่แฮปปี้กับชีวิต พี่สุขสนุกมาก เตรียมทุกอย่าง เอกสารพี่ยังเริ่มเขียนเลยว่าอะไรอยู่ตรงไหนยังไงบ้าง ถ้าตายต้องรู้ แล้วพี่ก็จะบอกบ่อยมากเลยว่า ถ้าตายอย่าพูดว่าสงสารนะ ขอให้แบบรู้ว่าไม่ต้องสงสารพี่เลย พี่ดีมาก อย่าสงสารทำไมตายตั้งแต่อายุเท่านี้ No I’m very happy already แต่พอมีลูกปุ๊บอ่ะ เราจะรู้สึกว่า ไม่! ตายไม่ได้ เนี้ย มันเป็นความเปลี่ยน ซึ่งพี่เคยพูดกับพี่จ๋าด้วยนะว่า ถ้าบังเอิญว่าครอบครัวพี่มีหลานแล้ว พี่อาจจะไม่อยากมีลูกก็ได้นะ ”

เพราะพี่อั๋นไม่อยากมีห่วง

พี่อั๋น : “  ใช่…แต่ไม่ได้แปลว่ามีเขาแล้วพี่ทุกข์นะ แต่พี่แค่รู้สึกว่า มันเป็นความสุขที่มาพร้อมกับเงื่อนไข สมมติว่าบ้านพี่มีหลานแล้วสักคนสองคนพี่ว่าตอนเนี้ย เราคง enjoy life ทำอะไรให้กับสังคมโดยแท้ ทำอะไรเพื่อให้ตายดีๆอ่ะ ตายดีๆหมายถึงว่า ตายแล้วภูมิใจที่ได้เกิดมา”

มีอะไรในชีวิตที่พี่อั๋นยังไม่ได้ทำอีกครับ เมื่อมาถึงจุดนี้

พี่อั๋น : “  พี่ว่ายังอีกเยอะแยะ พอมีลูกปุ้บรู้เลยว่ายังมีอะไรอีกเยอะแยะมากที่ยังไม่ได้ทำเต็มไปหมดเลย”

อย่างเช่นเรื่องอะไรบ้างครับ

พี่อั๋น : “  ถึงเวลาเขาเรียน พี่อั๋นกับพี่จ๋าใครจะต้องตื่นไปส่งเขา แล้วถ้าพี่ตื่นไปส่งแล้วพี่จะมาทำงานทันไหม มันต้องส่งกี่โมง แล้วโรงเรียนเขาต้องหากันตั้งแต่กี่ขวบวะ เอ้ะ ตอนนี้มันมีเตรียมอนุบาลไหม ไม่รู้เรื่องอะไรเลย เนิร์ดเซอร์รี่กี่เดือนก็ไม่รู้ ไม่รู้ๆ เด็กจะพลิกตัวเมื่อไหร่ จะเดินกี่ขวบ เขาจะเริ่มต้นพูดเมื่อไหร่ พี่ไม่รู้เรื่องเลย เพราะมันเป็นสิ่งที่พี่ไม่เคยศึกษา มันเป็นเรื่องไกลตัว แต่อยู่ดีๆวันนึงมันอยู่ตรงหน้าปุ๊บ ก็เลยแบบ ก็สนุกดี แปลกดี ”

พี่อั๋นไปฝึกอุ้มเด็กกับพยาบาลมารึยังครับ

พี่อั๋น : “  พี่อุ้มเด็กเป็นตั้งแต่เด็กแล้ว คิดว่าไม่มีปัญหาเรื่องอุ้มเด็ก ”
 

ผมกับพี่อั๋นจากกันด้วยบทสนทนาตรงนี้ ก่อนที่จะแยกย้ายกันไปเคลียร์งานที่จ่อเข้ามาแล้ว พี่อั๋นดูมีความสุขมากๆในช่วงเวลาสั้นๆประมาณ 10 นาทีที่ได้คุยกัน แม้ว่าพี่อั๋นจะพูดว่ากังวลหลายเรื่อง แต่ดูเหมือนว่าทุกเรื่องที่กังวลเป็นความสุขทั้งนั้นเลยครับ ชีวิตคุณพ่อ ; )

หลังจากที่เราคุยกันได้ไม่นานก่อนที่บทสัมภาษณ์นี้จะเผยแพร่ น้องพอล ก็ออกมาสวัสดี ลืมตาแป๋วๆ อ้อนแฟนคลับอย่างเป็นทางการแล้วครับ ขอปิดบทสัมภาษณ์นี้ด้วยการมองแรงจากน้องพอลนะครับ น่ารักจังเลยลูก
 
 
 
ภาพทั้งหมดจาก IG @Unpuwanart
เรื่องโดย
พิชิตชัย โพธิ์ศิริ (เบลล์)
Author, Co-Producer
ผู้หลงใหลในการไปเดินเจเจทั้งๆที่ไม่ได้ไปซื้ออะไร
 
RELATED Today Inspire
GREENWAVE1065