EFM104.5
Today Inspire
“ ภาพจำ ” 
เป็นเพลงใหม่ของป๊อบ ปองกูลที่ส่งมาให้ทางกรีนเวฟเปิด ผมฟังแค่รอบแรกก็รู้ว่า เพลงนี้จะทำให้ภาพจำในอดีตของหลายคนกลับมาอีกครั้ง รวมถึงผมด้วย ผมมีภาพจำกับความรักที่ไม่ได้สวยงามเท่าไหร่ แต่ก็เลือกที่จะไม่พยายามลืม  เพราะผมเคยลองพยายามลืมแล้วและมันไม่เคยสำเร็จครับ วันนี้เราได้นั่งคุยกับพี่ป๊อบ ถึงเพลงนี้แบบพี่น้อง แล้วผมก็ค้นพบอะไรบ้างอย่างที่ทำให้ผมชอบเพลงนี้มากๆ ....
 
 
 
จุดเริ่มต้นของเพลงนี้

“ คือเพลงนี้เนี้ย ตอนแรกเราอยากทำเพลงที่ถูกจองจำด้วยความรัก ตอนแรกภาพเอ็มวีในหัวคือ ภาพของผู้ชายคนนึงที่แหกคุกมางานแต่งงานของแฟน แล้วเราก็โทรเล่าภาพนี้ให้กับแอ้มที่เป็นคนแต่งเพลงนี้ฟัง คุยกันเป็นชั่วโมงว่ามันจะเป็นยังไง  เรื่องราวของความรักมันคืออะไร  ภาพของคนในคุกที่อยู่ในหัวเรา คือคนที่ไม่มีภาพทรงจำอะไรเข้าไปใหม่ มันไม่มีความทรงจำใหม่ๆเกิดขึ้น ความทรงจำมันถูกวนเวียนใช้อยู่อย่างนั้น เราคุยกับแอ้มว่า มันเหมือนกับคนคนนึงที่บันทึกความทรงจำในรูปแบบของซีดี ที่ไม่สามารถเขียนลบหรืออัดทับได้ กับอีกคนนึงที่ไม่ได้อยู่ในคุก มันเป็นฮาร์ดดิส เมื่อความทรงจำใหม่มา มันก็ลบอันเก่าไปได้ อัดทับไปได้เรื่อยๆ”
 
 
 
จากคนคุก พัฒนาสู่ วิญญาณของผู้หญิงในเอ็มวี
“ ใช่ หลังจากที่พอจะต้องทำเอ็มวีจริงๆเนี้ยทางทีมก็สนใจเรื่องการแหกคุก แต่ว่ามันทำได้ยาก มันทำให้เป็นภาพที่สวยงามยาก เราก็เลยนึกไปถึงเรื่องของวิญญาณ ก็คล้ายคลึงว่า ในฝั่งนึงที่มันไม่มีความทรงจำใหม่เข้าไป เหมือนกับวิญญาณที่มันเกาะติดตัวอีกคนนึง จริงๆ ก็สื่อถึงการที่คนคนนึงที่เวลาเลิกกัน มันก็เหมือนการตายจากกันไปเหมือนกันนะ บางคนพอเลิกกันแล้ว หลังจากการเลิกกันมันไม่เจอกันอีกเลย ไม่พบ ไม่พูด ไม่คุย มันเหมือนกับคนที่มันไม่สามารถเจอกันได้อีกในชีวิต...ในโลกใบนี้....ก็เหมือนการจากกันไปแบบจากตาย ส่วนในตัวรูปเบบของเอ็มวี เราก็มองว่า เราอยากให้เห็นความงดงาม ไม่อยากให้ไปติดอยู่กับเรื่องผี  ไม่อยากให้คนรู้สึกว่ามันหลอน มันน่ากลัว เลยคุยกับพี่จิม (ผู้กำกับลัดดาแลนด์) ว่าเราอยากได้ โรแมนติกดราม่า บน situation ที่เป็นหนังผี ”
 
 
 
 
งานออกมาละเมียดละไมกลมกล่อม เหมือนถูกบ่มมาเป็นเวลานาน
“ เราชอบการทำงานของเพลงนี้ตรงที่มันเป็นภาพกลมไปหมดเลย แอ้ม คนที่เขียนเนื้อ ทำนอง ก็มาเป็นคนคุมร้องและก็เป็นคนร้องไกด์ให้ด้วย เพราะฉะนั้นทุกอย่างมันเลยกลมไปหมด ตอนที่เราอยู่ในห้องอัดอ่ะ แอ้มก็จะบอกได้ว่าตรงนี้ตอนเขาเขียนเขารู้สึกอะไรแบบไหน แต่ว่าเรารู้สึกว่า ความยากของมันคือเมโลดี้ที่มันไม่คุ้นเคย มันไม่ใช่เพลงแบบ Calories blah blah มันเป็นเพลงแบบโซลผสมร็อค ซึ่งตัวเมโลดี้ สั้น ยาว หนัก เบา มันก็ไม่เหมือนกับตอนที่เราเป็น Calories blah blah แต่จะมีความใกล้เคียงกับเพลงปล่อยมากกว่า ”
 

ในโซเชียลบอกว่าเหมือน “ภาพจำ”  เป็นภาคต่อกับเพลง “ปล่อย”
“ เรามองว่าเพลงนี้เป็นพีคเวลของเพลง ปล่อย เป็นแบบภาคก่อนที่มันจะปล่อยได้มากกว่า ”
จบตรงนี้ผมชวนพี่ป๊อป เปิดอ่านคอนเม้นในยูทูปอ่านแล้วก็เลือกบางคอนเม้นต์ มาคุยกันต่อ มุมมองของพี่ป๊อบที่ตอบคอมเม้นต์ 3 คอนเม้นต์ต่อจากนี้ ผมหวังว่าเจ้าของคอมเม้นต์จะได้มาอ่านบทสัมภาษณ์นี้ระหว่างเรา จะได้รับการเยียวยาความรู้สึกบางอย่างจากพี่ป๊อบ เหมือนกับผมที่นั่งคุยอยู่ตรงนี้ 


คอมเม้นต์จากยูทูปบอกว่า “ อย่างที่เขาได้พูดกันว่า คนที่เจ็บที่สุด คือ คนที่ยังไม่ลืม
“ เรามองว่าบางคนเก็บความรักไว้ในความเจ็บปวด ซึ่งไม่ได้แปลว่าเขาอยากเจ็บปวด แต่แปลว่า ทุกครั้งที่เขานึกถึงความรักมันจะมีความเจ็บปวดผสมอยู่ด้วย แต่เราเป็นคนนอก เห้ย เจ็บแล้วจะไปคิดถึงทำไม ซึ่งจริงๆแล้ว มันอาจจะเป็นความรู้สึกสุดท้ายที่เขาเก็บคนคนนั้นไว้ก็ได้ไง สมัยเด็กๆเราเคยปลอบเพื่อน มึงต้องมูฟออนนะเว้ย มึงต้องไปต่อ แต่ว่าคนไม่เหมือนกัน เพราะฉะนั้นเนี้ย คนบางคนใช้ชีวิตกับความทรงจำ จนแก่ จนตายไปก็มี เพราะฉะนั้นมันก็แล้วแต่คน ”

คอนเม้นต์จากยูทูป บอกว่า “ ฟังเพลงนี้เหมือน Flashback กลับไปหาความทรงจำ ”
“ เพลงนี้เป็นเพลงที่เราตั้งใจจะทำให้คนนึกถึงภาพที่เขาเคยมีวันเก่า ไม่ว่าจะเป็นกับแฟน กับครอบครัว หรือกับใครก็แล้วแต่ สุดท้ายภาพที่มันเคยมี มันมีความสำคัญอยู่เสมอ ”

คอมเม้นต์จากยูทูป บอกว่า “ ฟังตอนแรก ขอบมากเลยครับ พอดูชื่อคนร้องแค่นั้นแหละ ลั่น 5555 ภาพจำยังชัดเจน จำว่าพี่เป็นตลกไปแล้ว เศร้าไม่ลง 555 ”
“ จริงๆเราเป็นตลก ที่ร้องเพลงได้นะครับ ในเอ็มวีถึงไม่มีเราเลยไง กลัวจะไปขัดอารมณ์  จริงๆที่ใครดูเอ็มวี  ป๊อบมาสักพักจะรู้ว่าเราพยายามเฟดตัวออกมาจากเอ็มวีมานานพอสมควร นอกจากเพลง กำนันทองหล่อ จริงๆจะไม่ค่อยพาตัวเองเข้าไปอยู่ในเพลง เราชอบทำเพลงที่เป็นหนัง เพราะเรารู้สึกว่าคนฟังจะถูกกลืนเข้าไปในเพลงได้ด้วยแบบการเล่าเรื่อง บางครั้งเนี้ย บางเมสเสจที่อยู่ในเพลงมันไม่ชัดพอ ไม่รู้ว่าจริงๆแล้วคนเขียนต้องการสื่อสารอะไร  แต่พอมีหนังมีตัวนำความรู้สึกมันก็จะช่วย ”


ภาพจำที่ชัดตอนนี้คือ ภาพอะไร
“ ภาพจำตอนนี้ เป็นเรื่องงานนะ เป็นเรื่องของคอนเสิร์ต เป็นเรื่องการเจอกับคน คือเรารู้สึกว่าเวลาเราอยู่บนออนสเตจ เวที หรืองานจ้างหรืออะไรก็แล้วแต่เนี้ย ภาพของคนที่มองขึ้นมา คนที่สนุกไปด้วยกัน คนที่ยิ้มแย้มที่มีความสุขในเวลาที่เราเล่นดนตรี ภาพนั้นเป็นภาพที่ต่อให้ 40 ปี 50 ปี ก็คงจะลืมมันยาก ”

ผมรู้สึกตัวเบาแปลกๆ เหมือนได้นั่งคุยกับพี่ชายเรื่องความรัก ทั้งๆที่เราไม่ได้เล่ารายละเอียดความรักส่วนตัวกันเลย แต่เรื่องที่คุยกับโดนความรักและทำให้คิดถึงภาพจำที่เรายังติดกับมันอยู่ ภาพจำที่เคยเศร้า มันดูเบาบางลง เหมือนเราจะเข้าใจมันมากขึ้นเหมือนอย่างที่พี่ป๊อบบอกว่า

“ เรามองว่าบางคนเก็บความรักไว้ในความเจ็บปวด ซึ่งไม่ได้แปลว่าเขาอยากเจ็บปวด แต่แปลว่า ทุกครั้งที่เขานึกถึงความรักมันจะมีความเจ็บปวดผสมอยู่ด้วย ”
 
 
สัมภาษณ์และเรียบเรียงโดย
พิชิตชัย โพธิ์ศิริ (เบลล์)
Author, Co-Producer
ผู้หลงใหลในการไปเดินเจเจทั้งๆที่ไม่ได้ไปซื้ออะไร

RELATED Today Inspire
GREENWAVE1065