EFM104.5
LOVE TALK WITH DJ P'AOY
 
ดีเจพี่อ้อย
 
“ อย่าพยายามเข้มแข็งในวันที่อ่อนแอ แผลจะใหญ่กว่าเดิม 
เพราะฉะนั้นถ้าวันหนึ่งความรักมันไม่ได้ดั่งใจก็ต้องยอมรับมุมที่มันทุกข์ที่สุด
เชื่อไหมคะว่าแค่เรายอมรับเหมือนกับเราเข้มแข็งไปแล้วครึ่งหนึ่ง 
การพยายามไปฝืนว่า ไม่สิเธอจะต้องเข้มแข็ง ณ วันนี้ บางทีมันอาจจะเป็นเรื่องผิดธรรมชาติ และยิ่งทำมันยิ่งเจ็บ”
 
 
นภ พรชำนิ
 
“ บางทีความรักเป็นพื้นฐานอยู่แล้วนะครับ เป็นเหมือนกระปุกออมสินที่แต่ละคนมีไม่เท่ากัน 
ถ้ากระปุกออมสินเต็ม ความไขว้เขวจะไม่เกิดขึ้น เพราะฉะนั้น เราต้องพยายามหมั่นหยอดกระปุกออมสินของกันและกันให้ได้ เราต้องรู้ว่ากระปุกออมสินเรามันพร่องได้ทุกวัน มันจะหมดไปแต่ถ้าเรารู้ธรรมชาติของมันเราต้องหมั่นเติม นั่นแหละครับคือวิธีการที่เราจะตกหลุมรักกันไปทุกวันได้ ”
 
 
 
 
 
เมื่อความรักเปลี่ยนไป ทำอย่างไรให้ใจไม่เขว ?

พี่อ้อย : คืออย่างหนึ่งต้องยอมรับก่อนว่ามันต้องเขวค่ะ พี่ยังคงยืนยันว่า อย่าพยายามเข้มแข็งในวันที่อ่อนแอ แผลจะใหญ่กว่าเดิม’ นี่คือสิ่งที่พูดอยู่เสมอ เพราะฉะนั้นทำยังไงให้ใจไม่เขว ให้ยอมรับไปเลยว่า เฮ้ยคนเรามันก็ต้องเป๋กันบ้างดิ ก็มันเป็นคนที่ทำให้เรารักน่ะ เพราะฉะนั้นถ้าวันหนึ่งความรักมันไม่ได้ดั่งใจก็ต้องยอมรับมุมที่มันทุกข์ที่สุด เพียงแต่ว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่เรายอมรับ เชื่อไหมคะว่าแค่เรายอมรับเหมือนกับเราเข้มแข็งไปแล้วครึ่งหนึ่ง การพยายามไปฝืนว่า ไม่สิเธอจะต้องเข้มแข็ง ณ วันนี้ บางทีมันอาจจะเป็นเรื่องผิดธรรมชาติ และยิ่งทำมันยิ่งเจ็บจ้ะ คราวนี้เมื่อไหร่ก็ตามที่บอกว่าตัวเองอ่อนแอก็ต้องตั้งเวลาอ่อนแอของตัวเองเช่นกัน ไม่ใช่ว่าจะต้องอ่อนแอแบบนี้ไปเรื่อยๆ อย่าลืมว่าหลายครั้งที่เรามองไปหาคนที่เรารักแล้วเขาไม่รักเรา แล้วเราก็ทำให้ชีวิตมันจมทุกข์อยู่อย่างนี้ จนลืมหันมามองว่าแล้วคนที่รักเราที่สุดเขาทุกข์กว่า หลายครั้งที่พูดในรายการด้วยซ้ำว่า คนทุกคนคือหัวใจพ่อแม่นะ อย่ายอมให้ใครมาทำให้แย่ เพราะหัวใจพ่อแม่เจ็บที่สุด ทุกคนเวลาอกหักจะโหยหาเพื่อน ไป Club Friday ดีกว่า เล่าให้พี่อ้อย พี่ฉอด ฟังดีกว่า เราลืมไปว่าที่ปรึกษาปัญหาความรักที่ดีที่สุดคือพ่อแม่ และหลายๆครั้งเรามองข้ามไปเลย ฉันร้องไห้ไป พังไป เสียใจไป หันไปมองอีกทีหนึ่งคนที่เสียใจอยู่คือแม่และพ่อ พี่อ้อยไม่มีลูกมีแต่หลาน พี่รู้สึกได้เลยและเห็นมาตลอดว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่ลูกหลานของเราร้องไห้แค่แอ๊ะเดียว ทุกคนจะวิ่งเข้ามาชาร์ตและทำทุกสิ่งทุกอย่างให้หยุดร้องเดี๋ยวนี้ แต่พอตอนเราโตขึ้นเราสามารถปล่อยให้ตัวเองร้องไห้ซ้ำๆซากๆให้กับคนเดิมๆจนไม่บอกคนที่เรารักด้วยซ้ำว่าเราเสียใจเรื่องอะไร บางทีพ่อแม่เข้ามาปกป้องไม่ได้ด้วยนะ อยากรู้เหมือนกันว่าลูกเป็นอะไรนะลูกเศร้าจังเลย แต่ลูกไม่เล่า เพราะฉะนั้นทำยังไงไม่ให้ตัวเองเป๋ ยอมรับความอ่อนแอ ตั้งเวลาตัวเองว่าอ่อนแอได้นานแค่ไหน และหันกลับไปดูคนที่เรารักและรักเราเท่าชีวิตว่าท่านเจ็บปวดกับเรานานพอแล้วรึยัง พร้อมที่จะลุกขึ้นมาเป็นขวัญกำลังใจให้คนที่รักเรารึยังตรงนั้นมากกว่า

ทำอย่างไรให้คู่รักตกหลุมรักกันทุกวัน ?

พี่นภ : คือบางทีความรักเป็นพื้นฐานอยู่แล้วนะครับ เป็นเหมือนกระปุกออมสินที่แต่ละคนมีไม่เท่ากัน ถ้ากระปุกออมสินเต็มอยู่เนี่ยความไขว้เขวจะไม่เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นคือเราต้องพยายามหมั่นหยอดกระปุกออมสินของกันและกันให้ได้ เราต้องรู้ว่ากระปุกออมสินเรามันพร่องได้ทุกวัน มันจะหมดไปๆแต่ถ้าเรารู้ธรรมชาติของมันเราต้องหมั่นเติม คนเราอาจจะไม่ทราบวิธีการเติมกระปุกออมสินของกันและกันนะครับ นั่นแหละครับคือวิธีการที่เราจะตกหลุมรักกันไปทุกวันได้ มันจะมีศาสตร์เลยนะครับพี่อ้อย คือเรียนรู้เรื่องของภาษารักในการเติมใจให้กันมันทำได้จริงๆครับ ถ้าเรารู้ภาษารักของกันและกันเนี้ย ผมก็จะสามารถเติมกระปุกออมสินของเพลินที่เป็นภรรยาผมได้ เพลินก็จะเต็มตลอดเขาก็จะไม่ไปหาใครมาเติมแทน แต่ถ้าเกิดเพลินโดนผมเติมคนเดียวแต่เพลินไม่ทราบภาษารักของผม กระปุกของผมก็หมดลง ผมก็จะไปหาเติมจากที่อื่น มันก็จะมีมือที่สามเข้ามา มือที่สี่ มือที่ห้า แต่ถ้าเพลินทราบภาษารักของผมเขาก็จะมาหมั่นเติมให้ผม ผมก็จะเต็มตลอดผมก็จะไม่ไปหาเติมจากที่อื่น นี่แหละครับเราจะรู้วิธีว่าเราจะปฏิบัติต่อคนรักอย่างไรครับ ก็ให้รู้ภาษารักของกันและกัน จะสามารถทำให้คุณตกหลุมรักมอบความรักให้กันแล้วจะไม่ต้องไปหาเติมจากที่อื่น เราก็จะไม่ไขว้เขวครับ ผมแต่งงานมา 12 ปี เป็นแฟนกับเพลินมา 17 ปี ถึงวันนี้ก็ยังรักเขาแบบเดิมเหมือน 17 ปีที่แล้ว แล้วเขาก็ยังน่ารักขึ้นทุกวันครับในสายตาผม น่ารักมากครับ

พี่อ้อย : พี่ชอบคำว่าภาษารัก คือบางทีเราจะตีความคำนี้ไปเป็นแบบอื่น แต่วันนี้ปัญหาที่เกิดขึ้นกับหลายๆคนคือการเดาภาษารักเอง เช่น สมมติบางคนง่ายสุดค่ะ ผู้หญิงบางคนรู้สึกว่าทำไมเราไม่มีตัวตนในโซเชียลของเขาซะที ทำไมเขาไม่ค่อยกดไลค์ คือจริงๆไม่ใช่เรื่องไร้สาระนะคะนี่คือภาษารักอย่างหนึ่งซึ่งอีกคนก็บอก ก็นี่ไง เราอยู่ด้วยกันทำไมต้องไปกดไลค์ แต่จริงๆภาษารักของเขาอาจจะแค่ว่า เธอช่วยเห็นสิ่งที่ฉันโพสหน่อยดิ คอมเม้นต์สักนิดหนึ่งสิ แค่นี้เองบางที

พี่นภ : ใช่ๆ คือเขาต้องการความสนใจจากแฟนเขา เป็นการดูแลความรู้สึกเขาจากการพูดชมเขา คือเขาชอบวิธีแบบนั้น นั่นคือภาษารักแบบหนึ่ง

พี่อ้อย : แล้วมันคิดแทนกันไม่ได้ เช่น อุ๊ยเธอทำไมไร้สาระจังเลย ทำไมต้องบอกรักด้วยล่ะ ก็นี่รักทุกวัน ก็ภาษารักของเขาเขาอยากได้ยินน่ะ ใช่ไหมคะ

พี่นภ : ใช่ ด้วยการพูด การบอก

พี่อ้อย : เออมันสำคัญนะ เพราะฉะนั้นหลายๆคู่ที่มีปัญหาอยู่อาจจะเป็นเพราะว่าเราแปลภาษารักของเขาไม่ออกรึเปล่า
พี่นภ : ใช่ครับ แล้วบางทีนะครับพี่อ้อย บังเอิญไปเจอบุคคลที่ 3 ที่ภาษารักมันตรงกันโดยบังเอิญ ก็เลยคิดว่าน้องคนนี้เข้าใจผมดีกว่าคุณอีก ก็เลยหายไปหาคนอื่นแทนนั่นคือสาเหตุครับ

ฝากถึงความรักของคนในปัจจุบัน

พี่อ้อย : ความรักของคนในยุคปัจจุบันค่ะ คือต้องยอมรับว่าวันนี้เรามีอุปกรณ์การสื่อสารที่มันใกล้ตัว และมันก็เลยทำให้เราสามารถสื่อสารกับใครก็ได้ และมันก็เลยทำให้เราละเลยการสื่อสารที่มันเป็นธรรมชาติของมนุษย์คือ 5 ประสาทสัมผัสน่ะ เช่น ก็อยู่ตรงนี้แล้วไง ก็ยังอยู่ตรงนี้ไม่ได้ไปมีใครคนอื่น แต่เวลานั่งใกล้กันก็ยังแชทคุยกับคนโน้นคนนี้ตลอดเวลา คือแน่นอนค่ะมันอาจจะไม่ได้มาจากปัญหาการนอกใจ เธออาจจะคุยงาน เธออาจจะเล่นเกม แต่บางทีรูปแบบแบบนี้มันไม่ใช่รูแปบบของยุคก่อนๆ ที่เราเจอกัน กอดกัน นอนคุยกัน ซึ่งไม่ใช่ว่ามัวแต่ต่างคนต่างแชทๆๆแล้วบอกว่า ก็นี่ไงก็อยู่ด้วยกันแบบนี้บางทีมันไม่ใช่ เพราะฉะนั้นคนยุคนี้อาจจะเป็นคนที่มีอุปกรณ์การสื่อสารอยู่ข้างตัว แต่กลายเป็นคนที่เหงาง่ายกว่าปกติ เพียงเพราะว่าเรามัวแต่มองจอน่ะ แล้วก็ไม่รอเจอหน้ากัน ถ้าจะให้ดีเราลองกลับมาใช้ชีวิตตามปกติ จะมีสติ๊กเกอร์ไลน์กี่ร้อยล้านลายก็ตามที มันไม่ตอบโจทย์เท่าภาษากาย เท่าการสัมผัส เท่าการกอดนะคะ เพราะฉะนั้นอันนี้ฝากไว้ตรงนี้ก่อน เพราะว่าตอนนี้เรากำลังสื่อสารกับคนไกลจนละเลยหัวใจคนใกล้ๆน่ะ
ฝากเพลงรักของพี่นภ ถึงคนฟังกรีนเวฟ

พี่นภ : คนฟังกรีนเวฟทุกท่านนะครับ ได้ฟังรายการดีๆจากกรีนเวฟนี่ก็ผมเชื่อว่าข้อมูลต่างๆที่พี่อ้อยนำเสนอเนี้ยเป็นประโยชน์ต่อผู้ฟังทั้งสิ้นนะครับ เพลงเป็นแค่ส่วนประกอบหนึ่งไปละ จริงๆแล้วทุกคนมีความคิดได้เอง พี่อ้อยคงอยากเห็นผู้ฟังมีชีวิตที่ดีขึ้นเสมอในการถ่ายทอดสิ่งดีๆให้กับเขาฟังนะครับ ผมเป็นนักร้องคนหนึ่งก็เหมือนกัน อยากให้ทุกคนได้ฟังเพลงได้นำไปใช้ในชีวิตประจำวันของเขา ได้ทำตัวเองให้แข็งแรงขึ้นแข็งแกร่งขึ้น เข้าใจสิ่งต่างๆมากขึ้น ผมมั่นใจว่าทุกคนสามารถทำได้นะครับ อย่าเพิ่งหมดหวัง อุปสรรคต่างๆที่เข้ามาในชีวิตเนี้ยมันเป็นแค่บททดสอบ เราจะผ่านมันไปได้แน่ๆครับ ถ้าเราลุกขึ้นสู้และทำความเข้าใจกับตัวเราเอง ผ่านเครื่องมือเครื่องไม้ต่างๆที่กรีนเวฟนำมาให้ทุกคนได้ดูนะครับ แล้วก็ให้กำลังใจทุกท่านนะครับ มีความสุขในทุกๆวัน ไม่ว่าจะเจอความทุกข์ความสุขคุณผ่านไปได้แน่นอนครับผม
 
 
 
RELATED LOVE TALK WITH DJ P'AOY
GREENWAVE1065