EFM104.5
GREEN JOURNEY
 
                “ Wonder Vacation แรกของปีที่อลังการกับธรรมชาติที่งดงามของลาวใต้ ”
 
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

     “ปอ ตี 5.30 ห้ามสายนะ” นี่คือสิ่งแรกที่ผมได้ยินจากการเตรียมตัวของทริปนี้ เราเดินทางด้วย (AirAsia ) 
 
ไฟล์ท 7 โมงเช้า มุ่งหน้าสู่ อุบลราชธานี เพื่อที่จะนั่งรถบัสเข้าสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว สาเหตุที่เรา
 
ต้องใช้เส้นทางแบบนี้แทนที่จะไปลงที่ลาวเลย ก็เพราะว่าพี่ไวท์(ไกด์ประจำทริปนี้) ได้อธิบายว่า สายการบินที่จะไป
 
ลงที่ลาวนั้น Delay และ Cancel บ่อยมากๆ ครับ เราใช้เวลาไปถึงด่าน “ช่องเม็ก” ชายแดนไทย-ลาว ประมาณ 2 
 
ชั่วโมง ลงจากรถเพื่อทำการตรวจคนเข้าเมือง ซึ่งก็ไม่ได้มีพิธีอะไรที่วุ่นวายมากนักเพราะเราทั้งคู่เป็นประเทศพี่น้อง
 
กันมายาวนาน พอผ่านด่านไปสิ่งแรกที่ผมตั้งใจ คือการหาซิมโทรศัพท์ อย่างที่พี่ไกด์แนะนำ ผ่านด่านมาปุ๊บ จะเห็น
 
สาวๆลาวยืนต้อนรับพวกเรา ด้วยการขายซิมโทรศัพท์ทันที  ผมลังเลอยู่นานเลยถามพี่ไวท์ ไกด์ประจำทริปว่า ซื้อได้
 
ไหมครับ เพราะกลัวโดนหลอกเหมือนที่เราถูกปลูกฝังมาตลอดชีวิต พี่ไวท์บอบว่าซื้อได้เลย ผมเลยได้ซิมโทรศัพท์
 
พร้อมเติมเงิน ในราคา 150 บาทไทย ใช้เน็ตได้ 4GB โอ้วโหววว มันคุ้มค่าชะมัด  สัญญาณแรงดี  ใครที่จะมาลาวใต้ 
 
ขอแนะนำซื้อซิมที่นี่ สะดวก ใช้ง่าย ที่สำคัญราคาไม่แพงด้วยครับ 
 
" มีพิธีบายศรีต้อนรับพวกเราด้วยนะครับ น่ารักมากๆ "
 
 
สิ่งที่ผมรู้สึกเมื่อข้ามพรมแดนมาฝั่งลาว  ผมว่าคนลาวเป็นคนน่ารัก อ่อนโยน จริงใจ พวกเค้าไม่มีการหลอกลวง
 
 อาจเป็นเพราะเรื่องกฎหมายที่นี่ที่แข็งแรงมากๆ เลยทำให้พวกเค้ามีวินัย หรือ จากการที่พวกเขาเคยเป็นเมืองขึ้น
 
ของฝรั่งเศส ก็อาจทำให้ได้รับอิทธิพลในเรื่องนี้มาด้วย  ผมสงสัยว่ากฎหมายบ้านเขาแรงขนาดไหน ไกด์ลาวประจำ
 
ทริปนี้ “พี่กิ่ง” บอกว่า กฎหมายที่นี่แรงมาก ถ้าคุณไปฆ่าข่มขืนใครคุณจะติดคุกอยู่ได้แค่ 3 วันและวันที่ 4 จะเป็นโทษ
 
ประหารของคุณ เพราะรัฐบาลไม่มีเงินมากพอที่จะเลี้ยงนักโทษที่อยู่ในคุก ทำให้พวกเขาต้องมีโทษประหารชีวิต 
 
ประชาชนก็เลยเกรงกลัวที่กฎหมายถ้าหากพวกเค้าทำผิด
 
 
 
...."ปราสาทหินวัดพู "

 
วันแรกของทริปนี้  เราเดินทางมาถึงปราสาทหินวัดพูในช่วงบ่าย  ซึ่งเป็นมรดกโลกที่ทางยูเนสโกได้มอบเอาไว้ให้กับ
 
ประเทศลาว เป็นแห่งที่สอง (ซึ่งแห่งแรกคือ หลวงพระบาง ) สิ่งที่เราเคยเห็นจากรูปถ่ายมันไม่อลังการเท่าการได้มา
 
เห็นด้วยตาตัวเองจริงๆครับ !!  ที่ปราสาทหินวัดพูแห่งนี้  เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่เขาใช้ในการทำพิธีสำคัญของ
 
ศาสนาฮินดู แบ่งไปด้วยบ่อน้ำใหญ่ๆถึง 2 บ่อ ซึ่งมีไว้สำหรับแยกระหว่างเพศชายและเพศหญิง เพื่อชำระล้างร่างกาย
 
ก่อนที่จะเข้าทำพิธี ทางเดินมี 3 ทางครับ  ทางที่หนึ่งสำหรับเพศหญิง  ทางที่สองสำหรับเพศชาย และทางที่สาม
 
สำหรับกษัตริย์  ภายหลังศาสนาฮินดูเรื่มเสื่อมถอย ศาสนาพุทธก็เข้ามามีบทบาทมากขึ้น ทำให้มีการสร้างวัดบน
 
ปราสาทหินวัดพู  ประธานยูเนสโกกำหนดไว้ว่าการจะขึ้นทะเบียนมรดกโลกได้นั้นจะต้องเป็นสิ่งก่อสร้างที่สร้างมา
 
ตั้งแต่สมัยโบราณและต้องเอาสิ่งที่สร้างเพิ่มเติมออกไป วัดที่ถูกสร้างอยู่ด้านบนจึงต้องถูกขยับออกไปสร้างไว้ด้าน
 
หน้าแทนครับ  นี่คือความงดงามของวันแรกที่เราได้สัมผัสลาวใต้ ผมบอกเลยว่ารูปถ่ายไม่สามารถอธิบายความ
 
อลังการได้เท่าที่ผมเห็นวันนี้เลยจริงๆ
 
 
 
 
ยิ่งใหญ่อลังการมากจริงๆครับ .....น้ำตก "คอนพะเพ็ง"  

 
 
วันที่สองของ Wonder Vacation ที่ลาวใต้ แน่นอนครับ!!  วันนี้เป็นวันที่เราจะได้ไปสัมผัสความอลังการที่ได้ชื่อว่า
 
เป็นที่สุดของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ “ไนแองการ่าแห่งเอเชีย น้ำตกคอนพะเพ็ง”   เราใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 
 
ชั่วโมงจากปากเซ ซึ่งการเดินทางที่นี่ค่อนข้างยากลำบากเพราะถนนของประเทศลาวส่วนใหญ่ในภาคใต้นั้น ยังเป็น
 
ทางลูกรัง รัฐบาลของประเทศลาวออกมาแจ้งประชาชนว่าไม่มีงบพอที่จะปูถนนด้วยคอนกรีต จึงให้เอกชนเป็นฝ่าย
 
ยื่นซองประมูลเพื่อที่จะสร้างถนนคอนกรีตครับ ที่สำคัญการเดินทางที่นี่ เค้าจำกัดความเร็วไว้ที่  60 กม. ต่อชั่วโมง
 
เท่านั้นครับ แม้เราจะค่อนข้างใช้เวลาในการเดินทาง  แต่ระหว่างทางก็มีความสนุกสนานมากมายจากไกด์ของเรา  
 
ซึ่งเค้าก็จะเล่าเรื่องราวต่างๆ และ บอกเล่าภาษาลาว อย่างคำว่า “ปี้” คำนี้ในภาษาลาว หมายความว่า การจ่ายค่าผ่าน
 
ทาง และมีอีกหลายๆคำของภาษาลาวที่ฟังแล้วเราแอบยิ้มตาม อย่างเช่นคำว่า ควาย เขาออกเสียงให้คล้ายกับการ
 
ตัดสละ อา ออกไป  นี่คือสิ่งหนึ่งที่ผมรู้สึกว่ามันเป็นเสน่ห์ของการเดินทางครั้งนี้  ทั้งภาษา 
 
และความน่ารักของชาวลาว  คำพูดที่จริงใจ และการพูดที่จริงใจโดยที่ไม่เสริมเติมแต่งครับ

 
     พอถึงน้ำตกคอนพะเพ็ง ซึ่งเป็นไฮไลท์ของทริปนี้  เดินเข้าไปไม่ถึง 50 เมตรเราก็ได้ยินเสียงน้ำตกดังมาแต่ไกล  
 
เราเดินตามเสียงไปเรื่อยๆ  ในที่สุดเราก็ได้เห็นพระเอกของทริปนี้ ผมอยากจะบอกทุกคนว่า  ความรู้สึกแรกที่ผมได้
 
เห็นนั้นมันเกินกว่าสิ่งที่ผมคิดเอาไว้เป็นร้อยเป็นพันเท่า มันไม่ใช่น้ำตกที่ตกลงมาจากภูเขาสูงสูงอย่างที่เราคุ้นเคย 
 
แต่เป็นส่วนที่กว้างที่สุดของลุ่มแม่น้ำโขงและมีโขดหินต่างๆกั้นน้ำอยู่ ทำให้น้ำที่ไหลผ่านก้อนหินเหล่านั้นเกิดละออง
 
น้ำ สายน้ำปะทะกันไปมา  ทำให้สายน้ำนี้ งดงามจับใจจริงๆครับ ไม่แปลกเลยที่จะบอกว่าที่นี่ คือ  ไนแองการ่าแห่ง
 
เอเชีย มันเป็นความงดงามที่เราสามารถนั่งนิ่งๆ และมองสายน้ำแห่งนี้ได้ทั้งวัน ยิ่งมองยิ่งตื่นเต้นกับความยิ่งใหญ่ของ
 
ที่นี่จริๆ ครับ  
 
 
 
" สายน้ำแห่งมหานทีสี่พันดอน" 

 
 
จากคอนพะเพ็ง บ่ายวันนี้ เราจะพาทุกคนนั่งเรือชมธรรมชาติและความเป็นอยู่ของประชาชนรอบรอบลุ่มแม่น้ำโขง ที่
 
เราเรียกว่ามหานทีสี่พันดอน หรือการนั่งเรือผ่านเกาะต่างๆถึง 4,000 กว่าเกาะ  เพื่อเข้าไปชมน้ำตกหลี่ผีกัน ซึ่ง หลี่ 
 
แปลว่า "เครื่องดักปลา" เพราะคนที่นี่เค้ารับประทานปลากันเป็นอาหารหลัก ส่วนคำว่า "ผี" นี้ ก็ตรงตัวเลยครับ  เพราะ
 
ก่อนหน้านี้ บริเวณนี้มีศพไหลลงมาติดกับหลี่หรือที่ดักปลาในช่วงสงคราม เพราะฉะนั้นชาวบ้านก็เลยตั้งชื่อน้ำตกนี้
 
ว่า  “หลี่ผี” นั่นเองครับ 
 

 
"  หลี่ผี " 
 
 
 
วันที่ 3  เรายังพาทุกคนไปชมความงามธรรมชาติของที่ลาวใต้ ซึ่งเป็นน้ำตกอีก 2 แห่ง นั่นก็คือน้ำตกตาดฟาน และ
 
น้ำตกผาส้วม ที่น้ำตกตาดฟานนั้นเป็นน้ำตกที่ไหลลงมาจากภูเขาสูงประมาณ 350 เมตร  สิ่งสำคัญที่เกิดขึ้นที่นี่คือ 
 
ผมได้มีโอกาสเล่น Zip Line ครั้งแรกในชีวิตครับ ทีมงานฝากความหวังไว้กับผมว่า ผมจะสามารถถ่ายบรรยากาศ
 
สวยๆจากกล้อง Action camera ที่ทีมงานได้แบกไปจากกรุงเทพเพื่อที่จะนำรูปสวยๆ วิวสวยๆมาฝากคุณผู้ชมชาว 
 
greenwave ผ่านทาง greenwave Fanpage และ ไอจี @greenwave1065   ทีมงานและตัวผม ทำการเตรียมตัว
 
ซักซ้อมกันอย่างดีก่อนที่จะลงเล่นจริง  ทีมงานได้มัดข้อมือผมกับไม้เซลฟี่รวมถึงกล้อง Action Camera ไว้ด้วย  พอ
 
ถึงตาผมเท่านั้นแหละครับกำลังใจเพียบเลยครับ เพราะทุกคนรู้ว่าผมกลัว สตาร์ทออกไปอย่างสวยงามแต่ไม่ถึง 50 
 
เมตรแรกครับ ผมยกทั้งสองมือขึ้นมาจับตัวเซฟตี้ และความหวังของทีมงานที่จะได้ภาพสวยๆจาก Action Camera 
 
ตัวนั้นก็อันตรธานหายไป ผมกรี๊ดแต๋วแตกโดยที่ไม่อายใคร เพราะความรู้สึกโหวงเหวง ไม่มีสายตาที่จะมองวิวชื่นชม
 
บรรยกาศสวยๆ ผมไม่กล้าแม้แต่จะเหลือบตามองลงข้างล่าง เพราะรู้สึกหวิวที่ขามากๆ เราเล่นทั้งหมด 4 เส้น ผมเดิน
 
หน้าอย่างเดียวโดยที่ไม่มีการถอยกลับเพื่อที่จะไปให้ถึงจุดจบให้เร็วที่สุด หลังจากนั้น สภาพผมกลายเป็นศพ 
 
สลบเหมือด สติสตางค์ไม่เหลืออยู่เลยครับ  555 แต่อย่างน้อยก็เป็นประสบการณ์ที่อยู่ที่สูงที่สุดในชีวิตผมครับ ;)

 
 
 
 
 
 
" น้ำตกตาดฟาน"  
 
 
 
ตลอดระยะการเดินทางเราได้มีการฟังกรีนเวฟผ่าน Application Atime Online อยู่ตลอดเวลา ทำให้เราเพลิดเพลิน
 
ไปกับการเดินทางด้วยเพลงเพราะๆจาก greenwave สัญญาณชัด ฟังได้ทุกที่จริงๆ ครับ
 
ก่อนกลับประเทศไทย “พี่กิ่ง” ไกด์จากฝั่งลาวก็ขอบคุณพวกเราด้วยภาษาท้องถิ่น “ขอบคุณหลายๆเด้อที่มาบ้านเฮา
 
เอาเงินมาเที่ยวในบ้านเฮาและทำให้บ้านเฮาได้รับการพัฒนาจากเงินที่ทุกคนเข้ามาเที่ยว ขอบใจหลายหลายและ
 
สบายดี”   ความน่ารักของชาวลาว ทำให้ผมสัญญากับตัวเองว่า ต่อจากนี้ไปผมจะไม่ว่าใคร หรือใช้ชื่อประเทศเพื่อน
 
บ้านในการเปรียบเทียบกับสิ่งของอะไรอีกเลย เพราะประเทศลาว เป็นประเทศที่น่ารัก มีแบบแผนในการดำเนินชีวิต 
 
และพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน ในบางหมู่บ้านไม่ได้มีตลาดเป็นของตัวเองและมีส่วนกลางที่แต่ละบ้านสามารถเอา
 
วัตถุดิบในการทำอาหารมาแลกกันได้ เช่นชาวประมงก็จะเอาปลาที่ตัวเองดักจับมานั้นมามอบให้กับเพื่อนบ้าน คนที่
 
ปลูกผักก็เอาผักมาแลกกับปลา นี่แหละครับ  เสน่ห์ความน่ารักที่หาชมได้ยากมากๆ  ผมขอเรียกการทำแบบนี้ว่า 
 
“ส่วนกลางของน้ำใจ”   มันเป็นความประทับใจกับครั้งแรกในชีวิตที่ได้มาประเทศลาวจริงๆครับ 
 
ถ้าว่างเมื่อไหร่ อย่าลืมมา Vacation ที่ลาวใต้กันเด้อ  สะบายดี... ;) 
 
 

  
  ** ขอขอบคุณผู้สนับสนุนใจดีทุกท่านและพี่พี่น้องน้องๆที่ร่วมทริปนี้ เจอกันทริปต่อไปกับ Wonder Vacation ตลอดทั้งปีจาก Green Wave 106.5 FM ครับ
RELATED GREEN JOURNEY
GREENWAVE1065