การอยู่กับความเศร้า อย่างที่พ่อเราภูมิใจ

เปิดหัวข้อนี้ก็ทราบได้ทันทีว่าเอิ้นกำลังจะเขียนเรื่องอะไร 
ตั้งแต่วันแรกที่เราสูญเสียพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว    99.9%   ของคนไทยก็เข้าสู่สภาวะสูญเสียร่วมกันรวมทั้งเอิ้นด้วย
ตั้งแต่วันแรก  เอิ้นก็ได้รับข้อความจากบรรดาแฟนเพจจำนวนไม่น้อยขอให้เขียนบทความเกี่ยวกับการจัดการกับความเศร้า
แต่เอิ้นตั้งใจจะไม่เขียนในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมาด้วยเหตุผล 3 ประการ
  1. ความเศร้าของทุกคนในตอนนี้คือสิ่งธรรมชาติ เพราะเราต่างสูญเสียที่รักที่สุดไป และ ไม่ควรปิดกั้นในช่วงสองสามวันแรก เพราะจะกลายเป็นเก็บกด (คนไม่เศร้าจึงแปลก คนแสดงออกไม่เหมาะสมจึงดูป่วย)
  2. เราเห็นพลังของความเศร้าที่มาก เราจึงเพิ่งได้ตระหนักกันว่าพ่อมีค่ากับชีวิตเราแค่ไหน
  3. ก่อนแนะนำใครเราก็ควรได้สัมผัสความทุกข์นั้นก่อนและพาตนเองพ้นทุกข์ได้ การแนะนำจึงจะมาจากความเข้าใจที่ลึกซึ้ง มิใช้แต่ทฤษฏีในตำรา ด้วยสามเหตุนี้ จึงปล่อยใจให้เห็นความเศร้า ก่อนช่วยพวกเราให้เดินหน้าตามรอยทางของพ่อไปพร้อมกัน

ตอนนี้เอิ้นคิดว่า  ถึงเวลาที่เหมาะสมแล้วที่จะพาทุกคนไปเรียนรู้ “ การอยู่กับความเศร้าแบบที่พ่อเราภูมิใจ”
ตั้งแต่จำความได้  ภาพพระราชกรณียกิจที่เห็นจนชินตาในทุกๆสองทุ่ม
เมื่อถึงวัยเข้าเรียนก็ได้รับสมุดจดเป็นรูปท่าน
จากภาพทางทีวีที่เห็น  
จากคำสอนผ่านหนังสือที่อ่าน 
จากคำบอกเล่าของพ่อแม่ที่บอก 
จากการได้สัมผัสสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่างๆที่พระองค์ท่านสร้างไว้ให้


แม้เอิ้นจะไม่เคยมีโอกาสเข้าเฝ้าพระองค์ท่านเลยแม้สักครั้ง 
แต่สิ่งต่างๆที่ท่านทรงทำ  กลับทำให้เอิ้นรู้สึกผูกพันแบบที่เคยถามตัวเองว่า 

“ไม่มีท่านแล้วเราจะอยู่กันได้อย่างไร”

ก่อนนั้นแค่คิดขึ้นมาน้ำตาก็ไหลแล้ว
แต่วันนี้เราสูญเสียในหลวงของเราไปแล้วจริงๆ  
การสูญเสียพ่อของแผ่นดินในครั้งนี้จึงตามมาด้วยความเศร้าที่ยิ่งใหญ่มหาศาล

ความเศร้าในรูปแบบของคุณเป็นอย่างไร? 
ที่ถามแบบนี้เพราะเราต่างมีรูปแบบความเศร้าจากการสูญเสียแตกต่างกัน
ทันทีที่เราทราบข่าวร้าย
บางคนร้องไห้ฟูมฟายในทันที
บางคนรู้สึก มึนงงเหมือนความฝัน
บางคนยังคิดว่ามันไม่เป็นความจริง
บางคนโกรธโชคชะตา
บางคนยอมรับมันด้วยความจำยอม
ทั้งหมดสามารถเกิดขึ้นกับเราได้  จะเกิดความรู้สึกใดก่อนก็ได้
เกิดเพียงแค่บางความรู้สึกก็ได้   ทั้งหมดมาจากความรู้สึกสูญเสีย

อย่างเช่น วันแรกเอิ้นรู้สึกงง  จริงหรือ 
วันที่สอง สาม   เห็นอะไรใครพูดอะไรที่เกี่ยวกับพระองค์ท่านก็รู้สึกอยากจะร้องไห้ตลอดเวลา
วันที่สี่เริ่มยอมรับว่ามันเกิดขึ้นแล้วแต่เรายังต้องมีชีวิตต่อไป
และเป็นชีวิตที่ยังคงทำและถ่ายทอดตามสิ่งที่พระองค์ท่านสอนให้มากที่สุด
แล้วเราจะผ่านความเศร้าจากความรู้สูญเสียครั้งนี้ไปได้อย่างไร?


การสูญเสียในครั้งนี้ไม่ใช่แค่เพียงเราเท่านั้นแต่เป็นการสูญเสียของคนทั้งแผ่นดิน 
ดังนั้น  เรามีความจำเป็นต้องตระหนักในสองด้าน  คือ
ด้านของการดูแลจิตใจตัวเองและด้านของการเป็นประชนที่ต้องทำให้แผ่นดินของพ่อสงบสุข
ด้านการดูแลใจของตัวเอง
  1. รับรู้อารมณ์ทุกอารมณ์ที่เกิดขึ้น  และยอมรับว่าทุกอย่างมันเกิดขึ้นแล้วจริงๆ
  2. แสดงออกถึงความเศร้าได้ ( เพราะการปิดกั้นอาจทำให้กลายเป็นเก็บกด)บางคนร้องไห้  บางคนร้องเพลง  บางคนเขียนลงนาม  บางคนไปเป็นจิตอาสา  บางคนสร้างกิจกรรมแสดงออกถึงความรัก  เป็นต้น
  3. สัมผัสคุณค่าและความหมายของสิ่งที่เราสูญเสีย
    เมื่อเราทบทวนเราจะพบว่า
    พระองค์ท่านเป็นพ่อ
    เป็นแรงบันดาลใจ
    เป็นกำลังใจ
    เป็นความอบอุ่น เป็นความมั่นคง
    เป็นทุกอย่างในชีวิตของเราอย่างที่เรา
  4. เริ่มมองปัจจุบันและอนาคตว่าเราจะมีแนวทางในการดำเนินชีวิตอย่างไรเมื่อไม่มีพระองค์ท่านแล้วเอิ้นเลือกที่จะบอกตวเองว่า  “เราจะเดินตามรอยทางแห่งแนวคิดที่พระองค์ได้สอนไว้และถ่ายทอดสืบไปไม่ให้จางหาย”
  5. เก็บความรู้สึกว่ามีพระองค์ท่านอยู่ในหัวใจของเราตลอดไปจากนี้เราจะไม่รู้สึกว่า พระองค์ประทับอยู่หัวหินหรืออยู่โรงพยาบาลศิริราช แต่พระองค์จะประทับอยู่กับเราตลอดเวลา
ด้านของการเป็นประชนที่ต้องทำให้แผ่นดินของพ่อสงบสุข
  1. ใช้ห้วงเวลาของความเศร้าให้มีคุณค่า
    ในเวลาที่ความรื่นเริงหายไปเราจะพบว่า  เราช้าลงเพื่อได้ทำอะไรอย่างไตร่ตรอง
    เราใช้เวลาอยู่บ้านมากขึ้น (จากการงดสังสรรค์)
    เรามีเวลาอยู่กับคนที่เราควรอยู่มากขึ้น( เช่นพ่อแม่)
    เราได้ยินในสิ่งที่ควรได้ยิน (เรื่องราวและความรักของในหลวง)
    เราเห็นในสิ่งที่ควรเห็น ( เห็นภาพความรักที่เป็นหนึ่งเดียว  เห็นงานที่ในหลวงทำเพื่อเรา)
  2. หยุดกระตุ้น
    เช่น แสดงออกในทางตรงกันข้ามกับความรู้สึกของคนส่วนมาก  โพสต์ข้อความที่ไม่เหมาะสมโต้เถียงเมื่อพบความคิดเห็นที่ขัดแย้ง
    ( เพราะคนส่วนใหญ่ยังมีสภาวะจิตใจที่เศร้า  จึงยากที่จะเห็นด้านบวกแต่ง่ายที่จะเห็นด้านลบ  )
  3. หยุดกล่าวโทษ
    ตอนนี้เราอยู่ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลง  อาจมีทั้งที่ถูกใจและไม่ถูกใจ  ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะหาคนผิดตอนนี้  เช่น  ทำไมหุ้นตก  ทำไมงานยกเลิก  ทำไมต่างชาติไม่เข้าใจ ทำไมๆๆๆๆๆๆๆ
  4. หยุดส่งเสริม
    ในสถานการณ์นี้อาจมีบุคคลที่สมองไม่พัฒนาตามปกติบางกลุ่มใช่เป็นลู่ทางในการสร้างจุดสนใจของตัวเอง   โปรดมองการกระทำของพวกเค้าเช่นฝุ่น  ไร (เมื่อเรียกร้องแล้วไม่ได้เค้าจะหยุดความเลวร้ายเอง)
หากเราดูแลจิตใจตัวเองได้ทั้งสองด้านได้ดังนี้
เชื่อแน่ว่าชีวิตของเราและประเทศชาติของเราก็จะร่มเย็นเป็นสุขเสมือนว่าพระองค์ท่านไม่ได้จากเราไปไหน
เพราะความคิดของพระองค์อยู่ในความคิดของเรา  และพระองค์ก็อยู่ในใจของเรา 
เมื่อพระองค์ท่านมองลงมาเมื่อไรก็ยังจะทรงยิ้มด้วยความความภูมิใจในตัวเราเสมอ
หมอเอิ้น พิยะดา
จิตแพทย์/ นักแต่งเพลง/นักบริหารใจในวิถีพอเพียง

ขอบคุณภาพประกอบจาก   Enis

RELATED

เรารู้สึกว่าต้องอยู่ อยู่เพื่อทำให้ทุกคนมีความสุข

เรื่องเล่า FULL MOON FULL มันส์ BY DJ.เต๊ป กีรติ

คุยกับผู้ชายเข้มแข็ง พงษ์เทพ กระโดนชำนาญ

บราวเซอร์ของคุณไม่รองรับ

กรุณาอัพเกรดหรือดาว์นโหลด

 
SAFARI

DOWNLOAD

 
CHROME

DOWNLOAD

 
FIREFOX

DOWNLOAD

INERNET
EXPLORER

DOWNLOAD