มาราธอนเปลี่ยนชีวิต ยิ่งรู้จัก ยิ่งหลงรัก ผู้ชายชื่อ “ NAT SAKDATORN ”

Q : นิยามคำว่า “ ณัฐ ศักดาทร “  จริงๆ แล้ว “ ณัฐ “ เป็นคนยังไง
A : อืมม... ยากจังเลยครับ  ( หัวเราะ )  จริงๆ ผมรู้สึกว่า ตัวเองเป็น ผู้ชายธรรมดาคนนึงนะ    ที่อยากจะทำชีวิตให้มีความหมายมั้ง (หัวเราะ)  พยายามเรียนรู้  เอาตัวเอง ไปเจอ   ประสบการณ์ใหม่ๆ  ทำโน่นนี่ เพื่อให้เข้าใจชีวิตมากขึ้น  เข้าใจตัวเองมากขึ้น และก็    หวังว่า สิ่งที่ตัวเองทำแต่ละอย่างในชีวิต บางเรื่อง มันจะเป็นแรงบันดาลใจ ให้คนอื่นได้  



 
 
Q : เป็นคนที่มากความสามารถ พูดได้หลายภาษา  พูดภาษาอะไรได้บ้าง 
A :   "ที่คล่องที่สุด ก็ ไทย อังกฤษ นะครับ รองลงมา นี่ก็ ญี่ปุ่น แต่ลืมไปเยอะมาก เพราะ    หลังๆ มา ไม่ค่อยได้ใช้  จะได้ใช้เฉพาะตอนช่วงเที่ยว  แต่พอเป็นภาษา Business นี่ก็จะยากละ" 
 
 
 
 
 
Q : นี่เป็นเหตุลที่ทำให้ไปญี่ปุ่นบ่อยด้วยหรือเปล่าคะ 
A :  "มันไม่ได้เกี่ยวว่า พูดได้ หรือ ไม่ได้นะ คือ เราชอบประเทศนี้ มานานแล้ว  ตั้งแต่สมัยเด็ก   แล้วครับ  โตมากับการ์ตูนญี่ปุ่น  เพลงญี่ปุ่น  แล้วเราก็ชอบอาหารญี่ปุ่น  มันเลยทำให้   เรารู้สึกว่า ทั้งหมด ที่เป็นญี่ปุ่น  ทั้งวัฒนธรรม  มันถูกจริตเรา และเราก็ โตมากับมัน เรารู้สึกผูกพันกับมัน  และ ทุกครั้งที่ไป  ประทับใจในประเทศเค้า ธรรมชาติเค้า คนของเค้าที่เฟรนด์ลี่  ต้อนรับ เราอย่างดี และ ก็ยังมีที่สวยๆ อีกเยอะ ที่พอเราไปแล้วแบบยังมีอันนี้อีก ๆ  ก็เลยไปเรื่อยๆ  และ บวกกับว่า  ก็ไม่รู้ทำไม กลายเป็นว่า เรามีโอกาสได้ไป   ทำงานที่ญี่ปุ่นบ่อยด้วยครับ  บางทีก็มีไปร้องงาน Thai Festival  ที่นั่น  มีไปถ่ายแบบ   นิตยสาร  ไปถ่าย MV  บางทีก็จะมี Conference และให้เราไปร้องเพลง  อาจจะเป็นเพราะว่า เราร้องภาษาญี่ปุ่นได้ด้วย  บางทีมันก็มีงานที่ต้องร้องเพลง  2 ภาษา หลังๆ     ก็มีงานวิ่งอีก  ชอบไปวิ่ง  เราก็ไปลงวิ่งมาราธอนที่ญี่ปุ่น  เลยมีหลายเหตุผล ทีทำให้เราได้กลับไปประเทศญี่ปุ่น เคยมีคนแซวทุกที ที่ลงรูปที่ญี่ปุ่น  เพื่อนๆ  จะมาแซวละ  “ อ๋อ กลับบ้านเหรอ "  ( หัวเราะ )  เพราะเดี๋ยวนี้ ไปญี่ปุ่น บ่อยกว่า กลับเชียงใหม่อีก" 
 
 
 
 
 
Q : เห็นบอกว่า ณัฐ นี่เป็นคนทำงาน เป๊ะมาก  ตั้งใจทำงาน  มีวิธีจัดการชีวิตยังไง ให้ได้ดั่งใจที่เราต้องการ   
A :  "เอาจริงๆ มันไม่ได้ดั่งใจเสมอไปนะ  ผมว่า สิ่งที่ทุกคนเรียนรู้ หลังจากทำงานมาสักพัก    ต่อให้เราเป็น Perfectionist  แค่ไหน  ทุกงานที่เราทำออกมา มันไม่มีทาง Perfect  100    เปอร์เซ็นต์   จริงๆ แล้ว สิ่งที่ผิดพลาดในแต่ละชิ้นงาน ต่างหาก ที่เราได้เรียนรู้จากมันว่า ครั้งต่อไป เราจะทำให้มันดีขึ้นยังไง  แต่ว่า วิธีที่จะทำให้มันดีที่สุด  ผมว่า ทุกงาน ก่อนที่   เราจะทำ  เราจะศึกษารายละเอียดให้ได้มากที่สุดว่า  งานนี้มีอะไรที่เราต้องทำบ้าง  ต้องใช้ทักษะ อะไรบ้าง  คือ ผมจะไม่ใช่คนที่งานเข้ามา แล้วเราจะรับทำหมด  แต่จะดูนิดนึง ว่า งานนี้ เหมาะกับเราไหม  งานนี้เราน่าจะทำให้เค้าได้ดีไหม  ถ้าเรารู้สึกว่า เราจะทำให้ เค้าได้ไม่ดี  เราก็ไม่รับนะ  แต่ไม่ใช่ว่าเป็นงานที่ไม่ดีนะ  แค่น่าจะมีคนอื่นที่ทำหน้าที่นี้ได้ดีกว่าเรา" 
 
 
 
 
Q : ตอนนี้เป็นนักวิ่งด้วย  จำได้ไหมคะ ว่า ในปีหนึ่ง เราลงวิ่งมาราธอนกี่ครั้ง 
A :  " วิ่งมาราธอน ถ้าปีที่แล้ว น่าจะประมาณ  3 หรือ 4 ครั้งนะครับ จริง ๆ FULL     MARATHON เราเพิ่งลงวิ่งเมื่อปีที่แล้วครับ ครั้งแรกนี่ที่จอมบึง หลังจากนั้น ก็กระโดดไป   ต่างประเทศเลย  ไปฮอกไกโด   โอซาก้าเลย  ปีที่แล้ว คือ 3 ที่นี้ครับ  เมื่อต้นปีที่  โตเกียว    และเดี๋ยวปีนี้มีที่โกเบ อีก ซึ่ง FULL MARATHON จะวิ่ง 42 กิโล จะวิ่งประมาณเกือบๆ   4 ชั่วโมง  ซึ่งผม เองนี่ต้องซ้อมจากระยะทางสั้นๆ ก่อน  มันต้องค่อยๆ เริ่มทีละนิด ก่อนที่ผมจะมาถึง FULL MARATHON  ได้  เมื่อก่อนผมก็ลงวิ่ง  MINI MARATHON  มาก่อน  5 กิโล 10 กิโล  แล้วก็ค่อยขยับมา เป็น HALF MARATHON  ก็ 21 กิโล เพิ่งลง FULL  ได้เมื่อปีที่แล้วจริงๆ ก็เริ่มวิ่งมา 3 ปีแล้วครับ  ก่อนจะมาลง  FULL จริงๆ  มันก็ใช้เวลา  ผมว่า มันก็เหมือนทุกอย่าง  ต่อให้เราอยากทำอะไรให้สำเร็จ   เราก็ค่อยๆ ก้าวไปทีละ    สเต็ปเล็กๆ  มากกว่า  ต่อให้เราจะมีจุดมุ่งหมายที่มันชัดเจน อย่างจุดมุ่งหมายของผมเนี่ย คือ วาง FULL MARATHON  42 กิโล  ผมไม่สามารถจะวิ่งได้ในอาทิตย์เดียว  เราก็ต้องจัดการกับความคิดของเรา  ว่า เราจะเดินไปถึงเป้าหมายใหญ่ๆ นั้นได้ เราต้องแตกเป้าหมายใหญ่ออกมา เป็นเป้าหมายเล็กๆ บ้าง  ซึ่งเป้าหมายเล็กๆ ก็จะแตก   ออกมาเป็น 5 โล 10 โล  แล้วค่อยๆ เพิ่มไปครับ" 
 
 
 
 
 
 
Q : การวิ่งให้อะไรกับเราบ้างคะ   
A :   "ที่แน่ๆ ผมว่า ไม่มีใครเถียง คือ เรื่องของสุขภาพกาย และใจ อันนี้แน่นอน และที่ผมว่า    มันให้กับเราก็คือ มันทำให้ผม ได้รู้สึก ได้เห็นกับตาตัวเอง  ได้สัมผัสว่า คนเราสามารถเปลี่ยนได้ เปลี่ยนไปในเวอร์ชั่น ที่เก่งกว่าเดิม  มีศักยภาพมากกว่าเดิมได้ โดยการผ่าน   การขยัน อดทน และ ฝึกซ้อม  จริงๆ มันคือเบสิคความจริง กับทุกๆ เรื่อง  ไม่ใช่เฉพาะ   เรื่องวิ่ง แค่เรื่องวิ่ง มันทำให้เราเห็นชัดมาก  อย่างผม  เมื่อก่อนนี่เป็นคนไม่เอาไหนเรื่อง กีฬาเลย  ไม่เก่งเลย  จนทุกวันนี้  เป็นนักวิ่งมาราธอน คือ มันแสดงให้เห็นแล้วว่า  แค่เราใส่ใจ ให้เวลากับมันมากพอ อย่างต่อเนื่อง สม่ำเสมอ  ทุกคนก็จะเก่งขึ้นได้  เพราะว่าผมทำให้เห็นมาแล้วว่ามันเป็นไปได้ "  


 
 
 
Q : มาถึงเรื่องเพลงกันบ้าง  ณัฐ แต่งเพลงเองด้วย  ได้รับแรงบันดาลใจจาก    ไหนในแต่ละเพลง  มาจากประสบการณ์ชีวิตตัวเอง หรือ เพื่อนรอบข้าง     
A :  "ทั้งหมด รวมๆกันครับ บางเพลงก็เป็นเรื่องของตัวเองเป็นเรื่องที่เราเห็น คนใกล้ตัวเราประสบเรื่องนี้อยู่  หรือ บางทีมันจะเป็นมุมมองที่ เราได้ Inspiration จากหนัง  ว่า    มุมมองความรักแบบนี้ น่านำมาเสนอ แต่ส่วนใหญ่ ผมจะแต่งเป็นเมโลดี้มากกว่า  แต่งเนื้อเนี่ย เริ่มมาแต่งมากขึ้นในช่วงหลังๆ  ครับ  เพลงแรกที่แต่งเนื้อและทำนอง คือ “ ครั้งหนึ่งในชีวิต “    ก่อนหน้านั้นก็จะเป็นทำนอง และ แต่งเนื้อนิดๆหน่อยๆ  อย่าง “ รักเธอคนดียว” แต่งทำนอง  คิดถึงดังดัง เนี่ยแต่งทำนอง  ส่วน “ ครั้งหนึ่งในชีวิต" เป็นเพลงแรก ที่แต่งทุกอย่างเองหมด  เพราะว่า มันเป็นมุมมมองความรักที่เราอยากนำเสนอความรักที่จบไป ไม่จำเป็นต้องเป็นความรู้สึกลบ  เราสามารถดึงเอาสิ่งที่มันบวกจากประสบการณ์ความรัก ที่มันจบไปมาระลึกถึงเสมอได้ ส่วนเพลง ชื่อเธอ เป็นหนึ่งในไม่กี่เพลงที่เราไม่ได้ทำอะไรเลย  เราปล่อยให้ทีมงาน ที่เราติดตามผลงานเค้าตั้งแต่เด็ก ๆ  ชื่นชมเค้า  และให้เค้าได้ลองแต่งเพลงนี้ให้เราครับ พี่คนนี้ชื่อ พี่เอก ซึ่ง พี่เอก เป็นคนแต่งเนื้อเพลงให้ผมหลายเพลงแล้วครับ ไม่มีพรุ่งนี้   คิดถึงดังดัง  ยิ่งคุยยิ่งเหงา   ตอนนั้นเค้าเหมือนไปดูสเตตัสเรา ว่าเรากำลังอินเรื่องอะไร  เลยแต่งมาเป็นเพลง “ชื่อเธอ” 

Q :  “ ณัฐ”  เป็นคนที่มากความสามารถหลายด้าน บางคนอาจจะไม่ค่อยรู้ว่า ณัฐวาดรูปสวยมาก 
A :   "เมื่อก่อนจะเป็นคนที่อินอะไรในด้านของศิลปะ  ซึ่งเมื่อก่อนด้านการวาดภาพ จะนำด้าน   เพลงมาด้วยซ้ำ  คือ ตอนเด็กๆ ผมชอบวิชาศิลปะมาก  แล้วก็อยากเป็นนักเขียน   การ์ตูนก่อนที่จะเป็นนักร้อง เราก็วาดการ์ตูน แต่งเป็นเรื่องเป็นราวของตัวเองเลยครับ  ด้วยความที่สมัยเด็ก เราเป็นคนติดการ์ตูน  สมมุติเวลาจะสอบ เราจะอ่าน   หนังสือบทหนึ่งแล้วคั่นด้วยการดูการ์ตูนตอนหนึ่ง เป็นคนที่ผูกพันกับการ์ตูนมาก  เวลาวาดอะไร ก็จะเป็นสไตล์การ์ตูนญี่ปุ่น"
 
 
 
Q :  แฟนๆ เราจะเห็นรูปที่เราวาดได้จากที่ไหนบ้าง 
A :   "จริงๆ แฟนๆ เราเค้าก็จะเห็นเรื่อยๆนะ   ตามงานต่างๆ  หรือ บางทีไปออกรายการเค้าก็จะขอให้วาด  บางทีผมก็จะวาดลงไอจีบ้าง  แต่ไม่ค่อยเยอะ นานๆทีครับ   ช่วงนี้จะวาดอะไรที ก็ต้องมี Inspiration  ล่าสุดอินกับซีรีส์เรื่อง Game Of Throne ก็เลยวาดเป็นตัว   ละคร John Snow  ออกมา" 
 
 
 
 
Q :  เห็นบอกว่าเป็นคนชอบเดินทาง  ที่ไหนบ้าง ที่เราชอบไป  ภูเขา หรือ ทะเล   
A :   "ชอบหมดเลย  ถ้ามีธรรมชาติเราจะชอบ  เมื่อก่อนผมเองก็ไม่ได้เป็นคนที่อินกับธรรมชาติมากนะครับ  แต่พอโตมา เรารู้สึกเหมือนกับว่า ไม่รู้ว่าพูดไปจะดูอาร์ตดูติสท์หรือเปล่า  แต่เราอยากจะสัมผัสโลกนี้มากขึ้น  อยากรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของโลกนี้มากขึ้น  ยิ่งเราโต ผมรู้สึกว่า ตัวเรามันเล็กลง  เข้าใจว่าชีวิตเรามันเล็ก และ เปราะบางแค่ไหน  บางทีการที่เราได้ไปอยู่กับอะไร ที่มันโอบล้อมเราไว้ มันเป็นความรู้สึกที่สบายใจอย่างบอกไม่ถูก" 
 
 
 
 
 
Q :  เวลาทำงาน มันก็ต้องมีบ้างแหละที่เราต้องเครียด  มีปัญหาต่างๆ ที่มันเข้ามา  ณัฐ เองหาทางออกให้กับปัญหานั้นอย่างไร   
A :   "ขั้นแรกเลยนะ  คือ ต้องไม่พยายามคิดวนอยู่กับตัวเองครับ  ถ้ามีคนรอบข้าง หรือ คนที่   ไว้ใจได้ ลองปรึกษาดู ลองพูดคุยให้เค้าฟัง  เพราะว่า บางทีเราคิดอยู่กับตัวเอง เราจะ   เห็นไม่กี่มุม  และมันก็จะเผลอไปตอกย้ำความรู้สึกเราว่า  ชีวิตเราแย่จัง  คิดไปในด้านลบ   ถ้ามีคนรอบข้าง  บางทีเค้ามองจากมุมด้านนอกเข้ามา เค้าอาจจะทำให้เราเห็นมุมอื่นที่ทำให้รู้สึกว่า สถานการณ์นี้ มันก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้น  จริงๆ ถ้าได้คุยกับคนที่โตกว่าเราจะยิ่งรู้สึกโอเคได้ง่ายขึ้น เพราะเค้าจะผ่านชีวิตมามากว่าเรา  แล้วเค้าจะรู้ว่า เรื่องดีร้ายแค่ไหน เดี๋ยวมันก็ผ่านไป  ผมว่าทุกๆ เรื่องเลยนะ  แม้แต่ตัวเราเอง ถ้าเราย้อนดู ประสบการณ์ชีวิตเรื่องที่เราคิดว่า มันไม่มีทางผ่านไปได้ มันทุกข์ทรมาน สุดท้ายมันก็ผ่านมาได้ จนบางทีทุกวันนี้ยังลืมไปแล้วด้วยซ้ำ บางทีมันก็จะเป็นสิ่งเหล่านี้ครับที่เตือนใจให้เราได้รู้สึกว่าแบบ “ เดี๋ยวมันก็ผ่านไปน่า "และอีกสิ่งหนึ่งที่ผมชอบทำก็คือ ออกไปทำอะไรดีๆ  ให้ชีวิตตัวเอง ออกไปวิ่ง  ไปเที่ยว  ไปเติมพลังบวกให้ตัวเอง    บางทีเราไม่ต้องรู้ก็ได้ ว่า เราทำไปแล้วจะได้อะไร  ไม่ต้องไปคิดว่า ออกไปแล้ว ๆ    มันจะดีไหม  แค่ทำอะไรเพื่อตัวเองสักนิดนึง  มันก็ดีกว่าแล้วครับ"
 
 
 
 
Q : แล้วทริปนี้ เป็นอย่างไรบ้าง  “ Green Fan Club – Misty  Mountain” 
A :   "ประทับใจทุกๆคนที่มาด้วยกัน  ทุกคนน่ารักมาก  ทั้งทีมงาน ผู้โชคดี  และ ลูกค้า ผมก็จะพูดเสมอครับว่า  เวลาไปทริปไหน  โลเคชั่นอาจสำคัญ  ปลายทางสำคัญ  แต่คนที่เดินทางไปด้วยกันก็สำคัญ  ถ้าเราไปกับคนที่พร้อมลองทำโน่นทำนี่ด้วยกัน ยิ้มแย้มไปด้วยกัน 
เอ็นจอยไปด้วยกัน  ไปที่ไหนก็สนุกครับ"  

Q : ติดตามผลงาน ตารางงานต่างๆ ของ “ ณัฐ ศักดาทร  “  ได้ที่ไหนบ้าง
A : ทาง Social Network ครับ  Twitter / Facebook / Instagram 
  ชื่อเดียวกัน  “  NAT SAKDATORN” ฝากไว้ด้วยนะครับ  เข้ามาพูดคุยกันได้เสมอๆ 




ขอบคุณ “  ณัฐ ศักดาทร “@NATSAKDATORN  กับแรงบันดาลใจเล็กๆ  ที่อ่านจบแล้ว อาจต้องหันไปหยิบรองเท้าวิ่ง ...นับ 1-2-3 แล้วออกไปเติมลังบวกด้วยกันค่ะ  

((  ขอบคุณรูปจาก @NATSAKDATORN ))
RELATED

UPCYCLING THE OCEANS, THAILAND

ดีเจอ้อม ดีเจพี่อ้อย ได้รับให้เป็นพรีเซ็นเตอร์แฟนเพจ Because we care

โอ๊ต ปราโมทย์ ปาทาน “มหากาพย์ความสนุกของคนทุกเพศวัย และชีวิตใหม่จากโลกโซเชียล”

บราวเซอร์ของคุณไม่รองรับ

กรุณาอัพเกรดหรือดาว์นโหลด

 
SAFARI

DOWNLOAD

 
CHROME

DOWNLOAD

 
FIREFOX

DOWNLOAD

INERNET
EXPLORER

DOWNLOAD