กิน เปลี่ยน โลก กับ โจน จันใด

กิน เปลี่ยน โลก กับ โจน จันใด
 
ผู้ชายที่ใช้ชีวิตเรียบง่าย และผู้บุกเบิกการอยู่บ้านดินในเมืองไทย

" โจน จันใด "

กับวลีชีวิต ที่บอกว่า  " ชีวิต เป็นเรื่องง่าย ถ้ามันยาก แสดงว่ามันผิด"

วันนี้ กรีนเวฟ  จะพาคุณไปคุยกับ โจน จันใด  กับการใช้ชีวิต  " กิน เปลี่ยน โลก "
 
 
Q : กิน เปลี่ยน โลก  ในแบบ โจน จันใด  ต้องกินอย่างไร ?
A : การกิน ก็คือ กินให้โรคมันหมด  แต่ว่า การกินทุกวันนี้ มันกินได้อีกไม่นาน  รุ่นลูก รุ่นหลานเราจะไม่เหลืออีกเลย  แค่ไม่กี่ปีที่ผ่านมา เราก็แทบจะไม่เหลืออะไรแล้ว  แผ่นดิน ก็เริ่มเป็นแผ่นดินที่ตาย ทีละ เป็นล้านๆ ไร่   น้ำก็ดื่มไม่ได้ทั่วโลก  ต้นไม้ก็ไม่มี  ฉะนั้น กิน เปลี่ยน โลก ก็คือ การกินเพื่อให้มันเหลือต่อไป กินไม่ให้มันหมดก็เท่านั้นเอง  ดังนั้น เราเลยต้องมาคิดถึงว่า การกินยังไงจะให้มันเหลือ อย่างถ้าเราหันกลับมากินข้าวอินทรีย์ ก็จะทำให้ดินที่ตายเริ่มฟื้น  มีชีวิตขึ้นมาอีก กลับมามีชีวิต เพิ่มขึ้นๆ   ทำให้น้ำ ที่ปนเปื้อนเริ่มสะอาดมากขึ้น  ทำให้ต้นไม้เพิ่มมากขึ้น  ซึ่งนั่นหมายความว่า การสร้างทรัพยากรให้มากขึ้น  กินอินทรีย์ให้มากขึ้น กลับมาส่งเสริมคนที่สร้างทรัพยากร  แต่ถ้าเราหันมากินอาหารอินทรีย์มากขึ้น ชาวบ้านก็จะได้หันมาทำอินทรีย์มากขึ้น พอเค้าทำอินทรีย์เค้าก็จะไม่ใช้สารเคมีเลย   ปกติ อย่างชาวบ้านคนหนึ่งเค้าทำนา  ซึ่งเมื่อก่อนเค้าทำนาครั้งเดียวเค้ามีอยู่มีกิน  ทำนาครั้งเดียว  ก็ใช้ปุ๋ยครั้งเดียว ใช้ยาฆ่าหญ้าครั้งเดียว  แต่ทุกวันนี้ชาวบ้านขยันมากขึ้น เพราะว่าคนกินๆ มากขึ้น เค้าก็เลยต้องขยันมากขึ้น เพื่อตอบสนองตลาดมากขึ้น  ฉะนั้นชาวบ้านในหลายๆพื้นที่ จึงทำนามากกว่า 3 ครั้ง ต่อปี  และการทำเกษตรมากกว่า 3 ครั้งต่อปีเนี่ย หมายความว่า เค้าใช้ปุ๋ยเคมี มากกว่า 3 ครั้ง ใช้ยาฆ่าแมลงมากขึ้น  ใช้ยาฆ่าหญ้ามากขึ้น  ก็เลยทำให้จุลินทรีย์ ไม่มีโอกาสขยายพันธุ์  พืช สัตว์ ชนิดต่างๆ เริ่มตายไป  ดินก็เริ่มตาย  นี่คือ เกษตร ที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน 
          ในทางกลับกัน พอเราส่งเสริมให้คนมากินอินทรีย์ปุ๊ป  เค้าจะทำ 3 ครั้ง 4 ครั้งก็ได้  แต่ว่าดินมันจะไม่เสื่อมลง น้ำก็จะดีขึ้น  พืชพันธุ์ ธัญญาหาร ก็จะหลากหลายมากขึ้น เพราะว่า ทำอินทรีย์ไม่ได้หมายความว่า  ปลูกข้าว ชนิดเดียว โดยไม่ใช้สารเคมี  แต่หมายความว่า เราต้องปลูกให้พออยู่ พอกิน  ปลูกให้หลายๆชนิด เรากินอะไร ก็ปลูกให้หมด  แล้วให้ตัวเองมีกินก่อน เหลือกินแล้วค่อยขาย  นี่คือ อินทรีย์ในความหมายของเราครับ
 
 
 
 
Q : บางคนอยากกินอาหารเพื่อสุขภาพ แต่ว่าอาหารอินทรีย์  ออร์แกนิกส์   พวกนี้ ราคาค่อนข้างสูง  เราจะทำยังไง ถึงจะได้กินอาหารออแกร์นิค ในราคาที่เราสามารถซื้ออาหารทั่วไปได้ ?
A : นี่ก็เป็นสิ่งที่พวกเราคิดมาเหมือนกัน เพราะว่า อินทรีย์นี่เป็นเรื่องใหม่ การขนส่ง มันไม่คุ้มกับค่าขนส่ง  มันก็เลยทำให้แพงขึ้นบ้าง และ ตลาดอินทรีย์ ยังแคบอยู่  ฉะนั้น มันเลยมีเงื่อนไขทางการตลาด ที่ทำให้มันแพงขึ้น  เหมือนกับ มันเป็นคนป่วย  ช่วงแรกๆ อาจต้องใช้จ่ายเงินในการดูแล  เพื่อให้เค้าพลิกฟื้นตัวขึ้นมา  หลังจากเค้าฟื้นตัวขึ้นมาได้ มันก็จะถูกลง  เลยเป็นที่มา ของการทำโครงการ “ธรรมธุรกิจ” 
      เราตั้งบริษัทขึ้นมา เพื่อทำให้อาหารอินทรีย์ราคาใกล้เคียงกับเคมี  ซึ่งเราเริ่มมาได้ 3 ปีแล้ว  ก็มีสินค้า  มีผลิตภัณฑ์หลายอย่าง  และล่าสุดเกิดเป็นข้าวมหัศจรรย์ขึ้นมา  ทำให้เกิดเป็นตลาดเกษตรตลาดธรรมชาติ ขึ้น ที่วัดพระรามเก้า  ที่พิคาเดลี่  เพื่อให้คนในเมืองได้มาซื้ออาหารอินทรีย์ที่ราคาไม่แพง เราพยายามที่จะเชื่อมต่อ ผู้บริโภค กับ ผู้ผลิตเข้าหากัน  โดยเอา ธรรมธุรกิจเป็นตัวกลาง  ชาวบ้านจริงๆ ถึงแม้เค้าจะปลูกอินทรีย์ได้ แต่เค้าไม่มีปัญญาที่จะเอามาขายในเมือง  เพราะว่าซับซ้อน และ ขั้นตอนมันเยอะมาก  คือ  ถ้ามาออกงาน เค้าก็ไม่รู้ว่า เค้าจะนอนที่ไหน  ไม่รู้จะกินยังไง  ค่ารถก็ปวดหัวแล้ว  เราก็เลยพยายามตัดตอนตรงนี้ออก  และให้ บริษัทธรรมธุรกิจ เข้ามาเป็นตัวเชื่อม  
       ธรรมธุรกิจไม่ใช่เป็นบริษัทธรรมดา  เพราะว่า  ชาวนาก็ซื้อหุ้น  ผู้บริโภค ก็ซื้อหุ้น  ก็เป็นเจ้าของด้วยกัน เป็นครอบครัวเดียวกัน  ทำให้เรารู้สึกว่า เราสามารถจะเชื่อมต่อคนเข้าหากันได้อีกครั้งนึง  หลังจากที่เราถูกตัดขาดมานาน  จนเราไม่รู้จักกันเลยว่า  ผู้ผลิต คือใคร  ผู้บริโภคคือใคร  ซึ่งทำให้วงจรอาหารมันผิดเพี้ยนมากเกินไปที่จะเรียกว่าอาหารอีกแล้ว 
       เรากินมากจริง กินเยอะ แต่ไม่หลากหลาย   แล้วเราได้อะไร ..? เราก็มีแต่โรคภัยไข้เจ็บมากขึ้น  ซึ่งจริงๆ คนไทยมีอาหารมาก 1 ใน 7 ของโลกที่มีความอุดมสมบูรณ์สูงที่สุด  เรามีข้าวมากที่สุด มีปลาหลากหลายชนิดมากที่สุด มีผักเป็นหมื่นๆชนิด  แต่วันนี้เราแทบจะไม่ได้กินอะไรเลย  เรากลับไปกินมันฝรั่ง  ข้าวสาลี  ที่เค้าไม่กินแล้ว   เรากำลังกินขยะเป็นอาหารโดยไม่รู้สึกตัว  ทั้งๆ ที่เราฉลาดมาก  จบปริญญาเป็นส่วนมาก  เราเรียนรู้เยอะมาก แต่ทำไมเราเลือกที่จะกินขยะ  ในเมื่อเราเป็นเจ้าของอาหารที่ดีที่สุดในโลกใบนี้  มันเป็นเรื่องที่ผมคิดว่า คนรุ่นเราต้องหันกลับมาคิดใหม่  เพื่อที่จะเปลี่ยนตรงนี้ให้เป็นธรรมและ ถูกต้องมากขึ้น   เพราะทุกชีวิตมีค่ามาก  ชีวิตหนึ่ง เกิดมามันสั้นมาก  อีกไม่นานก็จะตายแล้ว แต่เราเกิดขึ้นมาแล้วมาทำร้ายตัวเอง  ทำร้ายอนาคตของลูกหลาน ทำลายทุกอย่าง ทำงานหนัก  เพื่อที่จะฆ่าตัวเอง  เพื่ออะไรกัน  !!!
       นี่คือสิ่งที่เรากำลังคิดกัน ว่าเราจะเปลี่ยนแปลงยังไง  เพื่อให้มันอยู่ได้ ยั่งยืน และ มีความสนุกสนาน  มีชีวิตชีวา ไม่ใช่เป็นคนที่ตั้งหน้าตั้งตาทำงาน  ทำงาน ทำงาน และ ทำงาน ไปเรื่อยๆ
 
 
 
Q : อาหารแบบไหน เหมาะกับคนไทยอย่างเรา ?
A : อาหารที่เหมาะกับคนไทย คือ อาหารสดครับ  เพราะว่าคนไทยเติบโตมากับของสด  เพราะของสดจะมีพลังชีวิต มีรสชาติ มีเอนไซม์  เราไม่ควรจะกินอาหารแปรรูปมากเกินไป สิ่งที่เกิดขึ้นกับอาหารแปรรูปก็คือ  คุณค่าอาหารมันจะหายไปมากกว่าครึ่ง  และ จะมีสิ่งที่ไม่ใช่อาหารเติมเข้ามามากมาย อย่างถ้าเราปลูกข้าว ๆใหม่ๆ จะเต็มไปด้วยคุณค่าทางอาหาร  กลิ่นจะหอม รสชาติก็ดีมาก  แต่ถ้าเราเอาข้าวไปแปรรูปปั๊ป  เอาไป ขัด สี ล้าง  ทำเป็นเส้นก๋วยเตี๋ยวขึ้นมาปุ๊ป  เส้นของก๋วยเตี๋ยวก็จะไม่มีกลิ่นของข้าวเหลือ  หรือ ถ้าเป็นเส้นก๋วยเตี๋ยวสด ปุ๊ป มันก็จะมีน้ำมันเคลือบเข้ามา  เพื่อไม่ให้มันติดกัน  ถ้าเป็นขนมจีนก็จะมีสารกันบูด หรือยาอื่นๆ อัดเข้าไป  เพื่อให้มันอยู่นานได้ จะได้ไม่ขาดทุน  แต่คนไทย เป็นคนที่นั่งอยู่บนแปลงผักมากที่สุดในโลก  แต่เรากลับไม่กินผักสด  น่าเสียดายมาก ทำให้เราสูญเสียสิ่งที่สำคัญที่สุด  คือ เอนไซม์ที่มีอยู่ในอาหารสดๆ ทั้งหลาย  ทันที ที่ผ่านความร้อน หลายๆ อย่างมันหายไป  อย่าง วิตามินซี ถ้าโดนความร้อน ก็จบ  ดังนั้นการกินอาหารที่ผ่านกระบวนการแปรรูป จึงได้คุณค่าน้อยกว่าเสมอ  แต่ทุกวันนี้  เรากลับมีค่านิยมที่แปลกออกไป  ว่า กินอาหารที่มี แพคเกจจิ้งสวยๆ มันดูดี มันดูไฮโซ  ดูอัพเกรดตัวเอง แต่เราไม่กล้าที่จะกินผักกระถินสดๆ จิ้มน้ำพริก  เราไม่กล้าที่จะกินผักสะเดา  ต้นชะอมสดๆ  เหม็นเขียวบ้าง กินไม่เป็นบ้าง
 
 
 
 
Q : คนทำงานเมืองอย่างเราๆ  จะกินอย่างไร เพื่อเพิ่มพลังชีวิต ?
A :  จริงๆ แล้ว คนเมืองก็ไม่ได้โชคร้ายนะครับ โชคดีเหมือนกัน  ไม่ว่าเราจะอยู่ที่ไหน เราสามารถออกแบบชีวิตตัวเองได้  แต่ที่สำคัญก็คือ เราจะต้องใช้ชีวิตด้วยสติ  ไม่ใช่ใช้ชีวิตตามอารมณ์   แม้เราจะทำงานหนักในเมือง แต่ถ้าเราเอารายได้ของเราเนี่ย  ไปเลือกซื้ออาหารที่ดีกินเนี่ย  มันไม่ใช่สิ่งที่ยากเกินไปนะ  ทุกคนทำได้  ดูง่ายๆ  ทำไมเราซื้อมันฝรั่งทอดกินได้  ทั้งๆ ที่มันฝรั่งทอดไม่ใช่อาหาร  มันคืออากาศ ใช่ไหม  มันคืออากาศที่ปรุงแต่ง ใส่ส่วนผสมต่างๆ  เรายังซื้อกินได้ แต่ทำไม เราซื้อผักอินทรีย์กินไม่ได้  ราคาอาจจะแพงกว่านิดนึง  แต่ที่เรากินกันทุกวัน มันไม่ใช่อาหาร  มันไม่ได้หล่อเลี้ยงเรานะ  มันไม่มีสารอาหารในนั้น  มันมีแค่สิ่งปรุงแต่งเท่านั้นเอง  ราคามันถูกจริง แต่เราไม่ได้อะไรมาหล่อเลี้ยงชีวิตเรานะ  เราได้แค่สิ่งที่เกินจำเป็น คือ น้ำมัน เกลือ  และ ผงชูรส  ดังนั้น ถ้าเราใช้สติปุ๊ป รู้ว่าเราควรจะใช้เงินให้มันคุ้มค่ากับหยาดเหงื่อแรงงาน ที่เราทำมันมา  ซึ่งคนเมืองมีพลังที่จะซื้อได้  เพราะเราซื้อของที่ไม่จำเป็นได้  เราซื้อกาแฟถ้วยละ  150  เราไม่เคยคิดว่า มันแพง  แต่พอเราจะซื้อข้าวอินทรีย์ กิโลละ  50 บาท เราคิดว่ามันแพง  ฉะนั้น มันอยู่ ที่วิธีคิดของคนเมืองว่า  เราจะเลือกอะไร  ตอนนี้คนเมืองก็ต้องคิดถึงตัวเองให้มากขึ้น ว่า  บนโลกใบนี้ ไม่มีอะไรยิ่งใหญ่ไปกว่าสุขภาพเรา สุขภาพต้องอันดับหนึ่งเสมอ  แต่วันนี้เราถูกล้างสมองให้เอาสุขภาพไว้อันดับสุดท้ายเสมอ เอาหน้าตา    ไว้เป็นอันดับหนึ่ง   แต่ถ้าคนเมืองหันกลับมาคิดถึงตัวเองมากขึ้น  ผมว่า คนเมืองก็จะรวมตัวกันได้  สร้างสหกรณ์เล็กๆ  สร้างร้านเล็กๆ เชื่อมต่อกับกลุ่มอินทรีย์  สามารถหาอาหารอินทรีย์มากินถูกๆได้ง่ายๆ  หรือตอนนี้ เรามีกลุ่มธรรมธุรกิจ  ก็สามารถหาซื้อผลิตภัณฑ์อินทรีย์ได้ทุกอาทิตย์เลย  ที่วัดพระรามเก้า  2 อาทิตย์ต่อเดือน  และ ที่พิคาเดลี อีก  2 อาทิตย์ต่อเดือน  ถ้าเราช่วยกันซื้อผลิตภัณฑ์อินทรีย์มากขึ้น  เราก็สามารถสนับสนุนให้ชาวบ้านเค้าปลูกได้มากขึ้น  พอปลูกมากขึ้น ราคาก็จะถูกลง เรื่อยๆ ได้ มันไม่ใช่ชะตากรรม  มันเป็นสิ่งที่ออกแบบได้  ชีวิตอยู่ในกำมือเรา  ฉะนั้น ถ้าเราพร้อมใจ ตั้งใจ ที่จะเปลี่ยนแปลง  หรือ ตั้งใจที่จะเลือก  เราเลือกได้เสมอ 


“ ไม่ว่าเราจะอยู่ที่ไหน เราสามารถออกแบบชีวิตตัวเองได้  แต่ที่สำคัญก็คือ เราจะต้องใช้ชีวิตด้วยสติ  ไม่ใช่ใช้ชีวิตตามอารมณ์ “
 
ขอบคุณ พี่โจน จันใด 
ติดตามรายละเอียด ธรรมธุรกิจได้ที่  https://www.facebook.com/Thamturakit/
line@thamturakit
 
RELATED

ปรากฏการณ์ดราม่าทำปาน ธนพร ท็อปฟอร์มไม่หยุด !! ขึ้นกรีนคอนเสิร์ตจนได้

จากบทเพลงหนึ่งเดียวคนนี้ ....สู่ปรากฏการณ์ร็อคสตาร์หญิงคนแรกของเมืองไทย

คุยกับปาล์มมี่ ....ปวดที่ใจ นวดยังไง ให้หายเจ็บ

บราวเซอร์ของคุณไม่รองรับ

กรุณาอัพเกรดหรือดาว์นโหลด

 
SAFARI

DOWNLOAD

 
CHROME

DOWNLOAD

 
FIREFOX

DOWNLOAD

INERNET
EXPLORER

DOWNLOAD