CLUB FRIDAY WEBBOARD
กลับหน้าหลัก
เจ็บแค่ไหนก็ยังรักอยู่ (เจ็บ..ไตรภาค)

Wine

ถ้าเปรียบ "ความเจ็บ" จากความรักของเราครั้งนี้คงต้องเหมือนดูหนังไตรภาค อย่างนั้นเราจะขอเล่าเป็นภาคๆ ไปแล้วกันนะ

เริ่มจากภาคที่ 1 ความรัก (ความลับ) Secret Love

"ปีที่1 เล่าก่อนว่าก่อนที่เรื่องจะเกิดขึ้นเราได้ไปรู้จักกับเพื่อนคนนึง เขาเป็นคนดีมาก ช่วงนั้นเป็นช่วงรับน้องรุ่งพี่จะให้ทำนั้นทำนี่ไปทั่ว จนมีกิจกรรมนึงที่ต้องจับคู่ (เขาไม่ได้กำหนดว่าต้องเป็นชาย หญิง) เพื่อนคนนี้ (เราขอเรียกเขาว่า "แทน" แล้วกัน) แทนที่นั่งอยู่ข้างหลังก็สะกิจบอกให้คู่กับเขาเราก็โอเคนะเพราะไม่มีคู่อยู่แล้ว จนรุ่นพี่บอกว่าให้เพื่อนอีกคนขี่หลังแล้วห้ามตกลงมาเป็นเวลา 1 นาที เราก็ไม่เข้าใจว่าจะให้ขี่หลังทำไม พี่เขาจะสื่อสารอะไรเหรอแต่เขาให้ขี่หลังก็ทำตามเขาไป หันไปหาแทนพูดว่า "นายขี่หลังเราป่ะ" มันก็ขำแล้วตอบมาสั้นๆ "เราเป็นผู้ชายนะ" ผู้ชายขี่หลังผู้หญิงไม่ได้เหรอ "เราว่าแกขี่หลังเราดีกว่าแกเป็นผู้หญิง" เออขี่ก็ขี่ ตอนแรกไม่ได้คิดอะไรนะก็แค่ทำตามที่รุ่นพี่สั่งแต่พออยู่บนหลังมันรู้สึกได้เลยว่าเราตื่นเต้นแล้วใจเต้นแรงมากจนมันพูดขึ้น "ใจเต้นแรงจังเป็นอะไร" คือตอนนั้นเราก็ไม่รู้เป็นอะไรเหมือนกันเลยตอบมันไปแบบส่งๆ "เรากลัวตก" มันตอบว่า "เราไม่ยอมให้แกตกหรอก" หัวใจนี่เต้นแรงไปอีกเคยเห็นในซีรี่ย์เกาหลีป่ะที่พระเอกให้นางเอกขี่หลังภาพเป็นอย่างนั้นเลยคะท่านผู้ชม คือหน้านี่ก็ใกล้ หัวใจก็เต้นแรงแล้วมันชอบหันมาหาเราตลอดยิ่งหันหน้าก็ยิ่งใกล้กันบอกได้เลยว่า 1 นาทีมันนานมาก พอกคบ 1 นาทีก็ลงจากหลังมันสิ่งแรกที่มันพูดขึ้นคือ "ทำไมหูแดงจัง" หูตรูแดงเหรอว่ะฉิบหายแล้วมันต้องรู้แน่เลยอ่ะ "แดดมันส่องไงหูมันเลยแดง" ชะนีตอบคำถามได้ไส้เดือนมาก มันก็ไม่พูดอะไรนะได้แต่ยิ้ม หลังจากวันนั้นความรู้สึกมันก็มากขึ้นทุกวัน มาวันนึงรู้สึกช่วงนะเป็นยุกของบีบี ขอพินกันอะไรอย่างนี้แล้วอยู่วันหนึ่งมันมีคนแอดมาซึ่งเป็นเพื่อนของแทนที่อยู่ต่างเอกกันเขาก็ถามว่ามีแฟนยัง ถ้าไม่มีเขาจะจีบนะ แล้วช่วงนั้นเรากับแทนก็คุยๆ กันอยู่ด้วยเราเลยไปบอกมันว่า "แกเพื่อนแกจะจีบเราอ่ะ" ตอบแบบได้ใจความสำคัญเลยคะ "บอกมันไปว่าแกเป็นแฟนเขาอยู่" โอ้โห้! พระเจ้าช่วยกล้วยทอดหน้าตกใจเบอร์สิบเลยคะ (ดีใจอ่ะผู้ชายออกตัว) เราตอบกลับไปอย่างที่มันให้บอก พอตอบไปปุบกระแสดีมากคะผู้ชายคนนั้นหายไปทันที ส่วนสิ่งที่เกิดขึ้นกับเราและแทนคือ (บอกก่อนว่าชะนีออกตัวแรงมาก) "สรุปเราเป็นแฟนกันแล้วใช่ป่ะ?" (แรงป่ะล่ะ) "เป็นดิก็เราเป็นแฟนกันอยู่แล้ว" (แต่ผู้แรงกว่า) สรุปคือหลังจากวันนั้นเราก็คบกันเป็นแฟนมาตลอด แต่พอคบกันไปได้สักพักสิ่งที่เราพูดกับเขาคือ "ถ้าเปิดเทอมจะบอกเพื่อนว่าไง" สิ่งที่เขาตอบเราคือ "ก็ยังไม่ต้องบอกปล่อยให้รู้กันเอง แล้วแกก็อย่าไปบอกเพื่อนนะว่าเราคบกัน" เห้ย! คืออะไรคบกันแต่บอกใครไม่ได้ "ถ้ามีใครถามก็เฉยๆ ก่อนเราไม่อยากโดนพวกนั้นแซวอ่ะ" คือมึงกลัวโดนแซวเลยไม่ให้กูบอกใครแค่นี้เหรอ พูดเลยว่าตอนนั้นรู้สึกนอยมากแต่ทำอะไรไม่ได้เลยปล่อยไปจนมันเริ่มมีอาการไม่ดีทั้งจากตัวเขาและตัวของเรา จากที่คุยกันทุกวันเริ่มหายไปเป็น 2 วันโทรที 3 วันโทรที แล้วโทรมาบางทีก็ไม่คุยกันเหมือนโทรมาให้รู้ว่ามันคือหน้าที่อะไรอย่างนั้นจนเราเริ่มรู้สึกและว่ามันรอดแน่ๆ เราเลยเปลี่ยนตัวทำเป็นเหมือนที่ผ่านมันไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทำเหมือนเรายังรักกันเหมือนเดิม (ทั้งที่ไม่เหมือนเดิม) แล้วอยู่ๆ เขาก็หายไปคือติดต่อไม่ได้โทรไม่ติด บีบีไม่เล่น เฟสไม่ออน หายไปอยู่เกือบอาทิตย์ช่วงที่เขาหายไปเราเป็นเหมือนคนบ้าที่ต้องเล่นบทคนสติดีคือข้างในมันวุ่นวายไปหมดแต่ต้องแสดงออกมาว่ายังโอเคไม่เป็นไร จนเราไปเห็นเขากำลังออนเฟส ทักไปเลยถามเขาว่าหายไปไหน ทำไมโทรไม่ติด (ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งที่ข้างในแทบจะระเบิด) เขาตอบเพียงสั้นๆ "โทรศัพท์พัง" เรายังทำตัวปกติอยู่ "แล้วไม่บอกกันบ้างเลยเนอะรู้เปล่าว่าเป็นห่วง" เขาอ่านแต่ไม่ตอบอะไรจนพักนึงพิมกลับมา "เรากลับไปเป็นเพื่อนเหมือนเดิมดีกว่าไหม" คืออ่านแล้วจุกแต่ไม่มีน้ำตาไหลอยากตอบเขาเหมือนกันว่าเราไม่อยากเป็นเพื่อนแต่ดูเหมือนว่าเราเลือกอะไรไม่ได้เลยได้แต่แสดงไปว่า "ได้ดิเป็นเพื่อนกันก็ได้" ได้แต่ตอบไปอย่างนั้นทั้งที่ในใจยังไม่รู้ว่าจะทำได้หรือเปล่า **ช่วงที่คบกันเวลาเรามีปัญหาอยากระบายกับเพื่อน อยากได้คำปรึกษาเราถามใครไม่ได้เลยเพราะกลัวว่าถ้าเกิดพูดออกไปแล้วเพื่อนจะรู้ว่าเรากับเขาคบกันเลยได้แต่เก็บไว้และแก้ปัญหาด้วยตัวเองมาตลอด (จบภาค 1)"

ภาค 2 รัก (สองมาตรฐาน) Love Section

"1 อาทิตย์หลังเปิดเทอมปีที่ 2 เปิดตัวคู่รักคู่ใหม่ของสาขาคะทายสิใครเอ๋ย? ถ้าเป็นอย่างนั้นเสียงลือเสียงเล่าอ้างที่เขาพูดถึงก็จริงสิ แทนแฟนเก่าเราไปคบกับเพื่อนในเอกเดียวกันคะแล้วดูเหมือนว่านางจะภูมิกับความรักครั้งนี้มากซะด้วย ตัดภาพมาที่ฉันที่พอรู้ข่าวว่าเขาคบกันความรู้สึกเหมือนโดนยาชาฉีดให้ชาไปทั้งตัว เรียนไม่รู้เรื่องเพราะสิ่งที่เห็นอยู่ข้างหน้าคือเขาสองคนนั่งข้างกันและดูเหมือนมีความสุขมาก (ลองนึกภาพคนที่เคยเป็นแฟนเรามาก่อนแล้วไปนั่งจีบอยู่กับแฟนใหม่เขาสิมันเจ็บแค่ไหน) สิ่งที่เขาทำให้ผู้หญิงคนนั้นเป็นสิ่งที่เขาไม่เคยทำให้ฉันเลย และที่สำคัญเขาดูเป็นห่วงเป็นใยชะนีตัวนั้นมากกว่าตอนคบกับฉันซะอีก ยังจำได้มั้ยคะที่เขาพูดว่า "อย่าไปบอกเพื่อนนะว่าคบกัน" เพราะมันไม่อยากโดนเพื่อนแซว แล้วนี้มันคืออะไรเปิดเทอมได้แค่อาทิตย์เดียวมึงมาเปิดตัวคบกันรู้ตั้งแต่ปี1 ยันปี4 รู้ไปยันเอกเอื่นแต่กับกูมึงบอกไม่ให้กูไปบอกใครเพราะมึงกลัวโดนแซวกูก็คนดี (เกินไป) ไม่บอกใครมีอะไรก็เก็บไว้คนเดียวมึงเคยนึกถึงกูมั้งไหมว่ากูจะรู้สึกยังไง ทีกับอีนั้นมึงทำให้ได้ทุกอย่าง สถานะมึงนี้เปิดเป็นสาธารณะแต่กับกูมึงปิดยังกับเป็นความลับระดับประเทศจะทำอะไรก็ต้องค่อยระแวงว่าจะมีใครรู้ไหมความรู้สึกเหมือนเป็นเมียน้อย แหมเดินตามกันทั้งวี่ทั้งวันทำไมมึงกลัวแฟนใหม่มึงหายรึไง กลัวมันโดนอุ้มไปฆ่าเหรอเฝ้าทั้งวัน (เล่าแล้วของขึ้น) แต่ แต่หนังเรื่องนี้ไม่ได้จบที่พระเอกไปมีแฟนใหม่และนางเอกก็ไม่ได้เสียใจสติจนวิ่งไปโดดน้ำตายคะ
หลังจากที่เปิดตัวว่าคบกันไปได้ 2 อาทิตย์กว่าก็มีข่าวลือจากวงในว่าจริงๆ แล้วสองคนนั้นไม่ได้คบกันเพราะผู้หญิงกลับไปคบกับแฟนเก่าของเขาส่วนภาพที่เราได้เห็นนั้นคือผู้ชายตามจีบชะนีแต่ชะนีไม่เล่นด้วยชะนีเลยได้ทำการเทผู้แล้วไปคบกับแฟนเก่าของนางคะ ส่วนควาย เอ้ย! ไม่ใช่ผู้ชายก็ไม่ได้กลับไปยุ่งอะไรกันอีกแต่ก็มีบ้างที่คุยกันแบบเพื่อนอยู่ นางเอกอย่างเราพอรู้ข่าวก็แอบสะใจจริงแล้วไม่อยากแอบหรอก ใจจริงแล้วอยากตะโกนให้ลั่นห้องไปเลยว่า "สมน้ำหน้ามึงเป็นไงล่ะออกตัวแรงแหกโค้งตายห่าเลยมั้ย" เป็นไงล่ะทำกับกูไว้เยอะพอโดนเองเป็นไงหน้าแหกเลยมั้ย (นึกแล้วยังสะใจ) แต่หนังมันก็ไม่ได้จบแบบนี้อีกแหละเพราะตอนสุดท้ายพระเอกกลับมาคุยกับนางเอกอีกครั้งทั้งที่ก่อนหน้าไม่ได้คุยกันเลย แต่นางเอกก็ยังเล่นตัวคุยบ้างไม่คุยบ้างและเหมือนว่าครั้งนี้พระเอกกลับมาเหมือนจริงจังมากขึ้น (ติดตามต่อที่ภาค 3คะ)

ภาค3

“สืบเนื่องจากภาคที่2 เพราะหลังจากที่แทนโดนผู้หญิงคนนั้นเทเพราะว่านางกลับไปคบกับแฟนเก่าของนางแทนได้กลับมาคุยกับเรา กลับมาทำดีกับเราจนเรารู้สึกว่าการที่กลับมาคุยกันครั้งนี้มันอาจจะดีกว่าครั้งก่อนก็ได้ (ยังรักอยู่) ให้โอกาสมันหน่อยแล้วกัน แล้วโอกาสที่เราให้ไปดูเหมือนว่ามันจะดีขึ้นกว่าครั้งก่อนๆ เพราะดูเหมือนว่ามันจะทำตัวดีขึ้นจากเมื่อก่อน แต่! เรื่องมันไม่ได้มีแค่นั้น หลังจากที่เราคุยกันเรามารู้ที่หลังว่าเขาก็คุยกับคนอื่นเหมือนกันแต่เราทำอะไรไม่ได้หรอกเพราะเรากับเขาไม่ได้เป็นอะไรกันแค่คุยกันเฉยๆ ไม่ได้เป็นแฟนหรือมีสถานะที่ชัดเจนเพราะฉนั้นเราจึงทำอะไรเขาไม่ได้ถ้าเขาจะคุยกับใครหรือคบกับใครมันก็เป็นเรื่องของเขา ส่วนเราถ้าจะคบหรือคุยกับใครมันก็เป็นเรื่องของเราเขาก็ไม่มีสิทธิ์ และเพราะว่าเรากับเขาไม่ได้เป็นอะไรกันนี้แหละมันเลยทำให้เรามีสิทธิ์ไปคุยกับคนอื่นได้โดยไม่รู้สึกผิดอะไร แล้วดูเหมือนว่าฟ้าจะได้ยินในสิ่งที่เราคิด 5555 เราไปคุยกับเพื่อนรุ่นพี่คนนึง (เขาเรียนรุ่นเดียวกันแต่เขาอายุเยอะกว่า) เราคุยกับพี่เขาซึ่งจริงแล้วเราไม่ได้รู้สึกอะไรกับพี่เขานะแต่พี่เขาเข้ามาคุยด้วยเราก็คุยไม่อยากให้พี่เขาคิดว่าเราหยิ่งหรืออะไร คุยกันไปได้สักพักแทนก็เหมือนรู้ว่าเราไม่ค่อยเหมือนเดิมกับเขาเหมือนว่าเขาสงสัยว่าเราใครอีกคน (อ้าว! ก็มึงไปคุยกับคนอื่นก่อนอ่ะ) เขาก็เข้ามาเหมือนอยากรู้ว่าเป็นใคร ทำดีโน้นนั้นนี่ แล้วอยู่ๆ เขาก็หายไปคือไม่ได้หายไปเลยนะแต่หายไปเหมือนหลบทางให้ประมาณนั้น จนกระทั้งเพื่อนในกลุ่มจัดทริปขึ้นเขากันตอนนั้นเราก็ไปแต่ไม่คิดว่ามันจะมาด้วย จนไปถึงที่พักก็ตกใจที่เห็นว่าเขามาทริปนี้ด้วยแต่เราก็ยังทำเฉยๆ เขาก็มองเราตลอดทางแต่ไม่เข้ามาคุยมองจนอึดอัดเลยถามเขากลับไป “มีอะไรจะพูดอะไรก็พูดมามองอยู่ได้” เขายิ้มแต่ไม่พูดอะไรแถมยังหันหน้าหนีอีก พอถึงเขาเราได้แบ่งกลุ่มเป็น 2 กลุ่ม กติกาคือถ้ากลุ่มไหนไปถึงบนเขาก่อนกลุ่มนั้นจะชนะและกลุ่มที่แพ้จะต้องโดนลงโทษ เรากับแทนอยู่กันคนละกลุ่ม เราเดินขึ้นไปกับเพื่อน2คนเดินไปได้สักพักเริ่มเหนื่อยมีพักข้างทางบ้างจนเขาเดินมาถึงตรงที่เรานั่งพักเขาเดินเข้ามาพักด้วยและยังมานั่งข้างเราด้วย (ที่นั่งมีเยอะแยะมานั่งอะไรข้างกัน) พักอยู่นานเขาพูดออกมา “ไปได้แล้วไป” ไม่พูดอย่างเดียวจับมือเราด้วยเพื่อนที่มาด้วยกันมันก็มองสิว่าอะไรทำไมต้องจับมือด้วย เราพยายามดึงแขนออกแต่เขาจับมันไว้แน่นมาก “เออรู้แล้วปล่อยก่อนดิ” เขาก็ปล่อยแล้วเราก็เดินไปโดยมีเขาเดินอยู่ข้างหลังไม่ไกล “ไปเดินอะไรอยู่ข้างหลังไม่เดินข้างหน้าล่ะ” เสียงที่เขาตอบคือ “ไม่อ่ะถ้าเกิดแกล้มหรืออะไรจะได้คว้าไว้ได้ทันเดินข้างหน้าก็ไม่เห็นดิว่าแกเป็นอะไร” ดูดิทำไมต้องทำอย่างนี้ด้วยวะคนมันคิดนะ และเขาก็เดินอยู่ข้างหลังเราตลอดจะไปพักที่ศาลาข้างทางสักพักมีเพื่อนผู้หญิงกลุ่มนึงเดินขึ้นมาแล้วเข้ามาพักในศาลาเดียวกับเรา (ลืมบอกไปว่าหนึ่งในกลุ่มนั้นมีคนนึงที่ชอบแทนอยู่และตลอดเวลาที่แทนอยู่กับเรานางจะชอบค่อยสกัดเรากับแทนอยู่ตลอดเหมือนว่าไม่อยากให้เรากับแทนอยู่ด้วยกัน) นางเดินเข้ามาแล้วไปนั่งข้างแทนเลยค่ะ (มั่นหน้าไปอีก) เข้ามาซบไหล่แทนทำอย่างกับของขาด เราที่นั่งอยู่ตรงนั่นมาพักใหญ่แล้วบวกกับรำคาญเลยเดินหนีออกมา แต่แทนก็เรียกไว้ “จะไปแล้วเหรอรอด้วยดิ” แต่ดูเหมือนว่านางจะไม่ชอบให้แทนไปนางจึงดึงเกมไว้ให้แทนอยู่กับนางทำสารพัด เจ็บขามั้ง หิวน้ำมั้ง เหนื่อยมั้ง เห็นแล้วารำคาญ “แทนดูแลจอยเถอะเดี๋ยวบัวเดินไปกับนุชต่อเอง (ขอใช้นามสมมุติ)” พูดจบเราก็เดินหนีออกมาโดยไม่ได้หันกลับไปมอง ตอนนั้นในใจลึกๆ ก็ไม่อยากให้สองคนนั้นอยู่ด้วยกันเลยเราอยากให้แทนมาเดินอยู่กับเรามากกว่าไปดูแลคนอื่น แต่เราไม่ได้เป็นอะไรกันนี้จะมาบอกให้เขาอยู่กับเราตลอดก็คงดูจะเห็นแกตัวไปหน่อย แต่อีกใจ (ที่ชั่วร้าย) อยากให้นางตกเขาไปเลย 5555 แต่เอาเถอะเรื่องมันจะเป็นยังไงก็ช่างเรากับเขาก็ไม่ได้เป็นอะไรกันอยู่ดี
เดินเกือบจะถึงยอดแหละเหนื่อยมานั่งพักอยู่ข้างทางเดินแทนกับจอยเดินมาด้วยกันแต่ภาพที่เห็นคือจอยจับแขนแทนตลอดเหมือนจะไม่ปล่อยด้วย แทนเห็นเรานั่งอยู่คนเดียว “เพื่อนไปไหนหมด” จอยเห็นเราเหมือนไม่ค่อยพอใจที่แทนถามเรานัก “เพื่อนขึ้นไปหมดแล้วเหนื่อยเลยนั่งพักคนเดียว” แทนคุยกับเราอยู่นานจนจอยเดินหนีขึ้นไปก่อน “หายเหนื่อยยัง” แทนถามเราที่นั่งอยู่ข้างๆ กัน “หายแล้ว” แทนลุกแล้วจับแขนเรา “งั้นไปต่อกันเถอะ” เราเดินตามแทนไปจนถึงยอดเขา พอไปถึงทุกคนต่างต้อนรับเป็นอย่างดีโดยเฉพาะ “จอย” พอนางเห็นแทนมาถึงนางก็รีบเข้ามาหาแทนทันที่ส่วนเราได้เดินแยกออกไปอยู่กับกลุ่มเพื่อน เรานั่งกินข้าวกันเรานั่งกับกลุ่มเพื่อนเรา ส่วนเขา.... กำลังหาที่นั่งแต่ดูเหมือนว่าจะไม่มีที่ว่างเพื่อนเราเห็นว่าเขาไม่มีที่นั่งจึงเรียกเขาให้มานั่งด้วยกัน เขาเดินมานั่งข้างเราตอนนั้นในใจคิดว่า “จะมานั่งอะไรตรงนี้ที่อื่นมีตั้งเยอะ” เขาหันมายิ้มให้พูดว่า “นั่งด้วยนะ” เออได้ดิถ้าตอบว่าไม่ได้จะไปมั้ยล่ะ เราได้แต่ยิ้มกลับไป จนกระทั้งเข้าไปไหว้พระในโบสถ์พระในโบสถ์ท่านพูดขึ้นว่า “อยากดูดวงไหม” เพื่อนที่ไปด้วยกันทุกคนอยากดูกันหมดท่านเลยได้ดูให้จนมาถึงเรา จดได้ดีเลยว่าท่านดูของเราว่ายังไงท่านดูว่า “ดวงของโยมตอนนี้มีผู้ชาย 2 คนชอบยอมอยู่คนนึงสูงส่วนอีกคนจะเตี้ย คนสูงจะผิวเข้มคนเตี้ยผิวขาวเหลือ” ท่านพูดแค่นั้นก็สงสัยว่าเป็นใครคนสูงพอนึกออก (คนสูงน่าจะเป็นพี่ที่เราคุยกับเขาอยู่) แต่คนเตี้ยนึกไม่ออก จนกระทั่งจะลงจากเขาหันไปถามเพื่อนว่ารู้ไหมวะว่าคนเตี้ยมันคือใคร ตอนแรกเพื่อนนึกไม่ออกแต่อยู่มันพูดขึ้น “กูรู้แล้วใคร” มันหันหน้าไปทางแทนที่เดินอยู่ข้างหน้า เราเห็นก็แบบใช่เหรอวะมันพยักหน้ายังบอกอีกว่า “ไม่เชื่อมึงลองดู” มันตะโกนไปเรียกแทนทันที่ “แทนมึงมานี่หน่อยดิ” เราตกใจว่ามันจะเรียกมาทำไมใจนี่เต้นแรกมาก พอแทนเดินเข้ามาใกล้ “แทนกูฝากดูอีบัวหน่อยดิกูจะไปเดินกับไอ่บอยมันพอดีสายตามันไม่ค่อยดีฝากมันด้วยนะ” คือมึงละครมากคะอีนุชตอได้ไม่เนียนเลยคะมึง แล้วมันก็เดินหนีไปหน้าตาเฉยมากปล่อยเราไว้กับแทน เอาไงดีว่ะเดินๆ ไปก่อนแล้วกันเงียบๆ ไว้ “บัวสายตาไม่ดีเหรอ” อยู่แทนก็พูดขึ้นมา “ใช่เราสายตาสั้นอ่ะเวลากลางคืนเราจะมองไม่ค่อยเห็น” แทนที่เดินอยู่ข้างกัน “แทนไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าบัวสายตาสั้นไม่เคยเห็นบัวใส่แว่น” (จะรู้ได้ไงที่ผ่านมามึงไม่เคยสนใจกูเลยนิมั่วแต่ไปสนใจแต่คนอื่นจะรู้เรื่องของกูได้ไง) เราไม่ได้ตอบอะไรได้แต่ยิ้มให้ ระหว่างทางชะนีเจ้าเก่าเจ้าเดิมนางก็จะคอยหันมาหาแทนตลอดบ้างที่ก็เหมือนจะเดินมาแต่โดนอีนุชสะกัดดาวไว้ก่อน จนเดินถึงข้างล่างพวกเราไปนั่งรอรถพ่อเพื่อนมารับ แต่ระหว่างที่นั่งรอเรารู้สึกเหมือนไม่สบายเราไปนั่งอยู่คนเดียวเงียบๆ เขาเดินเข้ามานั่งด้วย “เป็นอะไรทำไมมานั่งอยู่คนเดียว” “เราเหมือนไม่ค่อยสบายอ่ะ” แทนบอกให้ไปนั่งกับกลุ่มเพื่อน เราเดินไปนั่งกับเพื่อนๆ แทนยืนส้มให้กินบอกว่า “กินส้มจะได้ไม่เป็นหวัด” เรามองหน้ามันด้วยว่าสงสัยประมาณว่าตรรกะอะไรของมึงกินส้มแก้หวัดกินตอนนี้กูจะหายจะหวัดมั้ย แต่ก็รับมากินไม่ได้พูดอะไร แล้วรถก็มารับระที่มารับเป็นรถกระบะข้างหน้านั่งได้ 5-6 คนส่วนมาข้างหน้าจะเป็นผู้หญิงนั่งกันหมดเรากับเพื่อนอีก 4-5 คนเลยมานั่งข้างหลัง (ไม่วายว่าเรื่องจะจบ) ในขณะที่ทุกคนกำลังขึ้นลงชะนีนางเดิมนางพูดขึ้น “แทนมานั่งข้างหน้าดิไปนั่งข้างหลังทำไมอากาศมันเย็น” แทนหันมองหน้าเราที่นั่งอยู่กระบะแล้วตอบว่า “ไม่เป็นไรจอยกับเพื่อนนั่งไปเถอะเราจะนั่งกระบะ” แล้วแทนได้ขึ้นมานั่งกระบะ (แค่นี้ก็ดูรู้แล้วว่าใครแพ้5555) รถขับออกไปได้สักพักอากาศเริ่มเย็นขึ้นเรื่อยๆ แทนคงเห็นว่าเราหนาวบวกการหลับๆตื่นๆ เขาพูดมาว่า “บัวนอนซบเราได้นะ” แถมยังเอาเสื้อกันหนาวของบอยมาห่มให้เราด้วย (ชะนีในรถเห็นมั้ยว่าเขาเป็นห่วงฉัน555) จนถึงที่พักเราต่างคนต่างแยกไปอาบน้ำ เราอาบน้ำเสร็จเรากับเขกได้คุยกันอยู่พักนึกเพราะเราง่วงเลยเข้าไปนอนแต่เพื่อนคนอื่นๆ ยังเล่นไผ่กันอยู่มีแค่เราที่นอนอยู่คนเดียว ไปรู้สึกตัวอีกทีตอนใกล้เช้าได้ยินเสียงเพื่อนคนนึงพูดว่า “ไอ่แทนกับไอ่บัวนอนเหมือนเป็นแฟนกันเลยวะ” คือได้ยินนะแต่ลืมตาไม่ขึ้นนอนต่อไปอีกจนเพื่อนเริ่มเสียงดังกันแหละเลยลืมตาขึ้นมาดูมามันเป็นอะไรกันแต่สิ่งแรกที่เห็นเลยคือเขานอนอยู่ข้างเราแล้วหน้าเขาใกล้เรามาก สะดุ้งตื่นเลยจ้ารีบลุกไปอาบน้ำทันที แล้วได้เวลากลับบ้านใครบ้านมัน ก่อนกลับบ้านเราบอกลาเพื่อนๆ จังหวะนั้นหันไปสบตากับเขาพอดีจริง แววตาของเขาที่เราเห็นคือเราสัมผัสได้ว่ามันเป็นแววตาที่มีความห่วงใยอยู่ในนั้นมันเป็นความรู้สึกที่เห็นแล้วรู้สึกอบอุ่นมากจริงและยังมีรอยยิ้มที่ยังคงอยู่ในใจจนถึงทุกวันนี้
เวลาผ่านไป 2 สัปดาห์ ที่ผ่านมาหลังจากวันที่กับมาจะไปขึ้นเขาเราก็คุยกันมาโดยตลอด ส่วนพี่ที่เราเคยคุยกับเขาเราไม่ค่อยได้คุยแล้วเพราะใจเรามาทางแทนมากกว่าอาจจะด้วยเรายังคงรักเขาอยู่ก็ได้ จนวันนึกเราไปเที่ยวกลางคืนกันตอนไปทุกอย่างปกติดีทุกอย่างเขาดูแลเราดีมากถ้าเราจะไปเข้าห้องน้ำเขาจะพาไปไม่ปล่อยให้เราไปคนเดียวจนเพื่อนในโต๊ะแซว เราเริ่มเมาเขายิ่งดูแลเราทุกอย่างจนเพื่อนเริ่มกลับบ้านแต่ละคน ตอนแรกเราว่าจะไปนอนบ้านของนุชแต่เพื่อนก็ไปนอนบ้านมันเยอะแล้วเกรงใจบ้านมัน จะกลับบ้านในสภาพนี้ก็ไม่ได้นุชมันเลยบอกให้เราไปนอนที่หอของแทนก่อนเพราะตอนเช้ายังไงก็ต้องมาที่มหาลัย นุชโทรบอกแม่ให้ว่าวันนี้ลูกตัวดีคนนี้ไม่ได้กลับบ้านแล้วบอกว่านอนกับมัน (ทั้งที่จริงแล้วไปนอนกับผู้ชาย) เราไปถึงห้องแทนด้วยสติเต็มร้อยแต่ร่างกายไม่เต็มร้อย ไปถึงเรานอนเลยไม่สนใจอะไรทั้งนั้นคือไม่ไว้แล้วไง แทนมันบอกให้เรานอนดีๆ ตอนแรกเราคิดนะว่ามันต้องมีเรื่องไม่ดีแน่เลยในห้องก็มีแค่เรากับมันอยู่กันสองคน คืนนั้นก็วัดดวงกันไปว่าจะเกิดอะไรขึ้นรึเปล่า แต่คืนนั้นไม่มีอะไรจ้า เราต่างคนต่างนอนจะมีก็แค่มันนอนกอดเราแค่นั้น พอเช้าเราก็ไม่มหาลัยไม่มีอะไรผิดปกติ แต่ก็อีกแหละเราก็ไม่รู้ว่าอะไรอยู่ดีๆ มันก็ไม่คุยกับเราสะอย่างนั้นไปคือไม่ใช่ว่าไม่ค่อยคุยนะไม่คุยเลยแม้แต่หน้าเรามันยังไม่มองเลย ตัวเราก็ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นตอนแรกก็ยังดีอยู่แต่พอจะไม่คุยก็ไม่คุยเลยอะไรของมันก็ไม่รู้เราเห็นว่ามันไม่คุยกับเรา เราเลยไม่คุยกับมันด้วย (ภาคนี้เลยจบแบบงงกันไป)”

ภาค4 จะรักหรือจะทำร้าย part 1

“ปี4 เทอม1 ข้ามมาช่วงก่อนปิดสอบ 1 เดือน (ก่อนหน้านั้นเรากับเขาคุยกันนะแต่คุยเท่าที่จำเป็น) มีปาร์ตี้กับเพื่อนในกลุ่มพวกเราไปกินข้าวกันก่อนที่จะไปจัดเต็มกันที่ผับ วันนั้นเขาไปด้วยแต่เราไม่ได้นั่งด้วยกันตอนนั้นก็กลัวๆ ตัวเองเหมือนกันนะว่าจะหวั่นไหวกับเขาหรือเปล่าแต่คิดว่าคงไม่หรอกเพราะดูเหมือนเขาไม่ได้สนใจเราเท่าไหร่นัก กินข้าวจนเกือบสี่ทุ่มกว่าล่ะเพื่อนคนนึงที่มากับเขาก็จะกลับห้องส่วนเขาไม่อยากกลับอยากไปต่อส่วนเรากับเพื่อนว่าจะไปต่อกันอยู่แล้วก็เหลือแต่เขาว่าจะเอายังไงจะไปหรือไม่ไปจนในที่สุดเขาตัดสินใจไปกับพวกเรา พอไปถึงเราไปนั่งที่โต๊ะซึ่งโต๊ะที่เรานั่งมันอยู่ลึกมากพอไปถึงโต๊ะอีโต๊ะที่ติดกันมันเป็นผู้ชายทั้งโต๊ะตอนนั้นโต๊ะเรามีแต่ผู้หญิงหมดส่วนเขายังไม่ขึ้นมา เรานั่งอยู่สักพักเขาเดินเข้ามาบอกให้เราไปนั่งข้างใน ก็งงว่าจะให้ไปนั่งข้างในทำไมเขาบอกให้เข้าไปแถมยังเอามือมาดันหลังเราให้เข้าไปข้างในอีก เราถามกลับไป “เป็นอะไรมากเปล่าเนี้ย” เขากระซิบใกล้ๆ “ผู้ชายโต๊ะข้างๆ มองไม่รู้เหรอ” เราทำเป็นไม่รู้เรื่องเงียบๆ ไปในขณะที่เขาอยู่เผ้าเราตลอดไม่ยอมไปไหน จนกระทั้งเราจะไปเข้าห้องน้ำกำลังจะเดินไปห้องน้ำเขาดึงมือเราไว้ “จะไปไหน” “ไปเข้าห้องน้ำมีอะไร” เริ่มรำคาญแล้ว “เดี๋ยวพาไป” โอ๊ย! จะอะไรหนักหนาแค่เข้าห้องน้ำ “คนมันเยอะเดี๋ยวแกเป็นอะไร” แล้วเขาก็จูงมือเราพาไปเข้าห้องน้ำ ไปถึงห้องน้ำทำธุระเสร็จเรียบร้อยเราเดินออกมาไม่ได้คิดว่าเขารอหรืออะไร “เรียบร้อยแล้วเหรอ” อะไรวะนึกว่าไปแล้วยังอยู่อีกเหรอนี่ยืนเฝ้าหน้าห้องน้ำกันเลยเหรอมากไปเปล่า เขาเดินมาจับมือและเดินผ่านผู้คนนับสิบ ถึงโต๊ะเรานั่งปกติแต่สายตาของเพื่อนๆ ในโต๊ะคือแบบ (นึกภาพตามนะ) มันมองมาเป็นสายตาเดียวเหมือนจะถามว่า (“อะไรยังไงมึงสองคนทำไมต้องจับไม้จับมือกันด้วยแค่ไปเข้าห้องน้ำเอง”) เราเห็นพวกนั้นมองแบบนั้นเลยพูดไป “อะไรของพวกมึงมีอะไรจะพูดก็พูดมาไม่ต้องมองกู” แค่นั้นแหละค่ะคำถามที่เราคิดไว้มันก็ถามจริงๆ “นี่มึงสองคนเป็นอะไรกันวะทำไมต้องจับมือกันแน่นขนาดนั้นด้วยตอบคะ” เราก็ไม่รู้ไงได้แต่ตอบว่า “กูไม่รู้เพื่อนกันแหละมึงไม่มีอะไรเหรอ มันก็ดูแลตามประสาเพื่อนแหละ” มันทำหน้าไม่เชื่อที่เราพูด “ไม่จริงอ่ะที่กูมากับมัน มันไม่เห็นดูแลกูอย่างนี้เลยกูบอกมันให้พากูไปเข้าห้องน้ำมันยังบอกให้กูไปเองเลย แต่มึงไม่พูดอะไรสักคำจูงมือมึงไปเฉยเลยแถมยังไปยืนรอหน้าห้องน้ำกลับมาก็มาเฝ้าอยู่ที่โต๊ะอีก (ตอนที่คุยกันเขาไม่อยู่ที่โต๊ะ) มันชักจะยังไงอยู่นะ” เราตัดบทด้วยการที่ไม่ตอบอะไรนิ่งๆ ไว้เพราะตัวเราเองยังไม่รู้เลยว่าเขาคิดอะไรของเขาอยู่กันแน่ เป็นอยู่อย่างนี้ตลอดถ้าเราจะไปห้องน้ำเขาจะจับมือพาไปและจะยืนรอหน้าห้องน้ำ มีอยู่ครั้งนึงที่เราไปไม่ได้บอกเขา (ก็มันไม่อยู่บอก) เขารู้ว่าเราไปเข้าห้องน้ำคนเดียวกลับมาต่อว่าเราใหญ่เลยว่าบอก “ทำไมไม่บอกเพื่อนล่ะว่าจะไปเห็นไหมคนมันเยอะถ้าเกิดแกเป็นอะไรขึ้นมาจะทำยังไง บอกเพื่อนในโต๊ะสิจะไปไหนอ่ะ” เห้ย! นี่กูไปเข้าห้องน้ำนะไม่ได้ไปมอบตัวทำไมต้องเอาเพื่อนไปด้วยวะไม่มีใครมาปาขวดใส่หรอก มันจะอะไรขนาดนั้น หลังจากนั้นเราไม่ไปไหนอีกเลยนั่งอยู่กับที่จนกลับหอเพื่อนแต่ขากลับคือไม่มีรถไง มีแต่รถมอไซค์แล้วมันไปไหนแค่สองคนเขาเลยไปส่งเราก่อน (จะเรียกว่าส่งคงไม่ได้เพราะส่งแล้วต้องกลับแต่นี่ไม่กลับ...) พอถึงห้อง (เมาใช้ได้) เราบอกให้เขากลับหอเขา เขาไม่กลับบอกว่าไม่อยากปล่อยให้เราอยู่คนเดียวเพราะเพื่อนที่เหลือยังมาไม่ถึงแต่ระหว่างที่รอเพื่อนอยู่นั้นมันเกิดเหตุค่ะท่านผู้ชม555 (วันนั้นเป็นเวลาประมาณตีหนึ่งกว่าๆและเป็นวันเกิดเราด้วย) เรานอนอยู่ที่เตียงส่วนเขาอยู่ข้างจำได้ติดตาเลย (ถึงกูจะเมาแต่กูจำได้นะว่ามึงพูดอะไรทำอะไร) เขาโน้มหน้าเข้ามาหาหน้าเราและพูด “สุขสันต์วันเกิดนะขอให้แกมีความสุขคิดหวังสิ่งใดขอให้สมหวังทุกอย่างมีสุขภาพแข็งแรง” เราได้แต่พยักหน้ารับไม่ตอบอะไร แต่มันยังไม่หมดแค่นั้นยังชวนเราไปเที่ยวด้วยคะ “ไปเที่ยวเขาใหญ่ด้วยกันเปล่า?” เราไม่ตอบอะไรได้แต่นิ่งเขาถามย้ำอีกครั้งเพื่อที่จะได้คำตอบ เราถามเขากลับไป “ทำไมไม่ชวนเด็กที่คุยด้วยไปล่ะจะมาชวนทำไม” เขาบอกว่าเด็กอะไรไม่มีถ้ามีจะชวนเหรอ (กูว่ามึงต้องตอแหลกูแน่นอนอีแทน) “อยากให้ไปด้วยกันจริงๆ ไปเถอะไปเที่ยวกันเราไม่เคยไปไหนด้วยกันเลยนะ” อีนี่ตื้อจังคนไม่อยากไป “ไม่รู้ดูก่อน” “โอเคตกลงว่าไปแล้วนะ” เห้ย! แบบนี้ก็ได้เหรอคิดเองเออเอง จนกระทั้งเพื่อนที่เหลือกลับมาหมดแต่เขาก็ยังไม่กลับ เขามานอนอยู่ข้างๆเรา เราเห็นว่าเขายังไม่กลับไปสักที “เพื่อนมาหมดแล้วกลับไปได้แล้ว” เขาตอบเรา “ไม่กลับอยากนอนดูแลใกล้” ชะนีหวั่นไหวเลยค่ะ จริงไปตั้งแต่เขาก้มหน้าเข้ามาใกล้แล้วแต่เก็บอาการจริงตอนที่เขาพูดอาการก็ออกนะแต่เพื่อนปิดไฟแล้วดังนั้นเขาเลยไม่น่าเห็น คืนนั้นไม่มีอะไรพิเศษเขาแค่นอนอยู่ใกล้ๆเรา เขาแค่นอนจับมือเราทั้งคืน เขาแค่หอมหน้าผากเรา ไม่มีอะไรจริงๆ จนเช้าเรากลับบ้านของเราส่วนเขากลับหอเขาไป เราส่งข้อความไปขอบคุณเขาที่ดูแลเราและเรากับเขาก็คุยกันเป็นปกติเหมือนเดิมแต่เรายังไม่ได้ถามเขาเรื่องที่เขาชวนเราไปเที่ยวเพราะไม่รู้จะถามยังไง ก่อนวันที่จะไปเขาใหญ่หนึ่งอาทิตย์เราถามเขาไป “เออแล้วที่ชวนไปเที่ยวนี่ไปวันไหนเหรอ” สิ่งที่เขาตอบมาทำเราเงิบได้เลย “วันเสาร์นี้ แกจะไปจริงๆ เหรอไม่มีเพื่อนเราไปเลยนะ” อ้าวแล้วหมาตัวไหนมันชวน ใครวะที่อยากให้ไปด้วยกันแล้ววันนี้มาบอกไม่อยากให้ไปด้วยแล้วมันคืออะไรเหรอ (ชะนีต้องการคำตอบค่ะ) เออพูดอย่างนี้ใช่ไหมได้ไม่อยากให้ไปไม่ไปก็ได้ไม่แคร์อะไรอยู่แล้ว ตอนที่เขาพูดเรารู้สึกไม่อะไรนะเพราะเจอมาบ่อยแล้วแต่ก็มีเสียใจหน่อยแหละเราตั้งความหวังกับครั้งนี้ไว้พอสมควรแต่ก็ไม่ได้มากเหมือนครั้งก่อนๆ เลยไม่รู้สึกอะไรมากแค่เสียใจที่เขาไม่รักษาคำพูดของเขาแค่นั้น หลังจากวันนั้นเราไม่ได้ไปตอแยอะไรเขาอีกจนก่อนวันที่เขาจะไปวันนึงเขาไลน์มาบอกตอนประมาณทุ่มเกือบสองทุ่มว่า “ถ้าจะไปพรุ่งนี้เจอกันที่มหาลัย 8.30 น. ไป3วัน2คืน” เราเห็นได้แต่คิดว่าถ้ามาบอกตอนนี้ไม่ต้องบอกหรอกถ้าไม่ได้ตั้งใจให้ไปด้วยแต่แรกอยู่แล้วไม่ต้องบอกหรอกเสียเวลาแต่พิมตอบไป “ไปเถอะพรุ่งนี้เรามีงานไปไม่ได้” คือเราก็เกิดคำถามนะว่าทำไมอยู่ถึงอยากให้ไปหรือเพราะว่าเห็นว่าเราอยากไปเราก็ไม่ได้ไปอะไรขนาดนั้นนะ เราไม่ได้อยากไปแต่แรกอยู่แล้ว แต่ที่ไปเพราะว่าเราก็อยากมีเวลาอยู่กับเขาบ้างเพื่อจะได้เคลียร์เรื่องที่ค้างคาใจมานานเพื่ออะไรมันจะดีขึ้นมาบ้าง แต่ถ้ามาบอกว่าไม่อยากให้ไปแล้วคือเราก็ไม่อยากไปแล้วไงใครจะอยากไปอ่ะ แล้วมาบอกใกล้ๆจะไปอีกเรายิ่งไม่อยากไปใหญ่ พอวันรุ่งขึ้นเขาส่งไลน์หาเราทั้งวันเลยนะส่งแต่เช้าตั้งแต่ขึ้นรถออกเดินทาง ระหว่างทางก็ยังส่ง ถึงที่พักก็ส่งรูปมาให้ดู ส่งวิวมาให้ดู ส่งรูปเขามาให้ดู ส่วนเราก็ส่งแค่สติ้กเกอร์กลับไป ตกกลางคืนเขาทำอะไรอยู่ก็ส่งมาให้รายงานตลอดพอเราบอกว่าจะนอนก็บอกฝันดีคือวันนั้นทั้งวันเขาคุยกับเราตลอดเราก็ตอบบ้างไม่ตอบบ้าง ตื่นมาเห็นไลน์เขาส่งมาอันนี้จำได้ไม่เคยลืมเลยจำเวลาที่เขาส่งให้ได้ด้วย เวลาตี 4.20 น. เป็นรูปกระต่าย 2 รูป ข้อความที่ส่ง “คิดถึงแกจังอยากให้มาอยู่ตรงนี้ด้วยกันแกคงชอบมัน ตอนนี้อากาศดีมาก กระต่ายป่ามันออกมาหากิน” จำได้ไม่เคยลืมพอเห็นแล้วก็รู้สึกเหมือนว่าทำไมเขาต้องให้ความสำคัญกับเราด้วยทั้งที่เหมือนก่อนเขาไม่สนใจอะไรเราเลยไม่เคยรู้เลยว่าเราจะรู้สึกกับเขายังไงแล้วทำไมเขาต้องอยากให้เราไปอยู่ตรงนั้นกับเขาด้วยทำไมต้องคิดถึงเราทั้งที่เหมือนก่อนไม่คิดถึงเราด้วยซ้ำแล้วทำไมวันนี้ถึงได้มาทำดีกับเราทำไมต้องมาพูดจาดีกับเรา ทำไม ทำไม? แต่มันกลับเป็นความรู้สึกดีมากๆแต่ในขณะเดียวกันก็เกิดคำถามว่าทำไมแต่เราก็มองข้ามคำถามพวกนั้นไป (นี่สินะที่เขาเรียกว่า “ความรักทำให้คนตาบอด”) เราไม่สนใจอะไรและคิดว่านี้มันอาจเป็นการเริ่มต้นที่ดีก็ได้เพราะอย่างน้อยเขาก็เริ่มที่จะบอกความรู้สึกของตัวให้เรารู้บ้างแล้วและเราได้คุยกันมาเรื่อยๆ จนเข้าสู่วงเวียนเดิมคือเขาค่อยๆ หายไป (ติดตามต่อที่ภาค 4.2 ค่ะ)”

ภาค4 จะรักหรือจะทำร้าย part 2 (ความเจ็บต้องมีวันจบ)

“หลังจากที่ไม่ได้คุยกันมาพักใหญ่ช่วงฝึกงานก็ได้กลับมาคุยกันอีกครั้งรู้สึกว่าวันที่กลับมาคุยกันวันนั้นเป็นวันเกิดเขาเราไปอวยพรเขาพอดีตอนดึกๆเขาวีดีโอมาหาตอนนั้นเราปิดไฟจะนอนแล้วเขาคอลมาบอกให้เปิดไฟคุยกันก่อน ด้วยความที่เรายังไม่หลับเลยไปเปิดไฟคุยกับเขาหลังจากคืนนั้นที่คุยกันเรายังคุยกันมาลอดบอกคิดถึงกันตลอด (แต่ก่อนหน้านี้คือเขาก็มีแฟนอยู่แล้วแต่ตอนที่คุยกับเราเราไม่รู้เขาเลิกกันหรือยังบ้างคนบอกเลิกแล้วบ้างคนบอกรักๆ เลิกๆ แต่มันก็นานแล้วนะ) คือทุกอย่างมันเหมือนจะเป็นเหมือนแต่ก่อนทุกอย่างแต่มันก็แค่สิ่งที่เราคิดไปเองแค่นั้น เราไม่ได้คุยกันไปพักใหญ่เพราะด้วยว่าใกล้จบต่างคนก็ต้องทำวิจัยก่อนจบแถมยังต้องฝึกงานไปด้วยอีกเขากับเราเลยไม่มีเวลาคุยกันอยู่นาน แต่แล้วจนถึงวันที่ต้องไปปัจฉิมทุกคนต่างเต้นตื่นเรายังตื่นเต้นเลยมันไม่ได้เจอเพื่อนนานมากแล้วยังใกล้จบอีก แต่ก็เหมือนว่าเรื่องราวต่อจากนี้มันจะทำให้เราเกิดความรู้สึกอะไรหลายอย่างเหมือนกัน เริ่มตั้งแต่ขึ้นรถเราพยายามไม่สนใจเขาแต่พอขึ้นรถปุ๊บเขาเรียกชื่อเราทันทีเลยเราหันกลับไปยิ้มให้แถมยังแซวกลับไปอีก “ว่าไงจ้ะที่รักเรียกทำไมคะคิดถึงเหรอ” ชะนีก็ไม่เบานะคะแต่ในใจตอนนั้นคือไม่ได้รู้สึกอะไรมากมายแค่เขาเล่นเราก็เล่นแค่นั้นจบ ระหว่างทางเขาเดินเอาขนมมาให้กินเราพูดกับเขาว่า “ไม่อยากกินขนมอยากกินเจ้าของขนมมากกว่า” อุ๊ปส์ นี่ฉันพูดมันจริงเหรอไม่อยากเชื่อ ยังไม่พอเขาเดินมาถาม “เหนื่อยไหม” (คืนมันนั่งรถนานไง) “เหนื่อยคะ
Comment

บราวเซอร์ของคุณไม่รองรับ

กรุณาอัพเกรดหรือดาว์นโหลด

 
SAFARI

DOWNLOAD

 
CHROME

DOWNLOAD

 
FIREFOX

DOWNLOAD

INERNET
EXPLORER

DOWNLOAD