CLUB FRIDAY WEBBOARD
กลับหน้าหลัก
มีอะไรด้วย แต่ไม่เคยอยู่ในหัวใจ

Greenwave

นั่งพิมพ์ต้นฉบับนี้ในวันวาเลนไทน์พอดีค่ะ วันแห่งความรัก เดือนแห่งความคาดหวัง เรามักแปลเดือนแห่งความรักว่าเป็นเดือนแห่งคนรัก พอไม่มีคนรักในเดือนนี้ เลยรู้สึกว่า ตัวเองด้อยค่า ลืมไปว่าคุณค่าของเราไม่ได้อยู่ที่ใคร อยู่ที่ใจเราเห็นคุณค่าในตัวเองแค่ไหนต่างหาก

วาเลนไทน์ที่ผ่านมา Club Friday เปิดสายเช็คสภาวะหัวใจ สุข เศร้า เหงา โสด อยู่โหมดไหนกันบ้าง แปลกดีที่บางคน มีครบทุกอารมณ์ ในวันเดียว อย่างน้องคนหนึ่งที่ส่งอีเมล์เข้ามา

“วันแห่งความรักปีนี้ของหนูค่ะพี่อ้อยพี่ฉอด หนูกับแฟนเคยคุยกันมาก่อนแล้ว 1 ปี แต่ก็มีเหตุให้เลิกคุยกันไปตอนนั้นเพราะตัวหนูเอง จนวันหนึ่งได้กลับมาคุยกัน แค่อยากมีคนไปดูหนังเป็นเพื่อนเลยชวนเขาหลังจากนั้นเราก็เริ่มดูหนัง ทานข้าว และคุยกันมากขึ้นจนถึงขั้นมีอะไรกัน หนูผิดเองที่เริ่มต้นความสัมพันธ์ให้เขามีอะไรกับหนูก่อนที่จะตกลงกันเรื่องความสัมพันธ์ เราก็มีปัญหากันมาตลอดเรื่องความไม่ชัดเจนบ้าง ไม่เข้าใจกันบ้าง เขาจะบอกเสมอว่าเขาไม่รีบนะ ศึกษาดูใจกันไปก่อน แต่เราเป็นคนใจร้อน บางทีเราก็ถามเขาบ้าง หรือเอามานอยด์บ้าง ระหว่างที่คบกันมาเกือบครึ่งปี เราบอกเลิกกันเดือนละครั้งค่ะ คือเขาก็จะบอกว่าไม่ไหวแล้ว แต่สุดท้ายพอหนูพูด เขาก็จะกลับมาจนล่าสุดเราเลิกกันจริงๆ ไม่ได้คุยกันมา 3 อาทิตย์แล้ว เหตุผลที่เขาบอกเลิกคือ เรามีทัศนคติเรื่องความรักที่แตกต่างกันเกินไป หนูเป็นคนไม่มีเหตุผล อยากนอยด์ตอนไหนก็นอยด์ เอาแต่ใจ เขาอยู่กับคนแบบหนูไม่ได้ ไม่อยากมีแฟนแบบนี้ เราเองก็คงไม่อยากคบแฟนแบบเขาด้วยเช่นกัน แต่ว่าเราไม่ได้เกลียดกัน สำหรับหนูแล้วหนูไม่เคยเชื่อเลย ว่าคนเราจะเข้ากันไม่ได้ บางเรื่องหนูก็คิดว่าหนูปรับแล้ว แต่เขากลับบอกว่าไม่เห็นเหมือนหนูพยายามอะไรเลย พอได้มาอยู่กับตัวเอง มันเหมือนเราเข้าใจเขามากขึ้น แต่หนูก็ไม่แน่ใจว่าเขามีความเป็นผู้ใหญ่ไป หรือเขาเห็นแก่ตัวกันแน่ ถ้าจะกลับไปแก้ตัว โอกาสมันยังมีไหม ที่หนูบอกว่าหนูมีครบเลย ทั้ง สุข เศร้า เหงา โสด เพราะตอนนี้หนูโสด หนูเศร้าที่ไม่มีเขาอยู่ข้างๆอีกแล้ว หนูเหงา เพราะบางทีก็อยากได้คนคอยให้คำปรึกษาหรือกำลังใจอยู่ข้างๆ แต่ก็สุขเพราะทุกครั้งที่หนูทักเขาไป เขาก็ยังคุยกับหนูดีเหมือนเดิม”

มนุษย์ยุค 4 .0 บางทีเราหมกมุ่นแต่ความไว จนลืมใส่ใจรายละเอียดไปหน่อย ยอมมีอะไรกันแล้วค่อยมาเช็คกันอีกทีว่า เอ๊ะ ตกลงเราเป็นอะไรกันนะ งงๆ ย้อนกลับไปอ่านที่น้องเล่า ยังไม่แน่ใจเลยว่า เราใช้คำว่า แฟน ได้จริงหรือเปล่า เหมือนมีแต่เราที่เริ่มต้นทุกสิ่ง อยากดูหนัง เลยชวน เขาก็ไป ไม่ได้ขัดข้องอะไร แล้วก็ยอมให้เขามีอะไรด้วยง่ายไป ล่วงเกินทางกาย แบบที่ยังไม่เคยผูกพันทางใจด้วยซ้ำ ยิ่งทำให้เราเหนื่อยมาก เพราะอยากให้เขาเป็นมากกว่านั้น แต่เขายืนยันว่ายังไม่ใช่ เขาไม่รีบนะ แปลง่ายๆว่า เขายังไม่ได้รักนะ บางคนเคยถามว่า “พี่คะ ถ้าเขาไม่มีใจ เขาจะยอมมีอะไรเกินเลยกับเราหรือ” คำถามเข้าข้างตัวเองมาก ตอบสนองความต้องการทางกาย ไม่ได้แปลว่า ต้องผูกพันทางใจเสมอไป บ้านเรามีอาชีพขายบริการ น้องคิดว่าคนที่ไปซื้อบริการ เขารักคนที่เขาซื้อทุกคนไหม หากไปเจอคนไม่ดี เขาก็แค่อยากได้ฟรีๆ แต่ไม่ต้องมีข้อผูกพัน อย่าไปยึดมั่นถือมั่นว่าการมีอะไรกันต้องรักเสมอไป ต้องตั้งสติไว้ให้ดีๆ

ความคลุมเครือของเขา คือความชัดเจนที่บอกกับเรา “หรือว่าเขาให้เราเป็นได้แค่นี้” เข้าใกล้กว่านี้ เขาก็ไม่ให้ จะเดินจากไป ก็ทำไม่ไหว เขาเองอยากได้ก็มา อยากลาก็ไป ไม่ต้องดูแลหัวใจใคร ถ้าเราเรียกร้องขึ้นมาเมื่อไหร่ ก็กลายเป็นว่า เรางี่เง่า ที่เรานอยด์ เพราะเราไม่เคยมั่นใจในความสัมพันธ์ ทุกอย่างเราเลยอยากรวบรัดให้ชัดเจน เราเป็นแฟนกันใช่ไหม? เรารักกันใช่ไหม? ยิ่งรีบยิ่งเหนื่อยใจ เพราะยิ่งเห็นว่า รักที่เราให้ไป ดูมากมายกว่าที่เขาให้มา กลายเป็นเราทุรนทุรายแทบบ้าในขณะที่เขาชิลๆ

“เวลา” มีความจำเป็นกับทุกความสัมพันธ์ แค่บอกกันไม่ได้ว่า ต้องดูใจกันนานแค่ไหน ถ้าเป้าหมายของเขาคือการมีอะไรกับเรา เขาได้ไปแล้ว ความตื่นเต้นจบแล้ว ไม่ต้องพยายามอะไรแล้ว เลยดูเหมือนเขาจะมีเราหรือไม่มีเรา ไม่เห็นแตกต่างอะไร ยกประโยคสวยๆมาเป็นข้ออ้าง ไม่ว่าจะเป็น “ทัศนคติความรักแตกต่างกันเกินไป เขาเองไม่อยากมีแฟนแบบนี้ เราเองก็คงไม่อยากมีแฟนแบบเขาด้วยเช่นกัน” เดี๋ยวๆๆ มาคิดแทนฉันตั้งแต่เมื่อไหร่ ที่สำคัญมาพูดประโยคนี้ในวันที่เราไปไกลกันถึงไหนต่อไหนแล้ว

มีหลายคู่ค่ะ ที่ดูเข้ากันไม่ได้ แต่เขารักกันมากพอจะเดินหน้าต่อด้วยการปรับตัว ดูแลหัวใจ คุยกัน ฟังกัน แก้ปัญหาความรักไปพร้อมๆกัน เพราะต่างมีวัตถุดิบที่ยิ่งใหญ่ นั่นคือเขามีใจต่อกัน รักกัน แต่บางคู่ดูเข้ากันไม่ได้ ด้วยเหตุผลข้อใหญ่ คือไม่ได้มีใจให้กันมากพอ เลยไม่ขอปรับตัวอะไร อยู่ได้ก็อยู่อยู่ไม่ได้ก็ไป เขาดูเหมือนโยนความผิดทุกอย่างมาที่เรา ไม่ได้เข้าข้างว่าน้องไม่ผิดยังไงก็ต้องลองพิจารณาตัวเองซะนิดว่าความผิดนั้นเราต้องปรับเปลี่ยนยังไง แต่จะบอกว่าเราผิดฝ่ายเดียวคงไม่ใช่ ไม่มีใครสมบูรณ์แบบที่สุดแม้แต่เรา ในทุกความสัมพันธ์ที่มีปัญหา ไม่มีใครผูกขาดความผิดแต่เพียงผู้เดียว

ความจริงอยู่ตรงหน้า กล้ายอมรับความจริงก่อน ว่าเขาไม่ได้รักเราเท่าที่เรารักเขา บังคับให้เขารักเรา ยากพอๆกับบังคับเราให้เลิกรักเขานั่นแหละ ถ้าเขาแค่อยากศึกษาดูใจ ก็อย่ายอมให้เขาทำอะไรเกินเลยกว่านั้น คุณค่าของเรา ไม่ได้อยู่ที่เขาเลือกเราไหม แต่อยู่ที่เราวางตัวยังไง ให้อะไรใครไปง่ายๆ พอเสียไปเขาก็ไม่เสียดายเท่าไหร่ อยากกลับไปขอโอกาสเขา เราก็ลองดูได้ ทำเท่าที่ไหว ถ้าไม่ได้ไม่เป็นไร ขาดเราเขาอยู่สบายขาดเขาเราก็ไม่ตายเช่นกัน โสดก็แค่หาวิธีแก้เหงา ดีกว่าต้องมาหาวิธีแก้เศร้า เพราะเขาไม่ใช่ คนทุกคนอยู่ได้ด้วยตัวเองค่ะ แค่มีเขาเราต้องมีความสุขขึ้น ถ้ามีเขายังเหงาเท่าโสด ก็ไม่ต้องฝืนอยู่ทำโทษซึ่งกันและกัน

ทักเขาทีไร เขาคุยกับเราดี บางทีเขาแค่อยากมีเราเป็นเพื่อน ไม่ได้อยากมีเราเป็นแฟน แล้วหลายเรื่องที่ไม่ใช่แฟนทำแทนไม่ได้ด้วยสิ แต่ก็ยังมีคนเห็นแก่ตัวอีกมากมาย ล่วงเกินร่างกายไปถึงไหนต่อไหน แต่ถามทีไรก็บอกว่าเป็นเพื่อนทุกที เรื่องแบบนี้อยู่ที่เรา ยังไม่ทันเรียนรู้ใจ ดันปล่อยให้เขาล่วงเกินร่างกาย สุดท้ายก็เป็นแค่คนที่ตอบสนองความต้องการของร่างกาย แต่ไม่เคยอยู่ในหัวใจเขาซะที
Comment

บราวเซอร์ของคุณไม่รองรับ

กรุณาอัพเกรดหรือดาว์นโหลด

 
SAFARI

DOWNLOAD

 
CHROME

DOWNLOAD

 
FIREFOX

DOWNLOAD

INERNET
EXPLORER

DOWNLOAD