EFM104.5
ดีต่อใจ
 
 
อย่าพึ่งคิดไปไกล เพราะนี่คือแอพพลิเคชั่นใหม่ ชือ Eco life จากบริษัทคิดคิด ของ ซีอีโอ ท๊อป พิพัฒน์ และ นุ่น ศิรพันธ์ ที่คิดค้นขึ้นมาเพื่อชวนน้องๆ มหาวิทยาลัย say no plastic เพื่อสะสมแต้มคะแนนจากการลดใช้พลาสติกทุกชิ้น ไม่ว่าจะหลอด , แก้ว หรือ ถุงพลาสติก เมื่อซื้อของจากร้านสะดวกซื้อในมหาวิทยาลัยเท่านั้น

ท็อป :  ผมว่าเราสามารถช่วยกันลดได้ ไม่ได้ยากอะไร ไม่ได้ทำให้รู้สึกว่าอยากเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ทำอะไรดี ดูมันไกลตัว ดูมันยากจังเลย ผมคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ง่ายสุด ก็คือเรื่องการปฏิเสธก่อน แล้วปฏิเสธในสิ่งที่เราก็มองว่ามันไม่จำเป็นที่จะต้องใช้จริงๆ ถุงพลาสติก

นุ่น :  นุ่นชอบทฤษฎีอันนึง ทฤษฎียี่สิบเอ็ดวัน ถ้าเราลองฝึกอะไรก็ได้ขึ้นมาสักพฤติกรรมหนึ่งใน21วัน  ให้มันต่อเนื่องไป 21 วัน แล้วมันจะกลายเป็นพฤติกรรมของเราอันแท้จริง
 
 
 
 
      ไม่ถุง เก็บแต้ม ไปกับ นุ่น ท็อป และดีเจเฟี๊ยต     
 

ดีเจเฟี๊ยต  :  สวัสดีนุ่นและท็อปด้วย

ท็อป        :  สวัสดีครับ

นุ่น           :  สวัสดีค่ะ

ดีเจเฟี๊ยต  :  สวัสดีครับ ขอบคุณที่แวะมาพร้อมกับของเล่นใหม่ล่าสุด ที่จะเอามาให้เรามาเล่นกันในวันนี้
 
ท็อป        :  เป็นของเล่นราคาสูงมากครับ กว่าจะขอภรรยาได้นี่แทบตาย ฮ่าๆ

ดีเจเฟี๊ยต  :  ลงทุนกันเองหรอครับProjectนี้ที่ทำมา

ท็อป        :  ก็เริ่มต้นครับ เราคิดว่าลงทุนกันเองก่อน แล้วถ้าเกิดมันเวิร์คเนี่ย เดี๋ยวค่อยมาหา Profit กันทีหลัง

ดีเจเฟี๊ยต  :  ครับ นุ่นกับท็อปวันนี้มาก็อย่างที่บอกไป คนทั่วไปก็คงจะรู้อยู่แล้วนะครับว่านุ่นกับท็อปก็ทำProjectเกี่ยว กับสิ่งแวดล้อมกันเยอะ อย่างเช่นรณรงค์เรื่องการลดขยะบ้าง ลดพลังงานบ้าง การกินอาหารให้มันคุ้มค่าบ้าง อะไรก็แล้วแต่ Projectใหม่ล่าสุดนี้เป็นProjectที่ชื่อว่า?
 
ท็อป        :  ชื่อว่า Eco Life Application เป็นProjectที่อยากชวนกันเพื่อมาลดขยะพลาสติก โดยเฉพาะแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง พวกถุงก๊อปแก๊ป พวกหลอด พวกแก้วพลาสติก หรือช้อนส้อมพลาสติก
 
ดีเจเฟี๊ยต  :  กล่องโฟมอย่างนี้เลิกไปเลย
 
ท็อป  :  กล่องโฟมส่วนใหญ่เขาเลิกแล้วนะ ส่วนใหญ่แล้ว ณ ตอนนี้ที่เห็นอยู่ แล้วคิดว่าไม่จำเป็นเนี่ย อย่างเช่น ช้อนพลาสติก
 
ดีเจเฟี๊ยต  :  ขยะพลาสติกใช้ครั้งเดียว
 
ท็อป        :  ใช่ครับ บางทีเราได้ข้างใน ในร้านเนอะ ออกไปหน้าร้านนี่ยังไม่ถึงไหนเลยก็ทิ้งแล้ว นี่แหละครับ เราก็เลยพยายามจะมาช่วยกันลด แล้วลดตั้งแต่ต้นทางเลย จะได้ไม่ต้องมีปัญหาเรื่องการจัดการ หรือว่าการจะไปถมหรือไปทำลาย
 
ดีเจเฟี๊ยต  :  เพราะว่าถ้าเกิดกำจัดได้ตั้งแต่ต้นทางเลยมันก็จะเป็นการประหยัดนะครับ แล้วก็Projectนี้ทำProjectการลดขยะในรูปแบบของApplication ถามหน่อยว่าApplicationตัวนี้ชื่อมันคือ
 
ท็อป / นุ่น  :  ECOLIFE
 
ดีเจเฟี๊ยต  :  แล้ววิธีเล่นกับมันต้องทำยังไงบ้างครับ คือไปโหลดมาแล้วมันมีวิธีเล่น ลูกเล่นยังไงบ้างครับ
 
ท็อป        :  คือ Eco Life เนี่ยมาในลักษณะเกมครับพี่ คือเมื่อไหร่ที่เรายิ่งเราลดปริมาณขยะพลาสติกได้เท่าไหร่ เกมเนี่ยมันก็จะมีการเติบโตขึ้นเรื่อยๆ แล้วก็จะมีสิทธิประโยชน์มอบให้ด้วย สิทธิประโยชน์ก็ของเล็กๆน้อยๆเนี่ยมาล่อใจกันหน่อย

ดีเจเฟี๊ยต  :  อ๋อ มีของรางวัลด้วยจากการเล่มเกม

ท็อป         :  ใช่ครับ

ดีเจเฟี๊ยต  :  เกมที่ว่านี้ให้นุ่นอธิบายนิดนึงว่าเกมนี่มันคือเกมอะไรอะ

นุ่น           :  ถ้าหนูเท้าความว่าพี่รู้จักทามาก็อตจิหรือเปล่าคะ

ดีเจเฟี๊ยต  :  รู้จัก

นุ่น           :  รู้จักฟาร์มวิลล์หรือเปล่าคะ
 
ดีเจเฟี๊ยต  :  รู้จัก ฮ่าๆ
 
นุ่น           :  ฮ่าๆ ฉะนั้นเราคุยกันได้
 
ดีเจเฟี๊ยต  :  เราเล่นเกมอยู่
 
นุ่น           : ฮ่าๆ เราเล่นเกมอยู่ อารมณ์เป็นเหมือนแบบว่าเวลาทุกครั้งที่เราลดขยะพลาสติก แบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง เวลาไปร้านบอกว่า “ไม่เอาค่ะ” ไม่เอาหลอด ไม่เอาอะไรอย่างนี้ ทุกครั้งเราพูดเสร็จเราก็สแกน QR code ในระบบมันก็จะเก็บแต้มให้พี่
 
ดีเจเฟี๊ยต : ซึ่ง QR code นี่ก็จะแปะอยู่ตามร้านต่างๆที่เข้าร่วมกับแอพเรา
 
นุ่น         : ใช่ค่ะ พอพี่เก็บแต้มปุ๊บ แต้มพวกนี้มันก็จะถูก ให้พี่เนี่ยเริ่มตั้งแต่พี่เลือกแลนด์ ไม่ว่าจะเป็นทะเล เป็นภูเขา แบบไหน ที่อยู่เป็นธรรมชาติในประเทศไทยเรา เสร็จปุ๊บพี่จะได้ไข่ ไข่อะไรก็ไม่รู้ ยิ่งพี่ลดพวกขยะพลาสติกไป ลดไปสักสองครั้ง มันจะโต
 
ดีเจเฟี๊ยต  :  มันก็จะยิ่งฟักเร็วขึ้นอย่างนี้หรอ
 
นุ่น           :  ใช่ มันก็จะฟักออกมาเป็นแบบอันดับหนึ่ง
 
ดีเจเฟี๊ยต  :  โอ๊ย...ตื่นเต้น ยังไม่รู้เลยว่าจะออกมาจะเป็นตัวอะไรอย่างนี้ใช่ไหม
 
นุ่น           :  ใช่ๆ สะสมไปอีกแป๊บนึง กลายเป็นตัวเต็มวัย คราวนี้พี่เลือกไข่ใบใหม่ได้ แต่พี่ก็จะไม่รู้ว่าพี่ได้อะไร จนกว่าพี่จะแบบลดขยะไปอีก แล้วพี่ก็จะสะสมตัวคาแรคเตอร์แบบนี้ค่ะ อันนี้มันมีแบบสตอรี่ของมันด้วยนะ ดีไซเนอร์ของหนูเป็นคนคิดเอง
 
ดีเจเฟี๊ยต  :  คิดเรื่องราวขึ้นมามันเป็นเรื่องราวอะไรครับ
 
ท็อป        :  เรื่องราวคือก็จะมีสัตว์อยู่ 5 ตัว มาจากขั้วโลก เพราะว่าขั่วโลกเนี่ยน้ำแข็งละลายเลยอยู่ไม่ได้ Global Warming ก็เลยอพยพมาอยู่บ้านเราในเมืองไทย แล้วก็มาเจอกับสัตว์ที่อยู่ในประเทศไทยของเรา จะมาจากในป่า ในทะเล ในแม่น้ำที่อยู่ในประเทศไทยทั้งหมดเกือบ100ตัว แล้วก็จะช่วยกันในการลดขยะพลาสติก เพื่อส่งเขาให้กลับไป กลับไปอยู่กับสิ่งแวดล้อมที่มันดีขึ้น คือส่งกลับบ้านน่ะครับ โดยการให้คนไทยเนี่ยมาช่วยกันลดขยะพลาสติก
 
ดีเจเฟี๊ยต  :  เป็นเกมส่งน้องๆกลับบ้าน
 
นุ่น           :  ใช่ค่ะ กลุ่มคนกลุ่มแรกที่มีโอกาสได้ทำ ได้เข้าร่วมโครงการของเราจะเป็นน้องๆนักศึกษาในมหาวิทยาลัย 20กว่าแห่ง ที่เข้าร่วมโครงการกัน ซึ่งที่ไหนที่เข้าร่วมกับเราเนี่ย แน่ๆเลยจะมี QR code ไปแปะตามร้านค้า ร้านน้ำ ร้านอาหาร ในโรงอาหารต่างๆ เฉพาะในมหาวิทยาลัยนั้นๆ
 
ดีเจเฟี๊ยต  :  เพราะฉะนั้น Project นี้ก็คือ คนที่จะเริ่มเล่นเกมนี้ได้ก่อนก็คือคนที่อยู่ในโซนมหาวิทยาลัย ทั้งหมดกี่มหาวิทยาลัยนะ
 
นุ่น           :   20กว่าค่ะ
 
ดีเจเฟี๊ยต  :  20กว่านี่คือทั่วประเทศ
 
นุ่น           :   ทั่วเลยค่ะ ภาคเหนือ อีสาน ภาคกลาง ภาคใต้ เดี๋ยวเราจะไป Road Show กันสัปดาห์หน้า
 
ดีเจเฟี๊ยต  :  อ๋อ ดีจังเลย แสดงว่าตามร้านอาหารในมหาวิทยาลัยต่างๆ ก็จะมี QR code ที่เรา ไม่เอาหลอด อ่ะตึ๊ดไป อะไรอย่างนี้ใช่ไหม
 
นุ่น          :  ใช่ค่ะ คือนอกจากความสนุกที่น้องๆจะได้ลดขยะพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง แบบได้ตัวการ์ตูนแล้วนะ ก็เหมือนที่พี่ท็อปบอกว่าคือสะสมเป็นแต้ม อนาคตเราจะมีการ Redeem จากผู้ใหญ่ใจดีที่เห็นว่าเราทำดีเรื่องสิ่งแวดล้อมกัน
 
ท็อป      :  เรามีอย่างหนึ่งที่เจ๋งมาก ก็คือเป็น Box Set คือเป็นกล่องข้าว จากทางกรีนเวฟ
 
นุ่น         :  นี่ ผู้ใหญ่ใจดีของเรา ฮ่าๆ
 
ดีเจเฟี๊ยต:  มาประเดิมเป็นรางวัลแรกๆเลยอะ
 
ท็อป      :  รางวัลแรกเลยครับ
 
ดีเจเฟี๊ยต :  กล่องข้าว แก้วน้ำ ทำจากข้าวสาลี
 
ท็อป        :  เจ๋งมาก
 
นุ่น           :  เจ๋งมาก คือตอนที่ได้ไป น้องๆในออฟฟิศอยากได้มาก แล้วนางก็อย่ากเล่น เลยบอกว่าเธอไม่ได้อยู่ในมหาวิทยาลัยที่เข้าร่วม เธอหมดสิทธิ์ค่ะ
 
ดีเจเฟี๊ยต  :  ฮ่าๆ แล้วถ้าเกิดไม่ใช่นักศึกษาในมหาวิทยาลัยนี่เล่นได้ไหมอะ
 
ท็อป        :  ตอนนี้ยังไม่ได้
 
ดีเจเฟี๊ยต  :  อย่างเช่นเป็นอาจารย์อะไรอย่างนี้
 
ท็อป        :  อ๋อ ได้
 
นุ่น          :  ถ้าเป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัยที่เข้าร่วม เราจะแบ่งเป็นทั้งคณะ พี่เฟี๊ยตจบคณะไหนคะ
 
ดีเจเฟี๊ยต  :  จบโฆษณาค่ะ
 
นุ่น           :  จบโฆษณาใช่ไหม
 
ดีเจเฟี๊ยต  :  นิเทศฯ โฆษณา
 
นุ่น           :  สมมุติพี่เฟี๊ยตจบโฆษณา อยู่มหาวิทยาลัยนี้ คณะนี้ พี่ก็จะมีห้องของพี่เลย เวลาพี่สะสมไปพี่ก็จะได้รู้ว่าคณะพี่เนี่ย ช่วยกันลดขยะไปเท่าไหร่ มหาวิทยาลัยพี่ลดขยะไปได้เท่าไหร่
 
ดีเจเฟี๊ยต  :  ก็คือตอนลงทะเบียน ทุกคนก็จะต้องลงอยู่แล้วว่าคณะอะไร อะไรอย่างนี้ใช่ไหม
 
นุ่น           :  ใช่แล้วค่ะ
 
ดีเจเฟี๊ยต  :  แสดงว่าคนทั่วไปตอนนี้ก็คือยังไม่ได้เปิดให้เล่น แต่ว่านักศึกษาเนี่ย เริ่มลุยกันได้แล้ว
นุ่น           :  ใช่ เรามีห้องสำหรับบุคลากรแล้วก็อาจารย์ด้วยนะคะ แต่ว่าสิ่งที่ผ่านมาคือพอเราเริ่มเปิดโครงการได้ไม่กี่วันเองเนอะพี่ท็อฟ มีคน Inbox เข้ามาหาเราว่า “หนูอยู่โรงเรียนนี้ หนูอยากเข้าร่วม”
 
ดีเจเฟี๊ยต  :  โถ..ลูก
นุ่น  :  ใช่ น่ารักมาก น้องน่ารักจริงๆค่ะ แล้วก็มีอาจารย์หลายๆท่านที่เป็นทั้งโรงเรียนมัธยม หรือเป็นเหมือนหน่วยงานราชการ เราก็รู้สึกว่าเฟสแรกเนี่ย มันต้องเป็นพื้นที่ปิด ซึ่งก็จะต้องเอา QR code ไปแปะ เราก็เลยคุยกับพี่ท็อปว่า ยังไงเนี่ย ถ้าเกิดสมมติว่าใครฟังอยู่แล้วรู้สึกว่าอยากเอาด้วยกับแคมเปญการช่วยลดขยะพลาสติกให้ประเทศไทย Inbox เข้ามาหาเรา แล้วเราจะลองดูเงื่อนไขว่าถ้าเราส่งอุปกรณ์ต่างๆไปได้เนี่ย เราจะเปิดห้องให้เลย
 
ดีเจเฟี๊ยต  :  ถ้าเป็นองค์กรต่างๆที่สนใจ หรือว่าใครก็ตามที่สนใจ จะเป็นโรงเรียนอะไรอย่างนี้ก็ได้เนอะ เป็นสถานที่ราชการก็ได้ ถ้าสนใจก็เดี๋ยวก็ค่อยๆขยายกันออกไป
 
นุ่น           :  ใช่ค่ะ
 
ดีเจเฟี๊ยต  :  เวลาจะพูดคุยกับนุ่นกับท็อปนี่ Inbox ไปที่ไหนคะ
 
นุ่น           :  นี่เลยค่ะ
 
ท็อป        :  นี่ๆแอด ECOLIFE นี่พี่นุ่น นี่ครับเป็น
 
ดีเจเฟี๊ยต  :  Hashtag
 
นุ่น           :  นี้ Hashtag เธอ
 
ท็อป        :  แล้วแอดอยู่ไหนอะ
 
ดีเจเฟี๊ยต /นุ่น  :  อยู่นี่
 
ท็อป        :  อ๋อ อยู่นี่
 
ดีเจเฟี๊ยต  :  อันนี้คืออะไรอะ
 
นุ่น           :  สามีไม่ปรึกษาเลยค่ะพี่
 
ดีเจเฟี๊ยต  :  ฮ่าๆ
 
ท็อป        :  ป้ายมันเยอะอะ ป้ายเต็มไปหมดเลยนี่
 
ดีเจเฟี๊ยต  :  ไปที่ Facebook ของ ECOLIFE แอดหรอ
 
นุ่น           :  ใช่ค่ะ มีแอดอยู่ข้างหน้า
 
ดีเจเฟี๊ยต  :  อ๋อ ต้องมีแอดอยู่ข้างหน้าด้วยนะ
 
นุ่น           :  ต้องมีแอดอยู่ข้างหน้า แล้วก็ ECOLIFEapp
 
ดีเจเฟี๊ยต  :  หรือว่าทาง Twitter ก็ได้ใช่ไหม
 
นุ่น           :  มี Twitter ถ้าจะได้คุยหรือว่า Inbox มา ที่คุยตอนนี้จะเป็น LINE@ก็มี หรือว่า Facebookก็มี
 
ท็อป         :  เผื่อมีคำถามสงสัย หรือว่ามีปัญหาเกิดขึ้นอย่างนี้ เราก็น้อมรับการวิจารณ์ เราก็น้อมรับการวิจารณ์หรือพิจารณาทั้งหมด ก็สามารถที่จะเข้ามาได้ มีน้อง Standby ครับ
 
นุ่น           :  ไม่ใช่แค่น้อง ศิรพันธ์ด้วย ฮ่าๆ
 
ดีเจเฟี๊ยต  :  ศิรพันธ์นี่แหละค่ะคอยตอบคำถาม
 
ท็อป        :  ภรรยาด้วย Standby
 
นุ่น          :  ทำทุกอย่างเลยค่ะพี่ ทำทุกอย่างจริงๆค่ะ
 
ท็อป       :  ตั้งแต่ให้เงินยันแอดมิน
 
นุ่น          :  ทำทุกอย่างค่ะพี่ ฮ่าๆ
 
ดีเจเฟี๊ยต  :  พอจะนึกภาพออกเลยนะเนี่ย ทิ้งท้ายกันนิดนึงดีกว่านะครับ ให้คำแนะนำกับคนหลายๆคนที่รู้สึกว่าอยากจะเริ่มลดขยะบ้าง อยากจะทำบ้างจังเลย เพราะตอนนี้เริ่มเห็นความสำคัญแล้ว เพราะรู้สึกว่ามันมีภาพออกไปในสื่อเดี๋ยวเต่าตาย เดี๋ยวสัตว์ตาย สัตว์ป่า คือไปเที่ยวเขาใหญ่อะไรแบบนี้แล้วไปเจอสัตว์ตายแล้วในท้องมีแต่เศษพลาสติกหรืออะไรต่างๆนานา เราจะมีวิธีการเริ่มลดขยะหรือว่าทำตัวเองให้เป็นคน ECO เพิ่มขึ้นได้อย่างไรบ้าง นุ่นและท็อปครับ
 
ท็อป       :  ผมทำเรื่องเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมเนี่ย ก็เป็นเพราะว่าผมสนใจเนอะ แต่ว่าผมก็มองว่าหลายๆอย่างที่เราทำมา มันก็จะมีผิดบ้างถูกบ้าง แต่คราวนี้เรามองว่าปัญหาขยะพลาสติกเนี่ยเป็นเรื่องใหญ่จริงๆ แล้วผมว่าเราสามารถช่วยกันลดได้ ไม่ได้ยากอะไร ไม่ได้ทำให้รู้สึกว่าอยากเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ทำอะไรดี ดูมันไกลตัว ดูมันยากจังเลย ผมคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ง่ายสุด ก็คือเรื่องการปฏิเสธก่อน แล้วปฏิเสธในสิ่งที่เราก็มองว่ามันไม่จำเป็นที่จะต้องใช้จริงๆ ถุงพลาสติก
 
ดีเจเฟี๊ยต  :  หลอดกาแฟ
 
ท็อป        :  หลอด แก้วพลาสติก หรือว่าช้อนส้อมพลาสติก พวกนี้บางทีถ้าเกิดเราใส่ไปในกระเป๋า มันสามารถที่จะเอามาใช้ได้ แล้วบางทีมันอาจจะสะอาดแล้วก็ปลอดภัยนกว่าด้วย ผมรู้สึกว่าเราคงไม่อยากให้ลูกหลานของเรา เวลาไปเที่ยวหรือแม้กระทั่งตัวเราเอง แล้วเจออะไรพวกอย่างนี้ ดังนั้นมาเริ่มต้นจากการปฏิเสธก่อน แล้วผมก็ขอฝาก Application ของผมเนี่ย ECOLIFE เพราะเชื่อว่าทุก Record ของมันเนี่ยครับ จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงกับเรื่องสิ่งแวดล้อมได้
 
ดีเจเฟี๊ยต   : นุ่นมีอะไหรจะฝากไหมครับ
 
นุ่น           :  สามีหนูพูดดีมากเลยค่ะ
 
ดีเจเฟี๊ยต  :  ฮ่าๆ หนูอยากจะบอกว่านั่นแหละค่ะ
 
นุ่น  :  เห็นด้วยทุกข้อ ฮ่าๆ แต่มีอีกข้อนึงที่นุ่นว่ามันช่วยได้ คือนุ่นไม่ได้เริ่มจาก พี่ท็อปเขาสนใจใช่ไหม แต่นุ่นเกิดจากคนที่สนใจผู้ชาย แล้วเราก็เลยเปลี่ยนพฤติกรรมตรงนี้เพื่อให้ผู้ชายเขาสนใจว่าผู้หญิงคนนี้มีดีจังเลย แต่พอทำเรื่องนี้มา เรารู้สึกว่าเราก็อิน นุ่นก็เลยชอบทฤษฎีอันนึง เคยคุยกับพี่ท็อปบ่อยๆ คือทฤษฎียี่สิบเอ็ดวันค่ะพี่ คืออย่างที่พี่ท็อปบอกถ้าแค่แบบเราปฏิเสธ นุ่นว่านะ ถ้าเกิดเราลองฝึกอะไรก็ได้ขึ้นมาสักพฤติกรรมหนึ่งใน21วัน
 
ดีเจเฟี๊ยต  :  ให้มันต่อเนื่องไป 21 วัน
 
นุ่น           :  ใช่ แล้วมันจะกลายเป็นพฤติกรรมของเราอันแท้จริง แล้วเราค่อยไปเปลี่ยนอย่างอื่น ค่อยไปเพิ่มอย่างอื่น คือทุกข้อที่พี่ท็อปพูดมาคือดีหมดเลย แต่ถ้าเกิดรู้สึกว่ามันยากเกินไป ลองแบบว่า ไม่ต้องเอาทั้ง4อย่างหรอก ลองว่า “วันนี้ฉันจะพกแก้วให้มันครบ21วัน” กระบอกน้ำที่เอาออกจากบ้านไปเองเนี่ย ลองดู เริ่มจากพอครบ21วัน ค่อยเปลี่ยนเป็น “ฉันจะพกถุง” ถุงผ้าอะไรอย่างนี้ ลองดูค่ะมันได้ผลจริงๆ
 
ดีเจเฟี๊ยต  :  ค่อยๆเปลี่ยนนะครับ ตามที่เหมาะกับพฤติกรรมหรือ Lifestyle ของแต่ละคน ใครมี Lifestyle แบบไหนก็ทำตามที่ตัวเองถนัด แต่อย่างที่บอก “ปฏิเสธ”อย่างน้อยวันละ1ชิ้นก็ยังดี แล้วก็เก็บสะสมกันไปเรื่อยๆนะครับ ฝากด้วย Application นี้นะครับ ECOLIFEapp นะครับ Downloadได้แล้ว แล้วก็เข้าไปติดต่อได้ทุกช่องทาง Facebook, Twitter, Instagram แล้วก็ LINE ด้วย ใส่ @ ข้างหน้าแล้วก็ ECOLIFEapp นะครับ
 
นุ่น           :  คือจะมีศิรพันธ์เป็น Admin ด้วยนะคะ ฮ่าๆ
 
ดีเจเฟี๊ยต  :  อยากคุยกับนุ่นก็เข้าไปทักทายได้จ้า วันนี้ขอบคุณมากๆที่ทั้งสองคนแวะมาด้วยนะครับ
 
นุ่น           :  ขอบคุณมากๆเลยค่ะ
 
ท็อป        :  ขอบคุณมากๆเลยครับ
 
ดีเจเฟี๊ยต  :  เป็นทั้งนายทุน เป็นทั้งคนทำ เป็นทั้ง Everything
 
ท็อป        :  ทุกอย่าง
 
นุ่น          : ถ้าเธอนอกใจฉันนะ ฮ่าๆ
 
ท็อป       :  เมีย2018 ฮ่าๆ


ขอบคุณ
ท็อป พิพัฒน์
นุ่น ศิรพันธ์
Host    : ดีเจเฟี๊ยต ธัชนนท์
Content Creator : ครุปรียา    
Co-Content Creator : อัจฉราพรรณ เคลิ้มวิลัย
RELATED ดีต่อใจ
GREENWAVE1065