EFM104.5
ดีต่อใจ
 
อกหักไปพักทะเล แล้วถ้าเหนื่อยล้าละ .... จะไปไหน

ยุคนี้วันนี้ ถ้าเหนื่อยล้าก็ต้อง..... เดินเข้าป่า กันละ

“ถ้าเราเหนื่อยล้าจงเดินเข้าป่า...........อย่างน้อยก็ไม่ต้องพบเจอคน” 

แมกซ์ เจนมานะ บอกไว้

     วันนี้กรีนเวฟเลยจะขอพาไปเข้าป่า แบบง่าย ๆ เที่ยววันเดียวได้สบาย ๆ
     ป่าที่ว่า ชื่อป่าวังจันทร์ หรือชื่อเต็มๆอย่างเป็นทางการว่า “ ศูนย์การเรียนรู้ป่าวังจันทร์ ” แต่เราจะ เรียกกันว่า “ ป่าวังจันทร์ ” บรรยากาศดูเป็นป่า แล้วก็ดูเป็นกันเอ๊งกันเองกว่าชื่อเต็มซะตั้งเยอะ  เมือ่ก่อนป่าวัง จันทร์ก็เป็นป่าดิบแล้งทั่วๆไป แต่เริ่มถูกบุกรุกทำลายจนพื้นที่ส่วนใหญ่กลายเป็นป่าเสื่อมโทรมไปในที่สุด

  "โครงการป่าวังจันทร์" ตำบลป่ายุบใน อำเภอวังจันทร์  ระยองเกิดขึ้น ภายใต้ “โครงการ พัฒนาการใช้ประโยชน์ที่ดินของปตท.  เพื่อพัฒนาพื้นที่บางส่วนเป็นสถาบันอุดมศึกษาและโรงเรียนด้าน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งได้รับพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานนามอันเป็นมงคลจาก สมเด็จพระเทพ รัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ว่าสถาบันวิทยสิริเมธี และโรงเรียนกำเนิดวิทย์  รวมถึงพื้นที่ในบริเวณที่ต่อเนื่องกับเขาขุนอินทร์ ที่มีการกำหนดแผนแม่บทการใช้ที่ดิน รักษาเป็นพื้นที่สีเขียว  โดยการจัดตั้งเป็น “สถาบันปลูกป่า” เพื่อเป็นสถานที่ในการรวบรวมองค์ความรู้ พัฒนางานวิจัยด้านการปลูก และจัดการป่าไม้ขอเป็นงานเป็นการนิ้ดดดหนึ่ง เพื่อความน่าเชื่อถือนะ...)

     ป่าวังจันทร์ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงนิเวศและการเรียนรู้ เป็นพื้นที่พักผ่อนหย่อนใจและชื่น  ชมความสวยงามของทัศนียภาพที่เป็นธรรมชาติ   นอกเหนือจากจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงนิเวศและ การเรียนรู้ เป็นที่พักผ่อน มีวิวสวยๆให้ถ่ายรูปแล้ว “ป่าวังจันทร์”ก็ยังเป็นแหล่งสะสมพันธุ์ไม้ป่า พันธุ์ไม้หลาก ชนิดของเมืองไทย Hi-Light สุดๆของป่าวังจันทร์อีกอย่างหนึ่งก็คือ เป็นพื้นที่แห่งแรกในการเข้าร่วม โครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจ (ตามมาตรฐานของประเทศไทย ภาคป่าไม้ ภายใต้ความ ร่วมมือกับองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก) 

  เมื่อมาถึงป่าวังจันทร์ มีเวลคัมดริ้งค์ พี่ๆน้องๆเจ้าหน้าที่ก็ต้อนรับเราด้วย น้ำมะนาวอัญชัญ และน้ำฝาง ที่สวยทั้งสี  ดีทั้งรส ซดแล้วสดชืน.... ชื่นใจดีจริงๆ
 
 
     จากนั้นก็เดินขึ้นอาคารนิทรรศการป่าวังจันทร์ อาคารรูปทรงแปลกตา เสาอาคารโอนไปเอนมา ซ้ายบ้างขวาบ้าง สะดุดตาเราตั้งแต่เมื่อแรกเห็น อาคารนี้มีอีกชื่อหนึ่งว่“บ้านต้นไม้” เสาอาคารที่เห็นโอนเอน ไปมา ก็เลียนแบบมาจากกิ่ง ก้าน ของไม้ใหญ่ที่เติบโตให้ร่มเงากับเราทุกคนนั่นเอง น้องเจ้าหน้าที่คนหนึ่งบอก   “ ในอนาคตข้างหน้าหลายๆปี เมื่อป่าวังจันทร์ฟื้นฟูและเติบโตเต็มที่แล้ว อาคารบ้านต้นไม้นี้จะกลายเป็นส่วน หนึ่งของผืนป่าได้อย่างกลมกลืม ”...... แล้ววันนั้นเราจะกลับไปดูกันอีกครั้งหนึ่ง....แน่นอน...สัญญา...
 
 
     บนอาคารนิทรรศการ “บ้านต้นไม้” มีห้องนิทรรศการ 3 ห้อง “ ห้องจันทร์ฉาย ” บอกเล่าเรื่องราวของผู้คน วิถีชีวิต ภูมิปัญญา สภาพพื้นที่ป่าวังจันทร์แห่งเทือกเขาขุนอินทร์  “ ห้องจันทร์พนา ” บอกเล่าเรื่องราว การปลูกและฟื้นฟูป่าไม้ ความสำคัญของผืนป่าไทยและป่าภาคตะวันออก “ ห้องวังจันทร์ ” บอกเล่าเรื่องราว ของป่าวังจันทร์ ตั้งแต่จุดเริ่มต้นของโครงการ แนวทางการปลูกป่า ขั้นตอนการพัฒนาโครงการ แนวทางการ ฟื้นฟูป่า  การรักษาป่าจากรุ่นสู่รุ่น เรื่องเล่าจากแปลงปลูก และมุมภาพประทับใจที่จะติดอยู่ในหัวใจของคนที่ได้ พบเห็น ทุกคนตลอดไป (นี่ถ้ามีห้องที่แสดงเกี่ยวกับเรื่องอาหารการกินของชาวระยอง รับรองว่าห้องนี้ต้องชื่อ ห้อง “ จันทร์โอชา ” เด็ดๆเลย ฟันธง!!! )...พ่าม...พ่ามมมม  ฟังบรรยายไป ก็ใช้หัวใจนักปราชญ์ทั้ง สุ จิ ปุ ลิ  ทั้งฟัง คิด ถาม เขียน เพื่อตักตวงความรู้จากวิทยากรเต็มที่แล้ว เราก็ยกโขยง ออกไปเก็บเกี่ยวความรู้ ที่มีอยู่ อย่างมากมายใน ศูนย์เรียนรู้ป่าวังจันทร์กันต่อไป
 
 
 
     กิจกรรมเบาๆสบายๆ แต่กลับทำให้เรารับรู้ได้ถึงความสุข สงบ มีสมาธิอย่างหนึ่งในป่าวังจันทร์ ก็คือ  “การทำที่คั่นหนังสือ” จากดอกไม้ ใบไม้ หล่นร่วงเกลื่อนอยู่ในบริเวณรอบๆอาคารบ้านต้นไม้ ที่จริงจะต้องเอา ใบไม้ ดอกไม้พวกนี้ไปผ่านกระบวนการทับให้แห้งเสียก่อน แต่เรามีเวลาไม่มาก ทางลัดก็คือเลือกใบไม้  รูปทรงต่างๆที่ พี่ๆ น้องป่าวังจันทร์เตรียมไว้ให้ เลือกได้แล้วก็เอามาวางตกแต่งตามจินตนาการ หุหุ.....นี่แหละ  ที่ยากที่สุด เพราะ สำหรับบางคนฝีมือกับจินตนาการมันก็ไปกันคนละทาง เรื่องง่ายๆของบางคน ก็เลย กลายเป็นเรื่องยากๆของบางคนไป แต่เพราะจินตนาการไม่มีผิดไม่มีถูก ในที่สุดเราก็ได้ที่คั่นหนังสือกันมา คนละอัน อยากโชว์บ้าง กล้าอวดบ้าง รีบเก็บใส่กระเป๋าเร็วๆบ้างก็มี
 
 
 
 
     ภาพฟักแฟง บวบเหลี่ยม น้ำเต้า ที่ห้อยระย้า อวดลูกผลขนาดมหึมา ในอุโมงค์ผักนานาชนิด ไหนจะ พริกเม็ดใหญ่ แคดอกขาว พริกตุ้ม  ถั่วพู แตงกวา ถั่วฝักยาวลายเสือจักรพันธ์ พริกชี้ฟ้าสีดำแปลกตา ซึ่งล้วน แล้วแต่เป็นพันธุ์ผักพระราชทาน จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สร้างความตื่น ตาตื่นใจ ให้กับพวกเราทุกคน โดยเฉพาะถั่วฝักยาวสีม่วงสิริธร ที่แค่ได้ยินชื่อ ได้เห็นฝักถั่วสีม่วงระย้าย้อย  หัวใจก็เต็มตื้นขึ้น ด้วยความซาบซึ้งในน้ำพระทัยที่มีต่อพสกนิกรของพระองค์
 
  “ สมเด็จพระเทพฯ ท่านพระราชทานพันธุ์ผักให้กับชาวบ้านที่อยู่รอบๆพื้นที่ศูนย์เรียนรู้ป่าวัง จันทร์ 40 ครัวเรือนเพื่อให้มีผักไว้บริโภคในครอบครัว แล้วชาวบ้านเค้าก็รวมตัวกันจัดตั้งเป็นกลุ่ม  “ผักวังจันทร์” วันเสาร์ - อาทิตย์ก็เอาผักมาขาย ที่ปั๊มน้ำมัน ปตท. ป่ายุบในนี่แหละ ” เจ้าหน้าที่ใน ศูนย์ฯ เล่าให้เราฟัง...พลางยื่นถั่วฝักยาวสีม่วงสวยออกมาให้เราดู หลายคนถือโอกาสหยิบใส่ปากเคี้ยวกร้วมๆ  อย่างเอร็ดอร่อย “รสชาติดีมาๆ ไม่เหม็นเขียว สด กรอบ อร่อย”.... คนไม่กินผักคนหนึ่งยืนยันหนักแน่น...
 
 
 
 
     กิจกรรมสุดท้ายของเราก็คือการปลูกต้นไม้ เพิ่มสีเขียวให้กับโลก เป็นสัญลักษณ์และความทรงจำ ว่า ครั้งหนึ่ง เราเคยได้มาร่วมทำอะไรดีๆด้วยกัน
 
 
 
 
“วันหนึ่ง....ฉันเดินเข้าป่า ไม่มีเสือให้ยิง ไม่มีกระทิงให้ล่า มีแต่ศาสตร์ของพระราชา ที่เป็นเหมือนแผนที่แห่งความอยู่ดีกินดีให้พวกเราชาวไทยได้เรียนรู้และทำตาม ตลอดไป ”
 
 
 
 
     ทิวเขาภูขุนอินทร์ทอดยาวตระหง่าน สะท้อนเงาลงบนสระน้ำขนาดใหญ่ หน้าอาคารนิทรรศการ  “บ้านต้นไม้”  ในวันที่แดดเริ่มโรยแสง ก่อให้เกิดความรู้สึกสุข สงบปนๆไปกับความรู้สึกอาลัยอาวรณ์บางอย่าง  .... คิดถึง “พ่อหลวง” พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร พระผู้ทรง ก่อให้เกิด “โครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เนื่องในวโรกาสทรง ครองราชย์เป็นปีที่ 50”และตามมาด้วยโครงการเพื่อความกินดีอยู่ดี ของพสกนิกรของพระองค์อีกนับร้อยนับพัน โครงการ ไม่เพียงแต่คนในพื้นที่โดยรอบเท่านั้น ที่  “อยู่ดี กินดี” ขึ้น หากแต่คนที่อยู่ไกลออกไป ก็ยัง  “ร่มเย็น เป็นสุข” ได้ด้วยน้ำพระทัยที่ยิ่งใหญ่และจะยังคงอยู่ในหัวใจของเราทุกคนเสมอ
  ระยะเวลาสั้นๆเพียง 1 วัน ที่เราได้เดินเล่นอยู่ในป่าวังจันทร์ นอกเหนือจากรูปภาพสวยๆที่พวกเรา รัวชัตเตอร์กันอย่างไม่ยั้งแล้ว เรื่องราวที่ได้รับรู้และกิจกรรมต่างในป่าวังจันทร์ ก็ทำให้ความเหนื่อยล้าที่เราแบก มาจากป่าคอนกรีตในเมืองหลวง ก็ละลายหายไปจนหมดสิ้น......
 
 
พาเข้าป่าโดย  “พลวัน....ผู้เป็นกำลังของป่า”
ขอบคุณรูปภาพจากpage : menfocus
 
 
 
 
ถ้าใครอยากตามรอยไปเที่ยวป่าวังจันทร์ล่ะก็ ไปได้ง่าย ๆ
เค้าเปิดทำการ วันอังคาร-วันอาทิตย์ (หยุดทุกวันจันทร์) 
ตั้งแต่เวลา 9.00-18.00 น. 
Walk in ได้ตลอดเวลาทำการ รอบการเข้าชมทั้งหมด 4 รอบ
09:00 น. - 10:30 น. / 10:30 น. - 12:00 น. / 13:00 น. - 14:30 น. / 14:30 น. - 16:00 น.
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 
ศูนย์เรียนรู้ป่าวังจันทร์ โทร 098-283-1856, 57, 59
เอา พิกัด Google maps มาฝากกันด้วย : https://goo.gl/maps/1ExaY97mnoL2
 
 
 
 
RELATED ดีต่อใจ
GREENWAVE1065