EFM104.5
ดีต่อใจ
 
ลาก่อน ..... Mouth To Mouth
 

“เดี๋ยวนี้ไม่ต้องเป่าปากแล้วเหรอคะ......” 
 
“ไม่ต้องแล้วค่ะ การเป่าปากช่วยหายใจมีความเสี่ยงในการติดต่อโรคทางทางเดินหายใจ และการทำ CPR อย่างมีคุณภาพ สามารถทำให้มีการแลกเปลี่ยนออกซิเจนได้ระยะหนึ่ง moth to mouth นี่ใช้กรณีผู้ป่วยจมน้ำหมดสติเท่านั้นค่ะ แล้วก็ไม่ใช่วิธีการเป่าปากโดยตรงด้วยนะคะ  ”
 
“ในละคร ยังมีอยู่เลย”
 
“อันนั้นมันต้องมี๊.... เดี๋ยวมันไม่ฟินนนนนน.....”
 

บทสนทนาเล็กๆ ที่เรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะนี้  เกิดขึ้นในห้องประชุมบนตึกสูง ย่านอโศก งานระหว่างการอบรม “การช่วยฟื้นคืนชีพขั้นพื้นฐาน CPR + AED” ที่รายการวิทยุ Green Wave 106.5 FM จัดขึ้น เพื่อให้ผู้ฟังรายการที่สนใจ เข้าร่วมอบรม โดยมีคณะวิทยากรจากภาควิชาเวชศาสตร์ฉุกเฉิน คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มาให้ความรู้กับผู้เข้าอบรมร้อยกว่าชีวิต ที่หอบความตั้งใจที่จะมารับความรู้กันตั้งแต่เช้า.......
 

มีหลายเหตุผล ที่ทำให้เกิดการอบรมเรื่องนี้ขึ้นมา ตั้งแต่ตัวเลขน่าตกใจที่เราได้รับรู้ 
“ ทุก  1 ชั่วโมง มีผู้เสียชีวิต จากภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน มากถึง 6 คน ”                                    
“ ภาวะหัวใจล้มเหลว เป็นสาเหตุของการตายได้มากกว่า มะเร็งเต้านม - มะเร็งลำไส้ระยะรุนแรง  ถึง 2-3 เท่า” 
“ภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน อันตรายที่ไร้สัญญาณเดือน” เกิดขึ้นกับใคร ที่ไหน เมื่อไหร่ก็ได้ แล้วเราก็ได้พบแสงสว่างเล็กๆ ในตัวเลขจากข้อมูลหนึ่ง หากช่วยเหลือด้วยการทำ CPR ทันท่วงทีจะมีโอกาสรอดชีวิต 3-5% แต่ถ้าใช้เครื่อง AED ร่วมด้วยโอกาสรอดชีวิตจะเพิ่มขึน 50-70%
 
ถ้ามีคนที่มีความรู้ในเรื่องการช่วยฟื้นคืนชีพ การทำ CPR การใช้เครื่อง AED มากขึ้น โอกาสของคนที่กำลัง “หมดโอกาสในการมีชีวิต” ก็จะเพิ่มมากขึ้นด้วย  เพิ่มจำนวนคนที่มีความรู้ คือจุดประสงค์ในการจัดกิจกรรมครั้งนี้
 
 
“ วินาทีที่ใครซักคนหนึ่ง เกิดภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน คนที่จะช่วยให้เขามีปลอดภัย ไม่ใช่หมอที่เก่งที่สุด ที่อยู่ในโรงพยาบาลที่ดีที่สุด แต่คือ... คนที่อยู่ใกล้เขาที่สุดที่ทำ CPR และใช้เครื่อง AED เป็น
 
“ CPR คืออะไร ????? ”  
คำตอบแบบเข้าใจง่ายๆ ก็คือ CPR คือการทำให้ฟื้นคืนชีพ ซึ่งเป็นการผสมผสานกันระหว่างการผายปอดเพื่อช่วยเพิ่มออกซิเจนเข้าไปในปอด และการกดบริเวณหน้าอก เพื่อให้หัวใจทำการหมุนเวียนเลือดที่มีออกซิเจน
 
 
 
“ กดยังไงให้ได้ 100 ครั้งต่อนาที ” หลายคงกังวัลใจกับจังหวะในการกดปั๊มหัวใจ “กดตามจังหวะเพลงจังหวะหัวใจของพี่บี้ ได้เลยครับ” น้องวิทยากรแนะนำ หลายคนเริ่มฮัมเพลงไป กดหุ่นปั๋มหัวใจไป บางคนลองร้องเพลงไปปั๋มไป ผลคือเหนื่อยหอบแฮกๆๆ “ฮัมเบาๆก็พอครับ” น้องบอกยิ้มๆ เมื่อเห็นท่าทางเอาจริงเอาจังของคนฝึก
 
แต่ก็อย่างที่บอกไว้ตอนแรก การทำ CPR ปั๊มหัวใจนั้น จะโอกาสรอดชีวิต 3-5% แต่ถ้าใช้เครื่อง AED ร่วมด้วยโอกาสรอดชีวิตจะเพิ่มขึน 50-70% ในที่สุดเราก็ได้รู้จักกับ “ เครื่อง AED ” เจ้าเครื่องรูปทรงสี่เหลี่ยม สีสันสะดุดตา (แหงละ คนจะได้เห็นได้ง่ายๆยังไงละ) อุปกรณ์ที่หลายๆคน ไม่กล้าจับต้องในตอนแรก และดีใจที่สุดที่ได้รู้จัก สัมผัสและใช้เป็นในตอนจบ
 
แล้วเราก็ได้รู้จักกับ พระเอกในวันนี้ของเรา เครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าชนิดอัตโนมัติ AED “ ฮีโร่กู้ชีวิต ” 
AED คืออะไร ????   เอาแบบเข้าใจกันง่ายๆ ก็คือ เครื่องวินิจฉัยการเต้นของหัวใจ เจ้าเครื่อง AED นี้จะสามารถตรวจวัดค่าทางไฟฟ้าของหัวใจได้ และถ้าเห็นว่าผู้ป่วยหรือคนที่หมดสติมีคลื่นไฟฟ้าหัวใจผิดปกติ เครื่องก็จะแนะนำให้คนที่กำลังช่วยเหลือ ใช้เครื่อง AED เพื่อช่วยเหลือผู้ที่หมดสติอยู่นั่นเอง .... อธิบายแบบนี้อาจจะไม่เข้าใจ เราก็เลยมีรูป ปลา-กรอบ มาให้ดูกัน ดูตามนี้ น่าจะเข้าใจง่ายกว่าเนอะ
 
 
เรียนรู้วิธีการทำ CPR แล้ว รู้จักกับเครื่อง AED และวิธีใช้แล้ว คราวนี้ก็เอา 2 อย่างมาใช้ด้วยกัน...
ขั้นตอนการทำ CPR

1. เมื่อพบคนหมดสติ ให้ตรวจดูความปลอดภัย ก่อนเช้าไปช่วยเหลือ
2. ปลุกเรียกผู้ป่วยด้วยเสียงที่ดัง และตบไหล่ทั้งสองข้าง หากผู้ป่วยรู้สึกตัว หายใจเองได้ ให้จัดท่านอนตะแคง แต่หากยังไม่หายใจ ให้ทำตามขั้นตอนต่อไป
3. โทรขอความช่วยเหลือที่สายด่วน1669 พร้อมร้องขอเครื่อง AED ที่อยู่ใกล้
4. ประเมินผู้ป่วย หากไม่รู้สึกตัว ไม่หายใจ ให้ทำการช่วยเหลือฟื้นคืนชีพทันที
5. ช่วยเหลือฟื้นคืนชีพ ด้วยการกดหน้าอก จัดท่าให้ผู้ป่วยนอนหงาย วางส้นมือข้างหนึ่งตรงครึ่งล่างของกึ่งกลางกระดูกหน้าอก และวางมืออีกข้างทับประสานกันไว้ เริ่มการกดหน้าอก ด้วยความลึกอย่างน้อย 5 เซนติเมตร ในอัตราเร็ว 100-120ครั้งต่อนาที
6. เมื่อเครื่องAEDมาถึง ให้เปิดเครื่อง AED และเปิดเสื้อผู้ป่วยออก และทำตามที่เครื่อง AEDแนะนำ
7. ติดแผ่นนำไฟฟ้าบนตัวผู้ป่วยตามรูป และห้ามสัมผัสตัวผู้ป่วย
8. ปฏิบัติตามที่เครื่อง AED แนะนำ จนกว่าทีมกู้ชีพ จะมาถึง และ ส่งต่อผู้ป่วยให้กับทีมกู้ชีพเพื่อนำส่งโรงพยาบาล เพียงเท่านี้ก็จะช่วยให้ผู้ป่วยฉุกเฉินมีโอกาสรอด และปลอดภัย
9. กดหน้าอกต่อเนื่อง ปฏิบัติตามคำแนะนำของเครื่องAEDจนกว่าทีมกู้ชีพจะมาถึง
10. ส่งต่อผู้ป่วยให้กับทีมกู้ชีพเพื่อนำส่งโรงพพยาบาล
 
เวลา 4 ชั่วโมงกว่าๆ ที่ผ่านไป เป็นเวลาที่มีคุณค่าที่สุดของเรา ตาดู หูฟัง สมองจำ มือปั๊มหุ่น เป็น 4 ชั่วโมง แห่งความตั้งใจ ไม่ใช่ตั้งใจเพื่อตัวเอง แต่เป็นความตั้งใจที่จะ “รับ”ความรู้ให้ได้มากที่สุด เผื่อว่าวันหนึ่ง เราจะได้ใช้ความรู้นี้ ช่วยเหลือใครบางคน ที่กำลังประสบเหตุการณ์ไม่คาดฝันได้
 
 
ความภูมิใจที่ได้จากการอบรมครั้งนี้ ไม่ได้อยู่ที่การได้รับใบประกาศรับรองผ่านการอบรม แต่อยู่ที่วันนี้เรามี “ความรู้” มี “ความพร้อม” ที่จะให้ความช่วยเหลือใครซักคนที่ “โชคชะตา” ดลบันดาล ให้มาพบกัน และได้มีโอกาสมอบ “ชีวิตและลมหายใจ” ให้กับเขาอีกครั้ง
 
 
ข้อมูลที่ Green Wave ได้รับมาก็คือ เมืองไทยของเรา ยังมีโรงพยาบาลในถิ่นทุรกันดารอีกหลายโรงพยาบาล ที่ยังขาดแคลนเครื่องAED เพื่อเอาไว้ใช้ช่วยชีวิตผู้ป่วยยากไร้..... คงเป็นเรื่องน่าเศร้า....ถ้ามีความรู้พร้อม แต่ขาดแคลนเครื่องมือที่จะช่วยให้ใครซักคน มีชีวิตกลับมาอีกครั้ง 

Green Wave ชวนคุณร่วมบริจาคเงิน เพื่อนำไปซื้อเครื่อง AED มอบให้กับโรงพยาบาลในถิ่นทุรกันดาร ตั้งแต่วันนี้จนถึงสิ้นเดือนกันยายนี้
 
 
 
 
“จะดีแค่ไหน ถ้าเรามีโอกาสช่วยให้ใครซักคน มีชีวิตรอดกลับไปหาคนที่รัก หรือคนที่รออยู่ที่บ้านอีกครั้ง”
 
“just Take A Deep Breath”
 
 
 
 
ขอบคุณรูปภาพประกอบจาก
  • health.campus-star.com
  • http://thaircy.redcross.or.th
  • สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ -สพฉ.1669
RELATED ดีต่อใจ
GREENWAVE1065